วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
’โสภณ‘เผยยังไม่ส่งเรื่องถึงศาลฏีกาเคสขอไต่สวน ‘ป.ป.ช.’ปม‘ศักดิ์สยาม’ซุกหุ้น เหตุรอ ผลพิจารณาของ กก.ทรงคุณวุฒิ หลังลงนามตั้งวานนี้ ปัดกำหนดกรอบทำงาน ยันไม่ยื้อเวลา-ฟอกขาว
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการส่งคำร้องของฝ่ายค้านและสว.ที่เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรรา 236 เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนนอิสระตรวจสอบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติตีตกข้อกล่าวหาคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ว่า หลังจากที่ได้รับยื่นเมื่อ 5 มิ.ย. ต้องมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของการลงลายมือชื่อซึ่งพบว่ามี สว. 2 คนที่ลายมือไม่ตรง ตนต้องให้ฝ่ายธุรการส่งเอกสารสอบถามและยืนยันการลงลายมือชื่อจากทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลังจากนั้นได้รับคำยืนยันว่าลายมือชื่อถูกต้อง เมื่อ 25 มิ.ย. ทั้งนี้ในสัปดาห์หลังจากนั้นมีการพิจารณาร่างกฎหมายทำให้ตนยุ่ง และไม่ได้พิจารณา
นายโสภณ กล่าวต่อว่า จากนั้นในวันที่ 1 ก.ค. ตนถึงได้ดูรายละเอียด พบคำตอบคือกฎหมายให้ตนใช้ดุลยพินิจ ซึ่งก่อนที่ตนจะใช้ดุลยพินิจ ได้พิจารณาเรื่องลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งพบหลายเคสและเกิดขึ้นมาในหลายประธานัฐสภา พบว่าใช้วิธีตั้งกรรมการ
"การพิจารณาของศาล หรือหน่วยงานต่างๆ จะเป็นไปในนามองค์กร แต่เรื่องนี้กฎหมายให้ผมใช้ดุลยพินิจ แต่ผมยอมรับว่าความรอบรู้กฎหมายมีไม่มากพอเหมือนคนอื่นน จึงใช้วิธีตั้งกรรมการ โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ตนเพิ่งลงนามตั้งกรรมการที่มีบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีคนในวงงานรัฐสภาจำนวน 2 คน ทั้งนี้ยอมรับว่ากระบวนการตั้งกรรมการใช้เวลาพอสมควร” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าการตั้งกรรมการเพื่อตัดสินก่อนใช้ดุลยพินิจถูกมองว่ายื้อเวลา นายโสภณ กล่าวว่า ไม่ได้ยื้อ ไม่มีเหตุผล แต่เหตุผลคือ ใช้ดุลยพินิจอย่างไร ทำให้ตนต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีการทำงานของกรรมการตนไม่กำหนดกรอบเวลา ปล่อยให้เป็นไปตามสมควรร หากทำเร็วก็เร็ว
“กระบวนการแนวคิดบางเรื่องเป็นไปตามกลไกกฎหมาย ความเห็นต่างกันได้ แต่ต้องหาข้อสรุปโดยหลักของกฎหมาย คือตัวบทของกฎหมายที่พิจารณา ส่วนคณะกรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เชื่อว่าจะไม่เอาเกียรติยศมาเล่น ส่วนที่มองว่าไม่กำหนดเวลา จะฟอกขาวให้ใครหรือไม่ เพราะผมไม่รู้ว่าจะใช้เวลาเท่าไร จะรู้ได้อย่างไรว่าฟอกขาว เพราะอยู่ที่การตัดสิน”นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าการควบคุมการประชุมสภาที่ผ่านมา ถูกฝ่ายค้านมองว่าไม่เป็นกลาง นายโสภณร กล่าวว่า หากใครฟังการประชุมจะพบว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านนั้นฟังไม่ขึ้น ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าการตัดสินของตน หากตัดสินเข้าข้างฝ่ายใด จะสร้างศัตรรูอีกฝ่าย ที่ผ่านมาตนตัดสินถูกใจฝ่ายค้าน แต่ตนบอกว่าไม่ต้องชม อย่างไรก็ดีการทำงานของตนเลือกใช้วิธียึดข้อบังคับเป็นหลัก
“ผมอยู่สภา ตั้งแต่ปี 2544 สมัยก่อนเรื่องจะจบในห้องประชุม แต่หลังๆ จบที่การแถลงข่าว ผมยึดข้อบังคับ หากชอบก็บอกเปนกลาง คนไม่ชอบ บอกว่าไม่เป็นกลาง ผมจึงไม่จำเป็นต้องบอกว่าเป็นกลางหรือไม่ แต่ผมยึดข้อบังคับ” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่า สภาชุดที่แล้วนายชวน หลีกภัย อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ของสมาชิก ในสภาฯ ชุดนี้ นายโสภณจะมีการทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อให้มาตอบกระทู้ของสมาชิกหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ทำแล้วนายกฯ มาตอบหรือไม่ มันอยู่ที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย และอยู่ที่ข้อบังคับ ตนจะไปตำหนิท่านไม่ได้ เพราะข้อบังคับบอกว่าสามารถมอบหมายได้ จึงไม่ควรไปเปรียบเทียบยุคนี้ ยุคนั้น ต้องดูรูปธรรมที่เกิดขึ้นด้วย ฉะนั้น ตนจึงไม่ชอบไปด้อยค่าฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แต่ตนจะเอาผลของการกระทำ แม้แต่ในอดีตนายกฯ เคยมาหารือตนว่าจะทำอย่างไรต่อการตอบกระทู้ ตนก็บอกว่าต้องแก้ข้อบังคับ ไม่ให้เลื่อนหากต้องมีเหตุ 1 2 3 ให้ชัดเจน วันนี้กติกาบ้านเมืองจบด้วยกฎหมาย หากกฎหมายบอกทำได้ แล้วเราไม่ยอมรับกฎหมายประเทศนี้จะเดินอย่างไรต่อ
///
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี