วันอังคาร ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ศาลปกครองยกคำร้อง “หมอสรณ” ขอไต่สวนเร่งด่วน ปมถูกฟันพ้นปธ.กสทช. ชี้ ไม่มีเหตุจำเป็น “หมอสุภัทร” จี้ นายกฯทูลเกล้าฯปลดได้ทันที หากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราว// “วัส ติงสมิตร” ย้ำมติกก.สรรหา กสทช.เป็นที่สุด ชี้ หลักฐานชัดขาดคุณสมบัติแต่ต้น
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ศาลปกครองกลาง ตามที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่ 1/2569 ที่วินิจฉัยว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำฟ้องยังระบุว่า มติดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะประธาน กสทช. ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว รวมถึงกระทบต่อเกียรติยศ ชื่อเสียง และสิทธิในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการวินิจฉัยคุณสมบัติของประธาน กสทช. อีกทั้งการดำเนินการขาดความเป็นกลาง ไม่โปร่งใส ไม่รับฟังคำคัดค้านและข้อเท็จจริงของผู้ฟ้อง พร้อมยืนยันว่ามติดังกล่าวไม่มีผลให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากคณะกรรมการสรรหามีหน้าที่เพียงเสนอรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามกฎหมายเท่านั้น
☆ล่าสุด สำนวนคำฟ้องดังกล่าว ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครองและขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยเร่งด่วน และขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาคดีและไต่สวนโดยเร่งด่วนแล้วนั้น
ศาลเห็นว่าคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาในกรณีนี้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งโดยเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยกคำร้อง
ส่วนความคืบหน้าในคดี ยังไม่ออกคดีหมายเลขแดง ยังอยู่ในกระบวนการแต่งตั้งองค์คณะตุลาการศาลปกครองเจ้าสำนวนของอธิบดีศาลปกครองกลางเพื่อพิจารณาคดีตามกระบวนการพิจารณาคดีศาลปกครองว่าจะรับฟ้อง หรือไม่รับฟ้อง และศาลจะพิจารณาหรือมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีต่อไป
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ที่ปรึกษาประธานกมธ.พัฒนาการเมือง กล่าวว่า โดยหลักของกฎหมาย หากศาลปกครองรับคำร้อง และมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การที่นายกรัฐมนตรีจะทูลเกล้าฯก็ต้องชะลอไว้ก่อน แต่หากในทางตรงข้าม ศาลปกครองไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราว นายกรัฐมนตรีก็สามารถยื่นทูลเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ ได้ทันที เพราะผลสรุปของคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาแล้ว เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา โดยเห็นด้วยกับคณะกรรม
การสรรหา กสทช. ว่ามีอำนาจในการพิจารณาคุณสมบัติ นพ.สรณ และเห็นว่าคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาฯ เป็นที่สุด ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่1 เคยตีความไว้ ดังนั้น คงต้องรอดูว่านายกรัฐมนตรี จะยื่นทูลเกล้าฯเลยหรือไม่ หรือต้องรอดูคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งคาดว่าไม่น่าเกินสัปดาห์นี้จะรู้ผล
“คุณหมอสรณ เองควรหยุดปฏิปัตหน้าที่ได้แล้ว เพราะคุณหมอสรณ ไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่ต้นในการทำหน้าที่ ประธาน กสทช.และวันที่ 5-6 ส.ค.นี้ จะมีการประชุม กสทช. ก็คงจะวุ่นวาย ประชุมไม่ได้อีกเหมือนครั้งที่แล้ว วาระต่างๆก็คงค้าง ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ โดยเฉพาะโรดแมพทีวีดิจิทัล ที่สังคมจับตาดู”
นพ.สรณ กล่าว
ด้าน นายวัส ติงสมิตร อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และนักวิชาการอิสระ มองว่า การที่ นพ.สรณ ไปยื่นศาลปกครอง เพื่อขอให้คุ้มครองชั่วคราวกรณีมติกรรม การสรรหา กสทช. มองว่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่ว่า ศาลจะรับคำร้องและสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ หากศาลไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราวก็ถือเป็นอันชัดเจนในข้อเท็จจริงทุกอย่างแล้ว ตามที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ถือเป็นผู้สละสิทธิ์ เพราะข้อเท็จจริงมันชัดเจนว่า นพ.สรณ รับเงินเดือนซ้อน เป็นลูกจ้างในฐานะแพทย์ และเพิ่งมาลาออกในวันที่ 12 เม.ย.65 ก่อนวันโปรดเกล้าฯ เพียงวันเดียว คือวันที่ 13 เม.ย.65 ดังนั้น เท่ากับว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติแต่แรก และคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ถือเป็นที่สุด นพ.สรณ ควรต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้องค์กร กสทช. เดินหน้าต่อไปได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี