วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ, อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ผ่านเฟสบุ๊กถึง การเน้นย้ำความสำคัญของความปลอดภัยในการก่อสร้างที่ไม่สามารถต่อรองได้ พร้อมเกาะติดมติสำคัญของคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ที่เตรียมคุมเข้มมาตรฐานการผลิตเหล็กโครงสร้าง และขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 17 เดือนสิงหาคมนี้
สืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา บอร์ด กมอ. ได้มีมติสำคัญในการ "ยกเลิกใช้เตาหลอมประเภท IF (Induction Furnace) ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ทำเสาและคานในการสร้างตึกอาคารสูง" อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวยังคงอนุโลมให้สามารถใช้เตาประเภทนี้ในการผลิตเหล็กเส้นกลมได้
นายอรรถวิชช์ ได้อธิบายถึงข้อควรระวังของเทคโนโลยีเตาหลอมแบบ IF ว่า มีลักษณะการหลอมรวมวัสดุทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้การกำจัดสารมลทินหรือส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์ทำได้ยาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของเหล็ก โดยอ้างอิงจากผลการสุ่มตรวจที่ผ่านมาซึ่งพบว่า เหล็กที่ผลิตจากเตา IF มีโอกาสไม่ผ่านมาตรฐานสูงกว่าเตาหลอมประเภทอื่น
นอกจากนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่สำคัญในการกำกับดูแล นั่นคือปัญหาขาดแคลนบุคลากร โดยปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมมีเจ้าหน้าที่ในกองตรวจมาตรฐานเหล็กเพียง 5 นายเท่านั้น ทำให้การลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตเหล็กทั่วประเทศเป็นไปอย่างยากลำบากและไม่ทั่วถึง
"เมื่อเทคโนโลยีเตา IF มีข้อจำกัด ประกอบกับการตรวจสอบยังทำได้ไม่ทั่วถึง เราต้องสร้างและยกระดับมาตรฐานใหม่ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน!" นายอรรถวิชช์ ระบุ
ในตอนท้าย นายอรรถวิชช์ได้เชิญชวนประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมกันใช้สิทธิและแสดงความคิดเห็นเพื่อกำหนดบรรทัดฐานความปลอดภัยใหม่ร่วมกัน โดยเวทีรับฟังความคิดเห็นจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี