วันจันทร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
“ตำรวจรถไฟ” หรือ “กองบังคับการตำรวจรถไฟ”(บก.รฟ.) ถือเป็น “ผู้พิทักษ์” ที่อยู่เคียงคู่กับขบวนรถไฟมานานกว่า 64 ปี แต่น้อยคนนักจะรู้จัก จนหน่วยงานแห่งนี้แทบ“ถูกลืม” และเกิดคำถามในเชิงปรามาสว่า “ตำรวจรถไฟยิงปืน จับโจร” เป็นหรือไม่.???
นั่นทำให้การขับเคลื่อนขบวนตำรวจรถไฟ ให้เข้าไปอยู่ใน “หัวใจ” ของประชาชน ถือเป็นภารกิจท้าทายผู้ที่ถูกส่งมา “กุมบังเหียน” หน่วยงานแห่งนี้ไม่น้อย ซึ่ง “พิมพ์เขียว” การขับเคลื่อนตำรวจรถไฟ “ยุคใหม่” เป็นอย่างไร...“บนถนนสีกากี” จะพาไปหาคำตอบจาก...
“พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก”ผบก.รฟ.!!!
“ผู้การจิรสันต์” บอกว่า หน้าที่หลักของตำรวจรถไฟ คือ ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ “การรถไฟแห่งประเทศไทย”(ร.ฟ.ท.) ประกอบด้วย การดูแล “บนขบวน”รถไฟ, “ภายใน” หรือโดยรอบสถานีรถไฟ และ 3.พื้นที่รับผิดชอบของ ร.ฟ.ท. รวมถึง “รางรถไฟ” คือ ถ้ามีคดีเกิดขึ้นบนรางรถไฟขอบเขตความกว้างด้านละ 40 เมตร ตำรวจรถไฟมีอำนาจสืบสวนสอบสวน และจับกุมผู้กระทำผิดได้
เดิมตำรวจรถไฟยังขาด “ศักยภาพ” ในหลายด้าน สวนทางกับความเป็นจริงที่ว่าขบวนรถไฟ หรือพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟ ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ “เสี่ยง” ต่อการถูกใช้ก่ออาชญากรรมทั้ง “ขนยา-ปล้น-ฆ่าข่มขืน” ทำให้ “พล.ต.ต.จิรสันต์” ได้เดินหน้าจัดอบรม “ติดอาวุธ” ด้านเทคนิคการปฏิบัติงานให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ทำหน้าที่ “คุ้มภัย...ขบวนม้าเหล็ก” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ตำรวจรถไฟแต่ละคนอายุเฉลี่ย 48 ปี ขาดการฝึกอบรมมานานมาก จับกุมคนร้ายไม่ค่อยเป็น แต่มีวินัยมากกว่าตำรวจบางหน่วยงาน จึงฝึกอบรมง่าย และเมื่อได้รับการติดอาวุธด้านเทคนิค ช่วยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างเรื่องยาเสพติดที่ลักลอบขนผ่านขบวนรถไฟ เมื่อได้รับการอบรมถึงพฤติการณ์ของขบวนการขนยาเสพติด ปรากฏว่าช่วงหลังๆตำรวจรถไฟจับกุมตรวจยึดยาเสพติดลอตใหญ่ๆได้มากขึ้น นั่นเพราะเขามีทักษะ และเชื่อมั่นตัวเองมากขึ้น”
รถไฟยังเปิด “หวูด” เคลื่อนขบวน...“ตำรวจรถไฟ” จึงไม่อาจหยุดนิ่งได้!!!
“พล.ต.ต.จิรสันต์” บอกว่า การขนส่ง “ระบบราง” ของไทยพัฒนามากขึ้น ดังนั้น “สถานีต่อไป...” ของตำรวจรถไฟ คือ การพัฒนาหน่วยงาน
อีกอย่างน้อย 4 ด้าน เพื่อเตรียมรองรับภารกิจที่มากขึ้น ประกอบด้วย 1.“กำลังพล” ต้องพัฒนาหลักความรู้ทางยุทธวิธี ควบคู่ไปกับการมี “หัวใจบริการ” 2.“สถานที่” ต้องดูน่าเชื่อถือ เพราะถ้า “เก่า โทรม ซอมซ่อ” ประชาชนเห็นคง “เสื่อมศรัทธา” พร้อมกับปรามาสได้ว่าขนาดหน่วยงานตัวเองยังดูแลไม่ได้ จะไปช่วยอะไรประชาชนได้
3.“ระบบปฏิบัติงาน” ปัจจุบัน บก.รฟ. มีศูนย์ปฏิบัติการที่เชื่อมโยงข้อมูลค่อนข้างรอบด้าน เช่น จำนวนผู้โดยสาร , จำนวนขบวนรถไฟเข้า-ออก หรือการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการป้องกันเหตุ“ป่วนใต้” ที่ บก.รฟ. จะมีข้อมูลกลุ่มก่อความไม่สงบ ถ้าเข้ามาในสถานี หรือขึ้นมาบน “โบกี้” จะตรวจสอบ และประสานฝ่ายข่าวได้ทันที และ 4.ระบบสวัสดิการ คือ คนทำงานต้องได้ดี เบี้ยเลี้ยงต้องเร็ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
“ในอนาคตตำรวจรถไฟต้องดูระบบรางทั้งหมด มีอำนาจหน้าที่กว้างขวางมากขึ้น ขณะที่ประชาชนคงมาใช้บริการทั้งระบบรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง มากขึ้นด้วย อาชญากรรมคงมากขึ้นเช่นกัน ตำรวจรถไฟจึงต้องปรับโครงสร้าง เพื่อเตรียมรองรับปัญหานี้ ที่สำคัญพบว่าเวลานี้ระบบขนส่งทางรถไฟ เป็นเป้าหมายหลักของการก่อการร้าย ดังนั้นตำรวจรถไฟต้องมีศักยภาพที่จะต่อต้านการก่อการร้ายได้”
“พล.ต.ต.จิรสันต์” กล่าวทิ้งท้ายว่า ตำรวจรถไฟกำลังพัฒนาด้านต่างๆ และเคลื่อนขบวนไปสู่ “สถานีต่อไป...” ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ตำรวจรถไฟที่เคยถูกลืม กลายเป็นที่ “รู้จัก”ในฐานะหน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนได้ และเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อใช้บริการรถไฟ หรือระบบรางต่างๆในอนาคต สิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากตำรวจรถไฟ คือ...
“ทุกขบวนปลอดภัย ตำรวจรถไฟ พร้อมให้บริการ”!!!
ทีมข่าวอาชญากรรม

อิหร่าน ประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหา ฐานเอี่ยวสายลับอิสราเอล
โฆษก ทร. ยัน กปช.จต. คุมเข้มชายแดนจันทบุรี ย้ำไร้เงาฝ่ายตรงข้ามรุกล้ำ พร้อมโต้กลับหากละเมิดอธิปไตย
(คลิป) 'บูรณาการ' จัดการ 'แม่ทัพภาค4'
ระทึกยามดึก! ไฟไหม้หมู่บ้านริมน้ำในมาเลเซียนับ 1,000 หลัง
สดใสปนเซ็กซี่! เดียร์น่า เสิร์ฟลุคบิกินีอวดหุ่นเป๊ะริมทะเล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี