Logo วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ขอคิดด้วยฅน
ขอคิดด้วยฅน

ขอคิดด้วยฅน

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563, 02.00 น.
อย่าทำให้การแจกเงินแสนล้าน เป็น‘มาตรการสิ้นคิด’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ทันทีที่กระทรวงการคลัง ออกแนวคิดกำหนดนโยบายทุ่มเงินนับแสนล้านเพื่อแจกให้ประชาชน 14 ล้านคน เพื่อสู้ผลกระทบ โควิด-19

รัฐบาลก็มีแนวคิดตั้งกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเบื้องต้นนำเงินเดือนของรัฐมนตรีมาบริจาค และหากประชาชนจะร่วมบริจาคเงินสมทบที่บัญชีของธนาคารกรุงไทยก็ได้


จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความย้อนแย้ง ว่ารัฐบาลจะนำเงินภาษีประชาชนไปแจกประชาชน แต่ขณะเดียวกันก็เชิญประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อไปสู้ภัย โควิด-19 ทำไมจึงไม่เอาเงินภาษีไปใช้ในการต่อสู้กับโรคติดต่อโดยตรง ?

หากจะช่วยอธิบายแทนรัฐบาล ก็อาจจะบอกได้ว่าเป็นคนละส่วนกัน คือ กระทรวงการคลังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา จากผลของโรคระบาด

เมื่อ “ คิดอะไรไม่ออก ก็แจกเงิน” เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ และรัฐบาลก็ได้หน้า ได้ตา ได้เครดิตในระบบอุปถัมภ์

ส่วนการต่อสู้กับโรคร้าย รัฐบาลก็มีเงินภาษีอีกส่วนอยู่แล้ว แต่ถ้าได้แสดงการเสียสละเงินเดือน 1 เดือนของคณะรัฐมนตรีแล้วใครอยากสมทบด้วยก็ยิ่งดี

บทความนี้ ไม่ประสงค์จะจับผิดรัฐบาล ถึงความย้อนแย้งขัดกันในนโยบายและมาตรการดังกล่าว แต่ต้องการจะเสนอแนะรัฐบาลและทางเลือกของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ใช่การแจกเงินอย่างเดียว

1. การจ่ายเงิน เป็นนโยบายที่สิ้นคิด คือ ไม่ต้องคิด เพราะสะดวกรวดเร็วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและก็หวังว่าเงินนับแสนล้านก็จะกระจายเพื่อจับจ่ายใช้สอย ซึ่งก็พอจะได้ผลอยู่บ้าง

แต่การแจกเงินก็มีข้อเสีย คือ เสียโอกาสที่จะนำเงินภาษีดังกล่าวมาใช้พัฒนาปรับปรุงความสามารถในการผลิตหรือความสามารถในการแข่งขัน เพื่อการเจริญเติบโตของชาติโดยรวม ยิ่งกว่านั้น การแจกเงินเป็นการทำลายหรือตอกย้ำวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ ที่ให้ประชาชนหวังพึ่งพิง พึ่งพานายผู้มีอำนาจมีทรัพยากร แทนที่จะพึ่งพาตนเอง พัฒนาความสามารถความมั่นใจตนเอง แล้วระยะยาวสังคมไทยประเทศไทยจะเป็นอย่างไร

2. การแจกเงิน ถ้าพัฒนาขึ้นเป็นการสร้างระบบ เพื่อเป็นสวัสดิการอย่างถาวรและเอื้อความมั่นคงในการดำรงชีวิตของคนจน ก็คงจะดีกว่าการแจกเงินแบบดิบๆ เปล่าๆ เปลือยๆ แต่ก็คงไม่ทันกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพราะสังคมของเราไม่ค่อยจะคิดแก้ไขที่ระบบซึ่งต้องมองการณ์ไกล แต่นิยมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละครั้งอยู่แล้ว

3. หากรัฐบาลจะไม่นำเงินนับแสนล้าน ละลายไปกับการแจกเงิน และเสี่ยงที่เงินจะกลับไปกระจุกอยู่กับนายทุนที่เป็นเจ้าของกิจการที่เข้าถึงชาวบ้านอยู่แล้ว หรือกระจุกอยู่กับนายทุนที่รับชำระหนี้เงินกู้

1) รัฐบาลควรคิดที่จะนำเงินงบประมาณดังกล่าว มาพัฒนาทางเท้า (ฟุตบาท) ของประชาชนทั้งคนเมืองและคนชนบท

ทางเท้าในเมืองใหญ่และเมืองเล็กของไทย คนเดินเท้าจะต้องเผชิญสภาพปัญหาคล้ายการเดินป่า ต้องเผชิญกับพื้นที่สูงต่ำไม่เรียบ คนเดินต้องก้าวขึ้น-ลงตลอดเวลาพื้นผิวก็ไม่เรียบเป็นหลุมเป็นบ่อ

เดินตรงๆก็ไม่ได้ ต้องเลี่ยงโยกตัวออกขวา-ซ้าย เพื่อหลีกเลี่ยงโต๊ะม้าหินที่ร้านค้านำมาวาง แล้วยังพบกระถางต้นไม้และข้าวของวางขายอีกด้วย

ยิ่งกว่านั้น ร้านค้าจับจองทางเท้า (ฟุตบาท) เสมือนเป็นที่ของตนเองปรับระดับให้สูงกว่าปกติ บางแห่งก็ปูกระเบื้อง วางต้นไม้และม้านั่งเล่น

ทำให้คนเดินเท้าต้องเดินลงถนนเป็นช่วงๆ เมื่อเดินกลับขึ้นมาบนทางเท้า ก็จะพบทางเท้าขาดตอน ที่เว้นทางรถยนต์เข้าบ้านของผู้ที่อยู่ริมถนน

เดินขึ้นทางเท้าอีกครั้ง ก็ต้องคอยหลบป้ายโฆษณา ป้ายประชาสัมพันธ์ สายไฟ สายโทรศัพท์ ตู้โทรศัพท์

ตาก็ต้องดูพื้น เพราะอาจลื่นไปกับทางเท้าที่มีคนราดน้ำ น้ำมันหรือของเหลวต่างๆ

ในเมืองใหญ่ จะเดินข้ามถนนก็แสนยากลำบาก เพราะเราออกแบบการสัญจรโดยให้รถยนต์ได้สิทธิ์บนถนนก่อนคนเดินเท้า ประชาชนคนเดินเท้าต้องปีนบันไดขึ้นสะพานลอยแล้วปีนบันไดลงสะพานลอย

ความจริง สภาพจราจรในเมืองใหญ่ที่รถยนต์หนาแน่นติดขัดอยู่แล้ว ทางเดินข้ามถนนที่เรียกว่าทางม้าลายก็ไม่ทำให้รถยนต์ติดมากขึ้น หากพัฒนาให้ดี มีไฟสัญญาณและเสียงสัญญาณให้เป็นระบบ จะช่วยได้มาก และประหยัดกว่าสะพานลอยคนเดินข้ามถนนที่ใช้งบประมาณเป็น 10 ล้านบาทต่อแห่ง

 

 

หลายประเทศ เมื่อคนเดินเท้าได้สัญญาณข้ามถนนจะมีหมุดยกสูงขึ้น เพื่อกันไม่ให้รถยนต์ฝ่าไฟแดงเข้ามา ในประเทศญี่ปุ่นมีหลายเมืองถึงกับมีจังหวะไฟแดงทุกแยกให้รถหยุดพร้อมกัน ทั้งนี้เพื่อให้คนสามารถเดินข้ามแยกทั้งทางตรงและทแยงได้เป็นการระบายคนข้างถนนในเขตที่มีผู้คนหนาแน่น

การพัฒนาทางเท้าและระบบเพื่อคนเดินเท้าทุกเมืองในประเทศไทยที่มีจำนวนหลายร้อยเมือง หากทำเสียพร้อมๆกันจะเป็นการใช้งบประมาณหลายหมื่นล้าน ที่จะนำไปใช้จ่ายจ้างงานได้อย่างรวดเร็วพอสมควร

เครื่องจักรขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถดำเนินงานลักษณะนี้ได้ การจ้างงานบริษัทเล็กบริษัทใหญ่ก็สามารถทำได้ทั่วถึง และเงินจะตกเป็นรายได้ให้แก่ผู้ใช้แรงงานเพื่อจับจ่ายใช้สอยต่อไป

สังคมไทยก็จะได้การพัฒนาทางเท้าที่สอดคล้องกับสังคมสูงวัย ที่ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ
ถึง 30% ของประชากรทั้งประเทศใน 15 ปีข้างหน้า

การปรับสภาพทางเท้าจะได้ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานจากการปรับสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งคนสูงอายุ คนพิการ เด็กและคนหนุ่มสาว

2) ประเทศไทยจะเกิดภาวะแห้งแล้ง น้ำขาดแคลนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า และในอนาคตก็จะเกิดภัยแล้งเป็นระยะๆ เกือบทุกปีอย่างแน่นอน

การจะพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อให้มีน้ำต้นทุนมากขึ้นเป็นเรื่องยากลำบาก ขณะเดียวกันระบบจัดสรรน้ำในปัจจุบันทั้งคลองซอย คลองไส้ไก่ที่ส่งน้ำถึงไร่นา ประเทศของเราก็หยุดพัฒนาไปนานแล้ว

หากกระจายงบประมาณให้แต่ละท้องถิ่น สร้างแหล่งน้ำขนาดย่อมไม่ว่าจะเป็นฝายน้ำล้น สระหรือบ่อน้ำ ธนาคารน้ำใต้ดิน (ทั้งระบบเปิดและระบบปิด) หรือแหล่งน้ำขนาดเล็กอื่นๆที่เหมาะสมสอดคล้องกับท้องถิ่นโดยด่วน ก็จะเป็นการกระจายงานและกระจายเงินไปในชุมชนชนบท เกิดทั้งงานเกิดทั้งการรวมตัวของชุมชนท้องถิ่นในการทำกิจกรรมในเรื่องน้ำที่เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งอยู่แล้ว

 

 

การพัฒนาคลองซอย คลองไส้ไก่ เพื่อการส่งน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละชุมชนก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน

การส่งเสริมให้ชุมชนบริหารจัดการน้ำด้วยตัวเขาเอง ให้มีการเก็บค่าน้ำ แล้วนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาน้ำของชุมชนท้องถิ่นของเขาเอง ก็น่าจะเกิดประโยชน์

เพราะผู้ใช้น้ำที่อยู่ต้นน้ำก็จะไม่ใช้น้ำมากเกินจำเป็น เพราะต้องเสียค่าน้ำมากขึ้นปลายน้ำก็จะได้รับจัดสรรน้ำที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน หากระบบการจ่ายค่าน้ำมิได้นำเงินออกนอกชุมชนหรือเข้าสู่ส่วนกลางชาวบ้านจะรับได้ เพราะปกติชาวบ้านก็ทำระบบเหมืองฝายที่มีการจ่ายค่าน้ำในรูปของข้าว หรือในรูปของแรงงานที่มาทำงานสร้างและปรับปรุงเหมืองฝายอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เป็นตัวอย่างเป็นทางเลือก หากจะไม่ใช้นโยบาย “มาตรการสิ้นคิด” ที่แจกเงินอย่างเดียว แต่สามารถพิจารณาทางเลือกอื่นที่ได้ทั้งการกระจายเงิน กระจายงานกระจายอำนาจการตัดสินใจและได้ผลิตผล ผลิตภาพ (productivity) แก่ประเทศ ทั้งแก้ปัญหาระยะสั้นและสอดคล้องกับปัญหาระยะยาว

เราจะได้ไม่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย“มาตรการสิ้นคิด” แจกเงินอย่างเดียวให้เป็นที่เย้ยหยันอีกต่อไป

 

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ศาสตราภิชาน มหาวิทยาลัยรังสิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:00 น. ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
21:24 น. ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
21:23 น. ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
21:10 น. ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
20:54 น. แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด
กบ ปภัสรา งามสง่าทรงคุณค่าสวมใส่ ชุดไทยบรมพิมาน ออกงานขานรับ Soft Power ไทย
จับตา เอลนีโญ ครั้งประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ ปี 2026 อาจเป็นจุดเริ่มต้นวิกฤต
กรมอุตุฯ เผยเหตุผล ฤดูฝนแล้ว ทำไมยังร้อน อบอ้าวแบบนี้ผิดปกติหรือไม่?
หวัง อี้ ประกาศก้อง! จีนนำทัพกลุ่มมิตรประเทศเพื่อธรรมาภิบาลโลก บรรลุฉันทามติ 5 ประการ
กระแต เปย์ 10 ล้าน พาพนักงานเที่ยวญี่ปุ่น ฉลองยอดขายพันล้าน
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 2 มิถุนายน 2569
เรื่องสั้น: วันละครึ่งหน้า เกี่ยวกับชีวิตชราชน ปู่จิ๊บ กับ เพื่อน AI (3)
ล้มแชมป์?
ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย
บุคคลแนวหน้า : 1 มิถุนายน 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ

ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล

ปตท. ขอเชิญร่วมส่งผลงานประกวด ‘หญ้าแฝกองค์ภูมินทร์ คืนแผ่นดินยั่งยืน’

แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน

  • Breaking News
  • ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1 ACSC กางสถิติ หลอกขายสินค้า ครองแชมป์โกงอันดับ 1
  • ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ ศุภมาส สั่งล่าคนขับแอปดัง ทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ
  • ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ ทบ.ย้ำความพร้อม! เสริมฐานที่มั่น-พัฒนาเส้นทางช่องสะงำ
  • ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล ศุภชัย เตือน เสรีพิศุทธ์ บุกเขากระโดง ระวังเจอบิดเบือน-ก้าวล่วงศาล
  • แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน แก้วตา เอาจริง! ฟ้อง 16 แอคเคานต์ โพสต์ใส่ร้าย-บิดเบือน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

วิกฤติรัฐธรรมนูญ  ใคร พายเรือให้ทหารนั่ง

วิกฤติรัฐธรรมนูญ ใคร พายเรือให้ทหารนั่ง

28 ก.ย. 2563

รัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับประชาชน

รัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับประชาชน

20 ก.ย. 2563

จดหมายเปิดผนึก  ถึงรมว.กระทรวงพลังงาน

จดหมายเปิดผนึก ถึงรมว.กระทรวงพลังงาน

14 ก.ย. 2563

ดีใจ  คนรุ่นใหม่คิดเป็น

ดีใจ คนรุ่นใหม่คิดเป็น

7 ก.ย. 2563

๙ ปี รัฐบาลพลเอกประยุทธ์

๙ ปี รัฐบาลพลเอกประยุทธ์

31 ส.ค. 2563

ห่วงประเทศ

ห่วงประเทศ

24 ส.ค. 2563

กินและบิณ

กินและบิณ

17 ส.ค. 2563

บ่อนทำลายประเทศไทย

บ่อนทำลายประเทศไทย

10 ส.ค. 2563

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved