วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

วันและเวลาผ่านไปเร็วแค่พักเดียว การนองเลือดในประเทศไทยเมื่อเดือนพ.ค. 2553 ในวันที่ 10 เม.ย.ถึงวันที่ 19 พ.ค.ได้ถูกกลุ่มการเมืองที่ไม่หวังดีต่อชาตินำมาปลุกระดมอีกครั้งเมื่อครบหนึ่งทศวรรษในวันที่ 19 พ.ค. 2563 นี้ ครบวาระที่ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำจนนำไปสู่การจับอาวุธเข้าเข่นฆ่ากันเองระหว่างคนไทยที่มีนายใหญ่เป็นนักการเมืองซึ่งฝ่ายหนึ่งก็คือประชาชนที่ต่อต้านระบอบการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร กับอีกฝ่ายคือประชาชนที่สนับสนุนระบอบทักษิณผู้ต้องหาหนีคดีอาญาในข้อหาทุจริตหลายคดีโดยอ้างว่าทักษิณไม่ผิดแต่กลับไม่ยอมเดินทางมาต่อสู้คดีในชั้นศาล
คณะรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในวันที่ 17 ธันวาคม2551 ถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ได้แก่ รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีหนุ่มที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเข้ามาบริหารประเทศ นายอภิสิทธิ์ก็ถูกขบวนการ นปช.ซึ่งเป็นที่ทราบว่าเป็นขบวนการที่สนับสนุนระบอบทักษิณในปี 2552 ถึง 2553 นั้นรัฐบาลถูกการเมืองฝ่ายทักษิณต่อต้านมีการชุมนุมทางการเมืองตลอดปี 2552 โดยขบวนการ นปช.ได้ประท้วงการประชุมสุดยอดของประชาคมอาเซียนที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี มาจนถึงการชุมนุมในกรุงเทพมหานคร
ปี 2553 ขบวนการ นปช.เคลื่อนไหวเพื่อขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 จนเกิดการสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์เป็นเหตุการณ์ในวันที่ 7 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งรัฐบาลได้ส่งทหารและรถหุ้มเกราะเข้าปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมของสมุนคนโกงที่ใช้ชื่อว่าแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติที่สี่แยกราชประสงค์ระหว่างการชุมนุมเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาและจัดเลือกตั้งใหม่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 10เมษายน รวม 99 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1,855 คน
เหตุนองเลือดในการต่อสู้ทางการเมืองเคยเกิดในเวลา 88 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่24 มิ.ย. 2475 เริ่มครั้งแรกวันที่ 11-20ต.ค. 2476 เป็นการต่อสู้ด้วยอาวุธที่เรียกว่าการกบฏบวรเดชระหว่างทหาร 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก คือ ทหารรัฐบาลพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาที่เรียกว่าคณะราษฎรกับทหารฝ่ายของพลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดชที่เป็นฝ่ายผู้จงรักภักดีต่อสถาบัน การปะทะครั้งนั้นฝ่ายกบฏไม่ใช้เครื่องบินรบจากกรมอากาศยานทหารบกที่ดอนเมืองเผด็จศึกจึงตกเป็นฝ่ายแพ้อำนาจการยิงของปืนใหญ่สนาม 75 มิลลิเมตร ของทหารคณะราษฎรที่ทันสมัยกว่าปืนใหญ่ของฝ่ายกบฏ
จากนั้นการต่อสู้เพื่อชิงอำนาจทางการเมืองก็เกิดขึ้นเป็นสิบๆ ครั้ง ได้แก่ การกบฏนายสิบวันที่ 3 ส.ค. 2478, การกบฏ 18 ศพของพันเอกพระยาทรงสุรเดช 29 ม.ค. 2482, การรัฐประหาร 8 พ.ย. 2490, กบฏวังหลวงในวันที่ 26 ก.พ. 2492, รัฐประหาร 6 เม.ย. 2491,รัฐประหาร 29 เม.ย. 2494, กบฏแมนฮัตตัน29 มิ.ย. 2494, รัฐประหาร 16 ก.ย. 2500, รัฐประหารวันที่ 20 ต.ค. 2501, รัฐประหาร 17 พ.ย. 2514,เหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516, เหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519,รัฐประหาร 6 ต.ค. 2519, กบฏพลเอกฉลาดวันที่ 26 มี.ค. 2520, รัฐประหาร 20 ต.ค. 2520, กบฏยังเติร์ก 1-3 เม.ย. 2524, กบฏทหารนอกราชการ 9 ก.ย. 2528, รัฐประหาร 23 ก.พ. 2534, เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ วันที่ 17-24 พ.ค. 2535, รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549, เหตุจลาจลวันที่ 11-24 เม.ย. 2552, การนองเลือดวันที่ 10 เ.ม.ย. ถึง 19 พ.ค. 2553 และรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค. 2557
เย็นวันที่ 13 พ.ค. 2553 พล.ต.ขัตติยะสวัสดิผล ที่ปรึกษาฝ่ายรักษาความปลอดภัยของกลุ่มชุมนุม ถูกพลแม่นปืนยิงที่ศีรษะระหว่างสัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศรัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ ข้อเท็จจริงนั้นการชุมนุมครั้งนั้นฝ่ายนปช.,มีกองกำลังติดอาวุธระดับกองร้อยชุดรบจากอดีตทหารหลักและอาสาสมัครทหารพรานในคราบชายฉกรรจ์ชุดดำ
การปะทะระหว่างทหารกับนักรบชุดดำจึงเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย.ถึงวันที่ 19 พ.ค. 2553 เป็นสงครามกลางเมืองอย่างแท้จริงไม่ใช่ทหารส่งกำลังกวาดล้างประชาชนผู้บริสุทธิ์อย่างที่อ้างหลอกลวงชาวโลกแถมยังจบด้วยการเผาเมืองปิดท้ายผลของสงครามจบลงโดย นปช.ต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีแบบราบคาบ
ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์มีทั้งหมด 99 ศพ เป็นทหาร 8 คน, ตำรวจ 6 คน, ประชาชนกับนักรบชุดดำ 85 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ 3 คน เป็นเมียนมา, อิตาลี และญี่ปุ่น ชาติละ 1 คน ทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตได้แก่ พลเอกร่มเกล้า ธุวธรรม และพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล มีผู้ที่บาดเจ็บรวม 1,855 คน มีการรวบรวมสถิติเป็นหลักฐานว่ามีการใช้กระสุนปืนในการปะทะ 117,923 นัด กระสุนซุ่มยิง 2,120 นัด งบประมาณที่ทหารใช้3,000 ล้านบาท งบประมาณของตำรวจ 700 ล้านบาท ใช้ทหารปฏิบัติการ 67,000 คน กับตำรวจ 25,000 คน มีผู้ถูกจับกุมในคดี 1,857 คนมีคดีทั้งหมด 1,763 คดี จากศาล 56 แห่ง
ผลคดีอาญาหลังการตัดสินของศาลยุติธรรมระบุชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณรองนายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด การที่มีกลุ่มคนพยายามจะหาทางเอาผิดข้าราชการทหารและตำรวจอีกจึงเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนอีกครั้งเท่านั้นขออย่าได้ขุดเอาศพคนตายมาหากินอีกเลยพอได้แล้ว

ชูวิทย์ กินส้มสอนน้อง ซัด พรรคประชาชน มีอะไรแตกต่างจาก พรรคการเมืองเก่า
แฟนไทยแห่ผิดหวัง ค่ายยักษ์ใหญ่ รับงานแอลกอฮอลล์แบรนด์เขมร ให้วงบอยแบนด์เกาหลีชื่อดัง
รมว.ธรรมนัส ลงพื้นที่สระแก้ว รับฟังปัญหาโครงการโคบาลบูรพา
ให้ดูสีผม! กานต์ สุดารัตน์ ยันเป็นคลิปเก่า สวมแจ๊กเก็ตปักชื่อ แพทองธาร ร่วมงานศพ
สมชาย ตีแผ่ รธน ใหม่ เปิดทางนักการเมืองถูกตัดสิทธิคืนชีพสภา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี