Logo วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
นโยบายการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จากรายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่สองปี 2563 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สองของปี 2563 ปรับตัวลดลงร้อยละ 12.2 และยังคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจปี 2563 น่าจะปรับตัวลดลงในช่วงร้อยละ 7.3%-7.8% แสดงถึงปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุนแรงอย่างยิ่ง

แนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าปรับตัวลดลงนั้นมาจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างมหาศาล การถดถอยรุนแรงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ยังมีผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ในประเทศ บวกกับปัญหาภัยแล้ง นับเป็นความท้าทายสำคัญของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ที่ต้องแก้ปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน


ในช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยใช้งบประมาณแบบขาดดุลมาตลอด นั่นคือการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว หรือการใช้จ่ายมากกว่ารายรับที่หาได้จากทั้งรายรับที่เป็นภาษี ค่าธรรมเนียม การสัมปทานและที่เป็นเงินนำส่งจากรัฐวิสาหกิจต่างๆ ทำให้ต้องกู้เงินมาใช้จ่าย แต่ด้วยความหนักหนาสาหัสของวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเพิ่มความเข้มข้นของนโยบายดังกล่าว เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า 

นโยบายการคลังแบบขยายตัวในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจนั้นจะต้อง “จัดหนักจัดเต็ม” ไม่งั้นจะเสียของ เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ การแจกเงินแบบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การอุดหนุนการท่องเที่ยว ฯลฯ แบบที่เคยๆ ทำคงไม่เพียงพอ ต้องอัดเม็ดเงินให้มากกว่าเดิมและต้องให้แน่ใจว่าหลักเกณฑ์ต่างๆ ไม่ซับซ้อนจนประชาชนที่เดือดร้อนไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้ประโยชน์ 

นอกจากนี้ ยังน่าจะต้องเสริมมาตรการแจกเงิน ด้วยมาตรการภาษีที่ช่วยลดภาระภาษีหรือไม่เพิ่มภาระภาษีให้แก่ประชาชน ในช่วงระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า เพื่อให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น จะได้ไปจับจ่ายใช้สอยกันได้ โดย ศบศ. ควรต้องเร่งพิจารณาเรื่องการปรับลดอัตราภาษีบางประเภทเพื่อกระตุ้นการบริโภคและลดภาระภาษีของผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญกับเศรษฐกิจของไทยอย่างมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าธุรกิจห้างร้านใหญ่ๆ เพื่อให้ SMEs เหล่านี้สามารถอยู่รอดและคงการจ้างงานไว้ให้ได้มากที่สุด จะได้ช่วยประคองเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจด้วย รวมทั้งภาษีที่เกี่ยวกับภาคการเกษตรไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเพื่อดูแลเกษตรกรชาวไร่ผู้มีรายได้น้อย

การกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2563-64 นั้น แน่นอนว่ารัฐต้องยอมสูญเสียรายได้ในระยะสั้น เพื่อประโยชน์ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐก็จำเป็นต้องเริ่มคิดหาแนวทางเพิ่มรายได้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อเศรษฐกิจค่อยๆ ฟื้นตัวแล้ว รัฐจะเริ่มกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไรโดยที่จะไม่ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจต้องสะดุดและดูแลภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยเวลาในการศึกษา วางแผน และหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อพิจารณาว่าควรจะต้องมีการทบทวนอัตราภาษีหรือโครงสร้างภาษีอะไร อย่างไร หรือจะขยายฐานภาษีตัวไหนได้บ้าง ลดหรือเพิ่มภาษีตัวไหนบ้าง เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างเศรษฐกิจแบบ New Normal ซึ่งควรคลอบคลุมภาษีทั้งทางตรง ทางอ้อม ของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร และภาษีท้องถิ่นอีกด้วย

โดยสรุป อยากให้ ศบศ. ใช้ยาที่แรงขึ้นมาฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ดึงเอามาตรการกระตุ้นทางภาษีมาใช้ให้มากขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ เพื่อให้ประชาชนเหลือเงินในกระเป๋ามากขึ้นขณะเดียวกันก็ควรสั่งการให้มีการเริ่มวางแผนภาษีระยะยาว (Road Map) การเพิ่มรายได้ภาษีในระยะต่อไปเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้วด้วย เพื่อให้การฟื้นฟูและพัฒนาของเศรษฐกิจไม่สะดุดไปมากกว่านี้ และเพื่อวินัยทางการคลังที่ยั่งยืนด้วย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:21 น. ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
21:00 น. บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
20:48 น. ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
20:44 น. ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
20:43 น. ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 4 เมษายน พ.ศ. 2569
โมเมนต์ครอบครัว! คุณแม่ลิซ่าโพสต์ภาพร่วมเฟรม อวยพรวันเกิดลูกสาว
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 30 มี.ค.-5 เม.ย.69
จะได้หายสงสัย! ดร.อานนท์ ร่ายยาว ปมใบปริญญา ศุภจี จาก Northrop University
ดูทั้งหมด
‘ระวังรัฐธรรมนูญใหม่’
ชัยชนะของคนแพ้
อายุความ……..คดีพระดัง
ลุ้น
น้ำมันขึ้นราคาได้ แต่ต้องเห็นความเป็นธรรม
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน

ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย

ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

ฮ่องกงกระอัก! ราคาน้ำมันพุ่งทุบสถิติแพงที่สุดในโลก ทะลุลิตรละ 150 บาท

True ยืนยันระบบยังปลอดภัย ไร้ร่องรอยการละเมิดข้อมูล

เพื่อไทย จับมือ Tesla รุกฆาตเทคโนโลยี Physical AI ปั้นไทยสู่ฮับหุ่นยนต์และยานยนต์อัจฉริยะ

  • Breaking News
  • ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
  • บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
  • ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
  • ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
  • ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘เคพีไอ’ของนายกรัฐมนตรี

‘เคพีไอ’ของนายกรัฐมนตรี

3 เม.ย. 2569

รับมือวิกฤตที่กำลังมา  ‘ความจริง’ สำคัญกว่า ‘คะแนนเสียง’

รับมือวิกฤตที่กำลังมา ‘ความจริง’ สำคัญกว่า ‘คะแนนเสียง’

2 เม.ย. 2569

อย่าคิดว่าชีวิตจะเหมือนเดิม

อย่าคิดว่าชีวิตจะเหมือนเดิม

1 เม.ย. 2569

ราคาน้ำมันสู้ต่อไปยังไงก็แพ้

ราคาน้ำมันสู้ต่อไปยังไงก็แพ้

31 มี.ค. 2569

ยกสองต้องห้ามพลาด

ยกสองต้องห้ามพลาด

30 มี.ค. 2569

วิกฤตราคาน้ำมัน  กับการหาทางออกที่ยั่งยืน

วิกฤตราคาน้ำมัน กับการหาทางออกที่ยั่งยืน

28 มี.ค. 2569

ใช้ยาแรงก็ต้องเอาให้อยู่

ใช้ยาแรงก็ต้องเอาให้อยู่

27 มี.ค. 2569

รอยยิ้มเรือไทยที่ฮอร์มุซ  ความสำเร็จของการทูตเชิงรุก

รอยยิ้มเรือไทยที่ฮอร์มุซ ความสำเร็จของการทูตเชิงรุก

26 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved