วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
เรียกได้ว่า เป็นสถานการณ์ “สึนามิบก” เลยทีเดียว สำหรับเหตุอุทกภัยหาดใหญ่ สงขลา เวลานี้ เป็นเวลาแห่งการปลอบโยน ฟื้นฟู เยียวยา ทว่า ยังมีบางแง่มุม ที่พบว่า ผู้คนยังคงมองหาว่า “ใครผิด”
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวให้ความเห็นกรณีสถานการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า นี่ไม่ใช่เวลามัวแต่ตามหาคนผิด แต่ต้องมองไปข้างหน้า วางระบบรองรับภัยธรรมชาติที่จะเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นในอนาคต
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่มีข้อแม้ พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดหลังน้ำลด โดยการฟื้นฟูต้องทำ “เป็นระบบและเร่งด่วน” ทั้งในด้านสาธารณสุข การซ่อมแซมบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยทุกครอบครัว ด้านกระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งเข้าพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจ ความเครียด และผลกระทบสุขภาพของประชาชน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยต้องสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและที่พักอาศัยเพื่อเร่งซ่อมแซมให้ผู้ประสบภัยกลับมาใช้ชีวิตได้เร็วที่สุด ส่วนกระทรวงคมนาคมต้องเร่งซ่อมถนนป้ายสัญญาณ และระบบไฟจราจรที่ถูกน้ำพัดจนเสียหาย ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังต้องเร่งจัดสรรงบเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ประสบเหตุทุกครัวเรือนอย่างไม่ล่าช้า
“ผมเสนอให้มีการฝึกซ้อมแผนอพยพ” อย่างจริงจังเป็นประจำ เพราะภัยธรรมชาติต่อจากนี้จะเกิดขึ้นแบบคาดการณ์ยาก และรุนแรงขึ้นจากภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การเตรียมความพร้อมคือหัวใจสำคัญของการลดความสูญเสียในอนาคต”
ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึงอินฟลูเอนเซอร์ ผู้มีอิทธิพลทางโซเชียล และฝ่ายการเมืองทุกกลุ่มว่า ควรนำเสนอทางออกอย่างสร้างสรรค์และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ไม่ใช่ซ้ำเติมหรือหาผู้รับผิดเพียงฝ่ายเดียว เพราะไม่มีใครอยากเห็นประชาชนต้องเผชิญความทุกข์เช่นนี้ และไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็จะต้องเจอบททดสอบเช่นเดียวกันเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ทุกฝ่ายต้องร่วมกันทบทวนบทเรียน ปรับระบบเตือนภัย วางผังเมืองใหม่ และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ หากต้องการให้เมืองใหญ่ของภาคใต้ปลอดภัยและฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
นอกจากนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสสนทนากับ คุณอาร์ท วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในรายการ “อ.ปูชูรส” ทาง YouTube ช่อง “แนวหน้าออนไลน์” คุณอาร์ทได้นำเสนอแผนการจัดการให้ “หาดใหญ่ไปต่อได้” อย่างน่าสนใจ ดังนี้ครับ
“Build Back Hat-Yai: สร้างเศรษฐกิจใหม่ ไปให้ไกลกว่าฟื้นฟูเยียวยา
ผมเป็นคนหาดใหญ่ ผ่านน้ำท่วมใหญ่มา 4 ครั้ง ครั้งแรกปี 2531 ครั้งที่สอง ปี 2543 ครั้งที่สามปี 2553 และล่าสุดได้ลงไปสังเกตการณ์ให้กำลังใจผู้ประสบภัยพร้อมกับท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์
ผมขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยครับ
คนหาดใหญ่มักพูดกันว่า หาดใหญ่แย่ลงทุกครั้งหลังน้ำท่วม แต่ครั้งนี้ ผมขอให้ไม่เป็นเช่นนั้น ที่สำคัญ เรากลับมาช่วยกันสร้างให้หาดใหญ่ ให้ “ดีกว่าเดิม” ได้
ผมขอเสนอมาตรการ 6 ข้อที่จะช่วยเยียวยา ฟื้นฟู และที่สำคัญ “สร้าง” หาดใหญ่ให้กลับมาเป็นเส้นเลือดเศรษฐกิจหนึ่งของประเทศได้ครับ
มาตรการแรก: “สร้างแผนเปิดเมือง”
หลังน้ำลด พบว่ามีประชาชนจำนวนมากต้องการอาหาร น้ำสะอาด การรักษาพยาบาล สัญญาณมือถือ การซ่อมแซมและทำความสะอาดบ้านเรือนและที่ประกอบธุรกิจให้กลับมาอยู่ได้
รัฐต้องระดมสรรพกำลังจากทั่วประเทศรวมทั้งอาสาสมัคร เพื่อช่วยให้หาดใหญ่พ้นวิกฤต โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังแพทย์และพยาบาลที่กำลังขาดแคลน
นอกจากนี้ ยังควรเร่งประกาศ “แผนเปิดเมือง” ที่ชัดเจน เช่น โรงเรียน สถานที่ราชการต่างๆ และควรอนุโลมผ่อนผันบางเรื่อง เช่น นักเรียนไปโรงเรียนชุดไหนก็ได้
มาตรการที่สอง : “สร้างความรวดเร็ว เยียวยา ครบจบในที่เดียว”
หลังน้ำท่วม ประชาชนจะต้องติดต่อกับราชการ เพื่อขออนุญาตซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และขอเบิกค่าช่วยเหลือเยียวยาต่างๆ เช่น เงินช่วยเหลือครอบครัวละ 9,000 บาทตามมติคณะรัฐมนตรี และค่าเยียวยาอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 เช่น ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ค่าเครื่องครัวเครื่องนอน และอื่นๆ
รัฐบาลต้องให้ความ “ชัดเจน” ว่าผู้ประสบภัยมีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างไรบ้าง
ที่สำคัญ ภาครัฐต้องทำให้การเบิกจ่ายง่าย รวดเร็ว และเป็นต้นทุนต่อประชาชนน้อยที่สุด รัฐควรมี application หรือศูนย์กลางการติดต่อที่ทำให้ประชาชนกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แล้วรอรับบริการจากภาครัฐหรือเงินช่วยเหลือตามสิทธิ์ได้เลย
ในเยอรมนี หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2563 รัฐบาลเยอรมันประกาศทันทีว่า การติดต่อขอความช่วยเหลือของประชาชนต้องไร้อุปสรรค (unbureaucratic) ซึ่งปรากฏว่าทำได้จริง และได้รับเสียงตอบรับที่ดี สามารถเป็นแบบอย่างสำหรับไทยได้เป็นอย่างดี
ประชาชนประสบ “ความยากลำบาก” มามากเกินพอ การทำขั้นตอนเยียวยาให้ง่ายและรวดเร็วคือเป้าหมายขั้นต่ำที่รัฐต้องจัดการให้ได้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนตั้งหลักได้เร็วขึ้นด้วย
มาตรการที่สาม : “สร้างความชัดเจน แยกเงินให้ชัด”
ภาครัฐและภาคเอกชนทยอยออกมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งเป็นทิศทางที่ดี แต่มีประชาชนจำนวนมากติดต่อผมว่า ยังสับสนว่าอะไรเป็นอะไร อันไหนช่วยแบบได้เลย หรือเป็นเงินสินเชื่อ
ผมเสนอว่า ภาครัฐควรร่วมกับเอกชนจัดทำฐานข้อมูลเดียวที่ระบุช่องทางการช่วยเหลือต่างๆ อย่างครบถ้วน อาจแยกตามกลุ่มเป้าหมาย
ประชาชนที่บ้านเรือนหรือธุรกิจเสียหาย จะรู้ได้ว่ามีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือเท่าไหร่ เบิกประกันตรงไหนได้บ้าง หรือถ้าไม่เพียงพอ ควรจะขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินอย่างไร ถ้าต้องมีการเจรจาต่อรอง เช่น พิสูจน์ความเสียหาย สามารถขอคำแนะนำ ความช่วยเหลือได้จากใคร
กรณีของมาเลเซียเป็นตัวอย่างที่ดี โดยหลังจากน้ำท่วมเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซียร่วมกับสถาบันการเงินเอกชนออกกองทุนเพื่อการเยียวยาและปรับตัว (Relief and Adaptation Facility) ที่เสนอทางเลือกความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งแบบให้เปล่าหรือแบบสินเชื่อให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบได้เลือกใช้
ฐานข้อมูลนี้จะช่วยให้ประชาชนวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น ช่วยพลิกฟื้นฐานะทางการเงินของผู้ประสบภัย และยังช่วยให้ภาครัฐและภาคเอกชนเสนอมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุดมากขึ้นอีกด้วยครับ
มาตรการที่สี่ : สร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูการท่องเที่ยว
เศรษฐกิจหาดใหญ่ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวติดในโรงแรมทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น ไม่กล้ามาเที่ยวหาดใหญ่ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวหดหาย
รัฐบาลจึงต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นว่ามาเที่ยวหาดใหญ่ปลอดภัย โดยมีมาตรการที่ชัดเจน และอาจมีโปรโมชั่นเสริมในช่วงฟื้นฟู เช่น การแจก Cash Voucher ให้ใช้กับร้านค้าในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ 2 เด้ง ทั้งดึงนักท่องเที่ยวและทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
มาตรการที่ห้า : “สร้าง SMEs ใหม่ สร้างงานที่ดี” ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคือหัวใจของเศรษฐกิจหาดใหญ่ก่อนน้ำท่วม ธุรกิจที่เดิมพึ่งพาการค้าปลีกกำลังเผชิญการแข่งขัน และกำลังหาทางปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจแบบใหม่ หลังน้ำท่วม ธุรกิจยิ่งต้องปรับตัวมากขึ้นเพื่อให้อยู่รอดได้ดี
ภาครัฐสามารถใช้โอกาสนี้สนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจให้รวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น โดยผนวกการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับมาตรการช่วยเหลือทางการเงินที่มีอยู่แล้ว พูดง่ายๆ คือ ต้องเป็นสูตรเงิน+คำปรึกษา ถึงจะพลิกฟื้นธุรกิจได้จริง
เช่น ที่สิงคโปร์ ภาครัฐจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาเอกชนมาเป็นเพื่อนคู่คิดของธุรกิจเป็นรายๆ ไป เช่น มาช่วยทำแผนการค้าขายออนไลน์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนธุรกิจ หรือการเชื่อมกับธุรกิจรายใหญ่
ธุรกิจจะเห็นอนาคตตัวเองชัดเจนขึ้น เมื่อไปขอสินเชื่อจากธนาคาร ก็มีโอกาสได้รับสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ดี ทำให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น และมีโอกาสเติบโตต่อไป
นอกจากนี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน รัฐควรสนับสนุนกลไกช่วยเชื่อมโยงธุรกิจกับแรงงาน เช่น ในช่วงฟื้นฟู ธุรกิจช่างซ่อมและก่อสร้างจะต้องการแรงงานมาก ขณะที่จะมีแรงงานบางส่วนที่ไม่มีงานทำ การเชื่อมโยงแรงงานเข้ากับธุรกิจจึงเป็นโจทย์สำคัญ โดยอาจใช้ผ่านกลไกที่มีอยู่แล้ว แต่ทำให้มีประสิทธิภาพขึ้น เช่น ผ่านกรมการจัดหางาน หรือสนับสนุนผ่านแพลตฟอร์มของเอกชนก็ได้
แรงงานก็จะมีงานทำ ธุรกิจไปต่อได้ “ประชาชน” ได้ประโยชน์จากบริการที่ดี
เรียกว่าร่วมด้วยช่วยกันในยามยาก ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริงครับ
มาตรการที่หก : “สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติ
ได้ดีขึ้น”
หายนะจากน้ำท่วมทำให้เราต้องกลับมาคิดและทำอย่างจริงจังว่าจะสร้างเมืองที่สามารถรองรับภัยพิบัติที่นับวันจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ได้อย่างไร
ที่ผ่านมา มีข้อเสนอที่น่าสนใจมากมาย รัฐบาลควรนำมาทำให้เป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ครับ
“ผมหวังว่าจะได้เห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมและตรงจุดจากภาครัฐในเร็ววัน ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคนครับ” วีระพงษ์ ประภา กล่าว
สรุป : หาดใหญ่ไปต่อได้ เพียงเราช่วยกันโอบกอด สอดประสาน พาพวกเขาเดินผ่านวิกฤตครั้งนี้ให้ดีพอ...เท่านั้นเอง!!

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันพุธ 3 มีนาคม 2569
สเปนประกาศชัด ไม่ให้ สหรัฐ ใช้ฐานทัพโจมตี อิหร่าน
สงครามเปลี่ยนโฉม สมุย-พะงัน ต่างชาติไม่ได้มาเที่ยว แต่ปักหลักใช้ชีวิตยาว
ปราชญ์ สามสี ไขข้องใจยกโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่านใช้กับเขมรได้หรือไม่!?
พุ่งพรวด! 'ปั๊มเชลล์' ปรับขึ้นราคาน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ลิตรละ 1.50 บ. ดีเซล 4.20 บ.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี