วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ฤทธิ์เดชของ“เอลนีโญ”ทำเอาประเทศในยุโรปช่วงนี้“ร้อนตับแตก” โดยในหลายประเทศต้องเผชิญวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง ทุบสถิติอุณหภูมิที่พุ่งสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เฉพาะที่ฝรั่งเศสถึงกับมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเพราะหนีร้อนไปพึ่งเย็น โรงเรียนก็มีการสั่งปิดเรียนหลายพันแห่ง รถไฟบางสายก็ต้องยกเลิกการเดินรถ
ทั้งนี้ สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฝรั่งเศส ได้ประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนในระดับ“สีแดง” หรือระดับเฝ้าระวังสูงสุด ใน 49 เขตบริหาร ซึ่งครอบคลุมประชากรกว่า 35 ล้านคน โดยคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในเมืองบอร์โดทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส จะพุ่งทะลุ 42 องศาเซลเซียส
ขณะที่“สเตฟานี ริสต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ยอมรับว่าประเทศกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่องและยังไม่สามารถระบุได้ว่าอุณหภูมิจะเริ่มลดลงเมื่อใด ทำให้โรงเรียนในฝรั่งเศสเกือบ 2,700 แห่งจำเป็นต้องปิดทำการชั่วคราวหรือปรับเปลี่ยนตารางเรียนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
นอกจากนั้น หน่วยงานขนส่งมวลชนแคว้น“อีล-เดอ-ฟร็องส์” ซึ่งเป็นแคว้นที่มีประชากรมากที่สุดในบรรดา 18 แคว้นของประเทศฝรั่งเศส โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงปารีส ได้ประกาศยกเลิกการเดินรถไฟล่วงหน้า 1 ใน 10 เที่ยวสำหรับทุกสาย เพื่อป้องกันความเสียหายต่อรางและขบวนรถไฟที่เก่าแก่จากความร้อนจัด
ไม่เพียงแต่เท้านั้น จากสถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมทั่วประเทศ คนฝรั่งเศสจะหนีร้อนไปพึ่งเย็น ด้วยการไปหาน้ำแช่ในแม่น้ำ ในทะเลสาบ และในสระว่ายน้ำ ก็กลายเป็นว่า“เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” ซึ่งจากการแถลงของนายเฌโรม บูล็องเฌ โฆษกสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยพลเรือนฝรั่งเสศ เปิดเผยว่า เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมาเพียงวันเดียว มีชาวฝรั่งเศสจมน้ำเสียชีวิตถึง 10 ราย และในช่วงค่ำวันเดียวกันนั้น ก็ยังเกิดเหตุสลดในแคว้น“อีล-เดอ-ฟร็องส์” มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 13 ปี
การจมน้ำเสียชีวิตดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่ จึงทำให้ทางการของฝรั่งเศสต้องประกาศเตือนประชาชนที่ต้องการคลายร้อนว่า ควรเลือกเล่นน้ำในพื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่“ไลฟ์การ์ด”คอยดูแลอย่างเข้มงวดเท่านั้น และถ้าหากต้องการคลายร้อน วิธีที่ดีที่สุดที่ทางการฝรั่งเศสแนะนำประชาชน ก็คือ การอาบน้ำ โดยไม่จำเป็นต้องไปที่สระว่ายน้ำหรือทะเลสาบ
อีกประเทศหนึ่งคือสเปนซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของฝรั่งเศสที่มีพรมแดนติดกันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประสบกับสถานการณ์คลื่นความร้อนรุนแรงเช่นกัน โดยหลายพื้นที่มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด เช่นที่กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เผชิญสภาพอากาศร้อนจัด โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกสวมเสื้อผ้าสีอ่อนและพกพาอุปกรณ์คลายร้อนติดตัวตลอดเวลา
ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสเปน ได้ประกาศเตือนภัยระดับ“สีแดง”ในแคว้นบาสก์ โดยเฉพาะที่เมืองซานเซบาสเตียน ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศชายทะเลทางตอนเหนือของประเทศสเปน มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ถือว่าสูงเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยในอดีตของช่วงเวลาเดียวกัน และที่ยิ่งไปกว่านั้น ตอนกลางคืนก็ปรากฏว่า บางพื้นที่ อุณหภูมิก็ยังสูง ประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส
ย้อนไปดูเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อังกฤษเป็นประเทศแรกที่เจอกับภาวะคลื่นความร้อน โดยอุณภูมิพุ่งสูงถึง 34.8 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยาวมากว่าร้อยปีของสหราชอาณาจักร เช่นที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน วัดอุณหภูมิได้ 33.5 องศาเซลเซียสในช่วงเที่ยงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่ช่วงบ่าย สวนพฤกษศาสตร์คิวการ์เดนส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน จะทำสถิติสูงสุดที่ 34.8 องศาเซลเซียส เป็นการทำลายสถิติเดิมของเดือนพฤษภาคมที่เคยเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2465 (ค.ศ.1922) และปี พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944)
อีกทั้งหลายพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอังกฤษ มี 9 มณฑล และมีประชากรมากที่สุดเกือบ 10 ล้านคน ล้วนมีอุณหภูมิสูงเกิน 33 องศาเซลเซียส ขณะที่เวลส์ก็ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเดือนพฤษภาคมเช่นกัน โดยสนามบินฮอว์เดนใกล้ชายแดนอังกฤษวัดได้ 32.2 องศาเซลเซียส
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักร (Met Office) ประกาศขยายพื้นที่เตือนภัยคลื่นความร้อนรุนแรง หลังคาดว่าอุณหภูมิในหลายพื้นที่ของประเทศอาจพุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียสในสัปดาห์นี้ และมีโอกาสราว 25 เปอร์เซ็นต์ ที่อุณหภูมิจะทะลุ 40 องศาเซลเซียส และอาจทำลายสถิติอากาศร้อนที่สุดของเดือนมิถุนายนที่เคยบันทึกไว้เมื่อปี 2519 หรือ 10 ปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาอังกฤษระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ไม่เพียงมีอุณหภูมิสูงผิดปกติเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมความชื้นในอากาศระดับสูง ทำให้สภาพอากาศอบอ้าวและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงอาจสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณูปโภค การผลิตไฟฟ้า และแหล่งน้ำ
ตามไปดูที่ประเทศเบลเยียม ปรากฏว่าสถานการณ์คลื่นความร้อนส่งผลให้สัตว์ป่าจำนวนมากล้มป่วยจากความร้อน โดยเฉพาะลูกนกที่ทำรังใต้หลังคาอาคาร โดยศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าใกล้เมืองนามูร์ของเบลเยียม เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ลูกนกที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนมากที่สุด คือ ลูกนกสวิฟต์ นกนางแอ่น และนกกิ้งโครง หลังจากอุณภูมิหลายพื้นที่ของประเทศเบลเยียมแตะระดับ 34 องศาเซลเซียส
จากการเปิดเผยของศูนย์ฟื้นฟูสัตว์ป่าดังกล่าวระบุว่า ช่วงเวลาเพียง 3 วันทางศูนย์ฯต้องรับดูแลลูกนกที่ได้รับผลกระทบแล้วมากกว่า 150 ตัว และกำลังประสบปัญหาอย่างหนักในการรองรับสัตว์ป่าที่ล้มป่วยจากความร้อน ขณะที่หลายศูนย์ทั่วประเทศเบลเยียมเริ่มรองรับไม่ไหว และว่าจากภาวะโลกร้อนนี้ยังซ้ำเติมวิกฤตสัตว์ป่าจากการสูญเสียถิ่นอาศัย และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตามคลื่นความร้อนที่ปกคลุมทวีปยุโรป
สรุปก็คือ ด้วยฤทธิ์เดชของ“เอลนีโญ” ทำให้ยุโรปกลายเป็นทวีปที่อุณหภูมิเบี่ยงเบนออกจากค่าเฉลี่ยในประวัติศาสตร์มากที่สุดในโลก โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในช่วงปี ค.ศ.1961–ค.ศ.1990 (พ.ศ.2504-พ.ศ.2533) ถึง 4.1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับเอเชียและอเมริกาเหนือที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติเพียง 2 องศาเซลเซียส และ 1.3 องศาเซลเซียสตามลำดับ และผลกระทบจากคลื่นความร้อนยังขยายวงกว้างไปทั่วยุโรป ทำให้หลายประเทศต้องออกมาตรการรับมือกับอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ
สำหรับบ้านเรานั้น เวลานี้ที่ร้อนหนักที่สุดก็คือภาวะ“คลื่นความร้อนทางการเมือง” ซึ่งกำลังเผาผลาญพรรคส้ม จากวาทะ“มีส้มไม่มีเทา” แต่กลายเป็นว่า “มีเทาอยู่เต็มพรรค” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

‘โด้’ยิง6สมัยติด!พาฝอยทองคืนชีพถล่มบอลโลก
‘ในหลวง’ พระราชทานนามกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ ‘ควีนสุทิดา’ โอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
ไม่คิดว่าจะทำได้ลงคอ รูมเมทไม่ทน แฉ วีรกรรม นศ.หนุ่มเรียนดี กระทำ หนูแฮมสเตอร์ 40 ตัว ดับคาหอพัก
พาร์กินสัน... มากกว่าแค่มือสั่น! หมอวี เผย 4 อาการหลักที่ต้องรู้จัก
นารากร ฉะ ดีอี ลอยแพ IT Man 878 คน 'รมช.แนน'สวนทันควัน จับโยงมั่ว ซัดหยุดเล่นการเมือง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี