วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งยืดเยื้อยาวนานกว่า 20 ปี จะได้ยุติลงเสียที โดยระดับแกนนำของทุกขั้ว“สีเสื้อ”จะได้รับการนิรโทษกรรมกันโดยถ้วนทั่วยกเว้นคดีทุจริตคอร์รัปชัน และคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดมาตรา 112
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา“ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข” หรือ“ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม” ของวุฒิสภา ได้พิจารณาตรวจร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นนัดสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว จากการประชุมเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา และคาดว่าจะนำเข้าสู่การประชุมพิจารณาวาระสองและวาระสามของวุฒิสภาได้ในวันที่ 30 มิถุนายนสัปดาห์หน้า
สำหรับผู้ที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ ก็คือ นักการเมืองและนักเคลื่อนไหวการเมือง ที่มีคดีอันเกิดจากการชุมนุมทางการเมือง ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2548-2568 เรียกว่า“เสื้อแดง”กลุ่ม นปช., “เสื้อเหลือง” กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ “พธม.”, กลุ่ม กปปส. และรวมทั้ง“เสื้อส้ม”กลุ่ม“ม็อบสามนิ้ว”ที่ไม่เกี่ยวกับความผิดในคดีอาญามาตรา 112 ล้วนได้“เฮ”กันทุกคน
โดยมาตรา 7 ของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้บัญญัติไว้ว่า “บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2548 ถึงวันที่16 กรกฎาคม พ.ศ.2568 ที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดตามที่ระบุในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิดรวมถึงพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัยเท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศ”
อีกทั้ง ตามมาตรา 8 ยังบัญญัติไว้ด้วยว่า “กรณีที่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทำความผิดหรือมีการบันทึกไว้ในฐานะเป็นประวัติอาชญากรรมให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล และจะนำประวัติอาชญากรรมนั้นไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้ และให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจจัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรม ลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญานั้น”
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีแพ่งที่บรรดาแกนนำม็อบกลุ่มต่างๆ ถูกหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจบางแห่งฟ้องดำเนินคดีให้ชดใช้ค่าเสียหาย ก็จะได้อานิสงส์จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ด้วยเช่นกัน
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่การกระทำผิดตามที่ได้รับการนิรโทษกรรม แล้วก่อให้เกิดความเสียหายทางแพ่งแก่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ให้การดำเนินคดีทางแพ่งโดยหน่วยงานของรัฐเป็นอันยุติลง และมิให้ฟ้องร้องเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายดังกล่าว ซึ่งถ้าศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ใดชำระค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ให้การชดใช้ค่าเสียหายหรือการบังคับคดีให้หน่วยงานของรัฐเป็นอันยุติลง ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อการชำระหนี้หรือการบังคับคดีที่ดำเนินการเสร็จสิ้นไปก่อนแล้ว พูดง่ายๆ ก็คือไม่มีผลย้อนหลัง
ตามไปดูต่อในส่วนของคดีแพ่งดังกล่าว มีคดีใหญ่ที่ต้องพูดถึง คือ คดีปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ของกลุ่มพันธมิตรฯ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชและรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปี 2551 ซึ่ง“บริษัทท่าอากาศยานไทยฯ” หรือ ทอท. เป็นโจทก์ฟ้องอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ 13 คน และคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 โดยศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ทั้ง 13 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่ ทอท. เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 522,160,947.31 หรือ 522.16 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551
แกนนำพันธมิตรฯ 13 คน ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพธงไชย, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข,นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (เสียชีวิตแล้ว), นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือนายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี, นายนรัญยู หรือนายศรัณยู วงษ์กระจ่าง (เสียชีวิตแล้ว), นายสำราญ รอดเพชร, นายศิริชัย ไม้งาม, นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายเทิดภูมิ ใจดี (เสียชีวิตแล้ว)
ขณะเดียวกัน สำหรับคดีการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ยังมีนักการเมืองทางฝั่ง“เสื้อเหลือง”อีกกลุ่มหนึ่งในนามกลุ่ม“กปปส.”ที่เป็นอดีต สส.เก่าของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนพลอยได้พ้น“บ่วงกรรม”ไปด้วย อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายถาวร เสนเนียม, นายอิสสระ สมชัย, นายชุมพล จุลใส หรือ“ลูกหมี”, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณเป็นต้น ซึ่งบุคคลที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ เคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล“ยิ่งลักษณ์ชินวัตร”ช่วงปลายปี 2556 และต่อเนื่องข้ามปีมาจนถึงเดือนพฤษภาคมปี 2557 กรณีที่ สส.ของพรรคเพื่อไทย
“ลักหลับ”ผ่านร่าง“กฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย”เพื่อเอื้อประโยชน์ให้“ทักษิณ ชินวัตร”นักโทษคดีทุจริตโกงบ้านกินเมืองได้รับการนิรโทษกรรม
และทางฝั่งนักการเมือง“เสื้อแดง”ซึ่งมีทั้งที่เป็นแกนนำเสื้อแดง และเป็นอดีต สส.พรรคเพื่อไทย ก็มี อาทิ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นพ.เหวง โตจิราการ,นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย รวมทั้งนางธิดา ถาวรเศรษฐ และนายจตุพร พรหมพันธุ์อดีตประธาน นปช. ซึ่งเฉพาะนายจตุพรนั้น ทุกวันนี้
ได้แยกตัวจากขบวนการ“เสื้อแดง”มาเป็นวิทยากร“คณะหลอมรวมประชาชน”
สรุปก็คือ กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ นอกจากจะมิให้มีผลต่อผู้กระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แล้ว ก็ยังรวมถึงการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
สำคัญที่สุด “ขี้คุก”คดีทุจริตโกงกินบ้านเมืองอย่าง“ทักษิณ ชินวัตร” นอกจากจะไม่ได้รับการนิรโทษกรรมแล้ว ประวัติอาชญากรรมที่ถูกบันทึกไว้แล้วว่า“โกงโคตร-โคตรโกง” ก็ไม่สามารถลบข้อมูลประวัติความผิดให้“ใสสะอาด”ได้เช่นกัน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

คิงชาร์ลส์ เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก
แฟนๆแห่ยินดี มินนี่ ภัณฑิรา เผยข่าวดีตั้งท้องลูกคนแรก
กองทัพ โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยันปฏิบัติภารกิจภายในอธิปไตยของไทย
ปลอดสาร ไม่แปลว่า ปลอดเชื้อ หมอเจด ยกเคส ต้าเหนิง แม้เลือกกินเฮลตี้ แต่ยังติดเชื้อไวรัส
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องปีใหม่ ฉายแววสวยหวาน นั่งแท่นพิธีกรคู่แม่แอฟ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี