วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ต้องถือว่าเป็นข่าวดี เมื่อประธานาธิบดี“โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทาง“ทรูธ โซเชียล”จากการรายงานของสื่อต่างประเทศ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนวานนี้ ว่า “ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน เสร็จสมบูรณ์แล้ว”
“โดนัลด์ ทรัมป์” เจ้าของฉายา“ทรัมป์บ้า”ซึ่งพูดจาไม่เคยอยู่กับร่องกับรอยประเภทกลับกลอกเจ้าเล่ห์ได้คุยโม้อวดตัวผ่าน “ทรูธ โซเชียล”ว่า “ข้อตกลงอันยิ่งใหญ่นี้จะนำสันติภาพและความมั่นคงมาสู่ทั้งภูมิภาค ประธานาธิบดีหลายคนพยายามสร้างสันติภาพกับอิหร่าน แต่ล้มเหลวทั้งหมด ก่อนหน้านี้ผมผู้นำในภูมิภาคแห่งนี้ได้พบกับประธานาธิบดีคนแรกที่สามารถช่วยให้พวกเขาบรรลุสันติภาพที่แท้จริงได้ เมื่อมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากการลงนามในข้อตกลงในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นี้เพื่อดำเนินการกวาดทุ่นระเบิด น้ำมันจะสามารถขนส่งผ่านทั้งสองด้านอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทั้งภูมิภาคและทั้งโลก”
ขณะที่“คาเซม การีบาบาดี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ก็ได้ออกมายืนยันกับสื่อของอิหร่านเช่นกันว่า ร่างเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว และพิธีลงนามอย่างเป็นทางการใน“บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด” จะจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ โดยข้อผูกพันต่างๆ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันลงนามเป็นต้นไปซึ่งมีสองประเด็นที่จะมีผลบังคับใช้ในทันที คือ 1.การยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนด้วย และ 2.การยกเลิกและสิ้นสุดการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐอเมริกาเคยประกาศใช้ต่ออิหร่าน
อย่างไรก็ตาม สงครามครั้งนี้ซึ่งทำให้โลกทั้งใบเดือดร้อนกันถ้วนทั่วจากวิกฤตด้านพลังงานที่เป็นห่วงโซ่สำคัญทางเศรษฐกิจ ก็เพราะการเปิดฉากรุกรานอิหร่านแบบ“หมาหมู่สองรุมหนึ่ง”โดยสหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอล ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เกือบสี่เดือน และทำท่าว่าจะ“ปิดดีล”จากปาก“ทรัมป์บ้า”มาก็หลายครั้ง
ก่อนที่“สองหมาหมู่”สหรัฐฯกับอิสราเอลจะเปิดสงครามรุกรานอิหร่านนั้น น้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกมีราคาอยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,200 บาทต่อบาร์เรล แต่หลังจากมีสงครามราคาพุ่งขึ้นไปสูงสุดเกือบ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และขึ้นๆ ลงๆ ในระดับโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ดังนั้น ทันทีที่มีข่าวว่า“ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน เสร็จสมบูรณ์แล้ว” และจะมีพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่สวิตเซอร์แลนด์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้รวมทั้ง“ช่องแคบฮอร์มุซ”จะกลับมาเปิดเดินเรือทันที ซึ่ง“ทรัมป์”โพสต์ข้อความบอกว่า “สตาร์ทเครื่องยนต์ของคุณได้เลย ปล่อยให้น้ำมันไหลผ่านได้อีกครั้ง” ก็ปรากฏว่าส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกปรับตัวลดลงทันทีเช่นกัน
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ของตลาดเอเชียซึ่งถือว่าเป็นราคามาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก จากการซื้อขายเมื่อเช้าวันที่ 15 มิถุนายนวานนี้ ลดลงมาร้อยละ 3.8 ปิดที่84.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล, น้ำมันดิบ“เบรนท์ลอนดอน”ลดลงมาร้อยละ 3.5 ปิดที่ 84.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ“เวสต์เท็กซัส”ของสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 4.2 ปิดที่ 81.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะเดียวกัน ข่าวการบรรลุ“ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน”ดังกล่าว ยังส่งผลให้กลุ่มประเทศ“E 4” คือ สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี และอิตาลี ออกมาประกาศว่า พร้อมจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอันเนื่องมาจาก“โครงการนิวเคลียร์”ของอิหร่านก่อนหน้านี้
อีกทั้งผู้นำจากประเทศต่างๆ ก็ยังได้ออกมาแสดงความยินดีด้วยการโพสต์ข้อความผ่านโลกโซเชียลด้วย อาทิ “เชห์บาซ ชารีฟ”นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยมาตั้งแต่ต้น หลังจากมีการลงนามหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยได้โพสต์ข้อความผ่านทางเอกซ์ “@CMShehbaz” ระบุว่า
“หลังจากการเจรจาอย่างเข้มข้น เรามีความยินดีที่จะประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านแล้ว ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร รวมถึงในเลบานอนด้วย พิธีลงนามอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เราขอขอบคุณสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านสำหรับความมุ่งมั่นในการหาทางออกทางการทูตให้กับความขัดแย้ง เราขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของรัฐกาตาร์ในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ สำหรับการสนับสนุนในการบรรลุข้อตกลงนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขอขอบคุณผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียและสาธารณรัฐตุรกีสำหรับการมีส่วนร่วมอย่างมากในเรื่องนี้”
นอกจากนั้นก็มี “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, “เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, “อันโตนิโอ กูเตอร์เรส” เลขาธิการสหประชาชาติ, “นางซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น, “ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน อัล ธานี” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ และ“เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด”
มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่านโลกโซเชียล
ถึงกระนั้นก็ตาม ท่ามกลางข่าวอันน่ายินดีนี้ เมื่อมองไปที่ประเทศอิหร่าน ดูจะกลายเป็น“เผือกร้อน” เพราะจากข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนวานนี้รายงานว่า ประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากได้ออกมาชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่กลางกรุงเตหะราน เพื่อแสดงพลังต่อต้านการทำข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ พร้อมทั้งทวงถามความยุติธรรมต่อการเสียชีวิตของ“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่เสียชีวิตพร้อมกับครอบครัว จากการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมทั้งผู้นำอิหร่านอีกหลายสิบคน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอดจนชีวิตของเด็กนักเรียนหญิงในเมืองมินาบทางตอนใต้ของอิหร่านอีก“168 ศพ” อันเป็น“โศกนาฏกรรม”จากการถูกโจมตีทางอากาศในวันเดียวกัน
การประท้วงใหญ่ของประชาชนชาวอิหร่านในครั้งนี้แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อความพยายามของรัฐบาลเตหะรานในการประนีประนอมกับสหรัฐฯ โดยพุ่งเป้าโจมตีไปที่“โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” ประธานรัฐสภาอิหร่าน ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา และ“อับบาส อารักชี” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงพากันชูกำปั้นและตะโกนข้อความกึกก้องว่า “กาลีบาฟ! อารักชี!..แล้วเลือดของท่านผู้นำเราล่ะ?”
บรรทัดนี้ก็ต้องบอกว่า สงคราม “สองหมาหมู่รุกรานอิหร่าน”จบแบบมีนัยสำคัญ โดยเข้าแผน“ทำเนียบขาว” ที่นับจากนี้ไปประชาชนชาวอิหร่านก็จะลุกขึ้นมาทำสงครามฆ่าล้างกันเองภายในประเทศ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

‘สเปน’ช็อค!เจาะ‘กาบูเวร์ดี้’ไม่เข้าประเดิมเจ๊าบอลโลก
ประเสริฐ กางพิมพ์เขียว 4 ด้าน เยียวยาครูอัตราจ้าง 202 ราย
ไฟเขียว ยกเลิกพักงาน 'ติณติณ' พ้นข้อหายาเสพติด-พรากผู้เยาว์ รอผล DNA 20 มิ.ย. นี้
ติณติณ คัมแบ็กแล้ว แกรมมี่ โกลด์ ร่อนจดหมายยกเลิกการพักงาน
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี