วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รายงานข่าวจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนวานนี้ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเป็นแผ่นเสียงตกร่องครั้งที่นับไม่ถ้วน ว่า“มีชัยชนะเหนืออิหร่าน” นับตั้งแต่สหรัฐอเมริการ่วมมือกับอิสราเอลเปิดสงครามรุกรานอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กระทั่งมีการเจรจาหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ในวันที่ 7 เมษายน 2569
ทั้งนี้ หลังจากที่“โดนัลด์ ทรัมป์” ได้ประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวร่วมกับอิหร่านเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 “ทรัมป์”ก็ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงในหลักการร่วมกันได้แล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนทางเอกสารที่ต้องใช้เวลาจัดทำอีกราว 2 สัปดาห์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 เดือนกลับยังไม่มีการลงนามหรือการประกาศข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมใดๆ ออกมาจากทำเนียบขาว
คราวนี้ก็เหมือนกัน“โดนัลด์ ทรัมป์”ได้ประกาศระหว่างการปราศรัยทางโทรศัพท์เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ“ลินด์ซีย์ เกรแฮม” วุฒิสมาชิกจากรัฐเซาท์แคโรไลนา ที่กำลังลงสมัครรับเลือกตั้งขั้นต้น ว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะสามารถประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์เหนืออิหร่าน โดยอ้างว่ารัฐบาลเตหะรานกำลังต้องการบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตัน และพร้อมยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์
“ทรัมป์“กล่าวว่า “การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกา กับอิหร่านกำลังดำเนินไปในทิศทางที่เป็นบวกสำหรับฝ่ายวอชิงตัน และเชื่อว่าความคืบหน้าสำคัญจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ขณะนี้เรากำลังเจรจากันอยู่ และพวกเขาต้องการทำข้อตกลงที่ดีมาก พวกเขาพร้อมจะมอบทุกอย่างให้กับเรา พวกเขาพร้อมที่จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ผมคิดว่าเรากำลังเป็นฝ่ายชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ แต่คุณจะเห็นชัยชนะอย่างแท้จริงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อเราประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์ มันจะเป็นชัยชนะโดยสมบูรณ์ และจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จากนั้นราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงอย่างมาก”
อย่างไรก็ดี คำประกาศของ“โดนัลด์ ทรัมป์” มีขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างวอชิงตันและเตหะราน โดยนานาชาติจับตาว่าการเจรจาจะนำไปสู่ข้อตกลงฉบับใหม่เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้หรือไม่ หลังความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศยืดเยื้อมาหลายปี ซึ่งแม้แต่“โดนัลด์ ทรัมป์”ก็ยังพูดว่า อิหร่านยังคงเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งและมีศักดิ์ศรี จึงต้องใช้เวลาในการยอมรับเงื่อนไขบางประการที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องยอมรับมาก่อน
ขณะที่“อิหร่าน-อิสราเอล” ก็ได้ประกาศพักรบชั่วคราว หลังจาก“ทรัมป์”เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหยุดยิง โดยทั้งสองฝ่ายอ้างว่า การยุติการโจมตีตอบโต้กันเป็นการชั่วคราวครั้งนี้ เป็นไปตามคำร้องขอของ“โดนัลด์ ทรัมป์” โดยเฉพาะสำหรับอิสราเอลนั้น “ทรัมป์”ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่ง“ทรัมป์”เป็นผู้เปิดเผยเองว่า ได้เตือน“เนทันยาฮู”ว่า หากกลับไปเปิดฉากสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง อิสราเอลอาจต้องเผชิญสถานการณ์เพียงลำพัง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเปิดฉากโจมตีทางทหารโดยตรงระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเมื่อวันที่ 7-8 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเริ่มจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลในช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน โดยอิหร่านอ้างว่า เป็นการตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บริเวณชานกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน
ทางฝ่ายอิสราเอลก็ได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศใส่พื้นที่ 3 เมืองในของอิหร่าน รวมทั้งโรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งของอิหร่าน ที่อิสราเอลอ้างว่าอิหร่านใช้ในการผลิตขีปนาวุธพิสัยไกล และจากนั้นกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC ) ก็ได้ตอบโต้อิสราเอลกลับอย่างทันทีทันควันเช่นกัน ด้วยการโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมในเมืองไฮฟาของอิสราเอล
ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่าอิหร่านกับอิสราเอลจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว แต่“เบนจามิน เนทันยาฮู” ก็ยังส่งเสียงกร้าวว่า หากอิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ทางกองทัพอิสราเอลก็พร้อมจะตอบโต้ทันที โดยเฉพาะถ้ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ที่อิหร่านหนุนหลัง ยังคงโจมตีเมืองต่างๆ ของอิสราเอล อิสราเอลก็จะโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไป
เช่นเดียวกับท่าทีของอิหร่าน ที่ยืนยันว่า หากอิสราเอลยังคงโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในประเทศเลบานอน อิหร่านก็จะกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
สำหรับคำประกาศของ“ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ที่ว่าสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงในหลักการร่วมกันได้แล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนทางเอกสารที่ต้องใช้เวลาจัดทำอีกราว 2 สัปดาห์นั้น สื่อต่างประเทศรายงานว่า “ทรัมป์”พูดแบบนี้ว่า“ใกล้ปิดดีล”กับอิหร่านมาแล้วมากกว่า 37 ครั้งในรอบ 2 เดือน นับตั้งแต่มีข้อตกลงยิงหยุดยิงชั่วคราวร่วมกับอิหร่านเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569
โดยคำพูดดังกล่าวของ“ทรัมป์” ยืนยันจากการรวบรวมข้อมูลเชิงสถิติผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล, การให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ, การแถลงข่าวภายนอกเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซวัน และรวมถึงการโทรศัพท์พูดคุยกับสื่อมวลชนสายทำเนียบขาวของ“โดนัลด์ ทรัมป์”
“แอรอน เบลค” นักข่าวอาวุโส CNN ซึ่งเป็นผู้รวบรวมข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับพูดของ“ทรัมป์”ชี้ว่า ถ้อยแถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อตกลงอิหร่านจากการประกาศของ“ทรัมป์”นั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการประเมินสถานการณ์จริงได้อีกต่อไป เนื่องจากคำประกาศของ“ทรัมป์”เป็นความพยายามในการส่งสัญญาณเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินระหว่างประเทศ หรือไม่ก็อาจเป็นเพียงทัศนคติส่วนตัวของ“ทรัมป์”ที่เชื่อมั่นว่า การเน้นย้ำคำพูดเดิมๆ จะสามารถผลักดันให้สถานการณ์เกิดขึ้นจริงได้
สุดท้ายแล้ว คำประกาศของ“ทรัมป์”ก็เป็นเพียงแค่กลยุทธ์ทางการเมืองและการโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้นเอง เพราะสถานการณ์ของ“ทรัมป์”เวลานี้ ไม่เพียงแต่ถูกโดดเดี่ยวในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกา จากการที่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ได้เห็นชอบในร่างข้อมติเพื่อขัดขวางไม่ให้“ทรัมป์” ดำเนินสงครามต่อต้านอิหร่านต่อไป ด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เสียง ซึ่งในจำนวนนี้มี สส.จากพรรครีพับลิกันที่เป็นพรรคต้นสังกัดของ“ทรัมป์” 4 คนร่วมโหวตกับพรรคเดโมแครตด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา “ทรัมป์”ผู้กระหายสงครามที่พูดจาไม่เคยอยู่กับร่องกับรอย ก็เพิ่งจะถูกชาวอเมริกันทั้งสนามส่งเสียงโห่ไล่ระหว่างร่วมชมการแข่งขันบาสเกตบอล“NBA”จากห้องรับรองพิเศษ ที่“เมดิสัน สแควร์ การ์เดน”ในนครนิวยอร์ก เมื่อภาพของ“ทรัมป์”ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ของสนามกีฬาในช่วงการบรรเลงเพลงชาติสหรัฐอเมริกา
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เปิดร่าง MOU 14 ข้อ ชี้ชะตาอิหร่าน-สหรัฐฯ มาพร้อมเงื่อนไขสำคัญต้อนมหาอำนาจโลก
ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ออกจาก รพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
'คนไทยต้องย่างปลาเก่งแน่ๆ' ไวรัลข้าวปั้นแซลมอนฮอกไกโด กับความลับบนฉลากที่คาดไม่ถึง!
เปาดังเดี้ยง!‘โอลิเวอร์’ไม่ชวดเป่าบอลโลกนัดแรก
เรื่องราวสุดประทับใจ 'พระองค์ภา'กับความเรียบง่าย ทรงจำน้องหมาปอม'โคนี่' ที่ตามรับเสด็จได้ (คลิป)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี