วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เป็นมิ่งขวัญสถิตในหัวใจราษฎร์
ไทยทั้งชาติน้อมส่งองค์เจ้าฟ้า
สู่สวรรค์ไกลลิบทิพย์นภา
เทพเทวาซ้องรับขับประโคมฯ
เช้าวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นวันที่คนไทยทั้งชาติต้องรู้สึกเศร้าสะเทือนใจด้วยความโศกาอาดูร เมื่อสำนักพระราชวังมีแถลงการณ์ประกาศว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” สิริพระชันษาปีที่ 47 สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที ด้วยพระอาการสงบหลังจากพระองค์ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯมาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 เป็นต้นมา
การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง และทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระโกศทองใหญ่ ทรงพระศพ และพระราชทานพระสัปตฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร 7 ชั้น) กางกั้นพระโกศ
ดังรายละเอียดในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง “สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน, ความว่า :-
“พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระอนุสรณ์ถึง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ว่าเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ผู้เปี่ยมด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง เป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของมหาชนทั่วไปทุกหนทุกแห่ง”
“ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรม การสาธารณกุศล การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส และการต่างประเทศ ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาธารณรัฐออสเตรีย ทรงรับปฏิบัติหน้าที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนรับเป็นพระราชภาระในการดูแลทุกข์สุขของพสกนิกร เป็นอเนกปริยาย”
“เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ เป็นเหตุให้พระองค์และประชาชนทุกหมู่เหล่า อาลัยระลึกถึงเป็นอันมากทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นทรงพระเกียรติคุณเป็นที่เชิดชูแห่งพระราชวงศ์ ควรได้รับพระเกียรติยศใหญ่ยิ่ง โดยอนุโลมตามโบราณราชประเพณี”
“จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานจัดเศวตฉัตร 7 ชั้น กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป”
อย่างไรก็ตาม การจากไปอย่างนิรันดร์ของ“พระองค์ภา”เจ้าฟ้าขัตติยนารีของแผ่นดินผู้เป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยในครั้งนี้ มีภาพและบรรยากาศของความรักและความอาลัยที่แสดงออกและสะท้อนความรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ ในพิธีเคลื่อนพระศพของพระองค์ เมื่อวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา จากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
โดยขบวนเคลื่อนพระศพ ซึ่งมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี,
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ, เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมขบวนอัญเชิญพระศพ นั้น
ตลอดสองฟากถนนที่ขบวนพระศพ ซึ่งอัญเชิญพระศพมาบนรถตู้โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) รุ่น “Caravelle T4” สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 หรือที่คนไทย
รู้จักกันดีในนาม“เจมส์ บอนด์” รถยนต์พระที่นั่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้ปฏิบัติพระราชภารกิจ และเป็นคันเดียวกับที่ใช้อัญเชิญพระบรมศพของพระองค์ รวมทั้งพระบรมศพสมเด็จ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคลื่อนผ่านตลอดเส้นทาง10 กิโลเมตรนั้น มีประชาชนสวมใส่ชุดดำนั่งบริเวณทางเท้าเพื่อร่วมถวายความอาลัยและส่งเสด็จอย่างสงบนิ่ง
ทุกคนที่มารอเฝ้าขบวนเคลื่อนพระศพ ต่างก้มลงกราบถวายบังคมด้วยน้ำตาและความรู้สึกจากหัวใจ เฉกเช่นโคลงนิพนธ์ของ“น.ม.ส.”หรือ “พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์” ที่ทรงบรรยายในพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพ“พระปิยมหาราช”ในหลวงรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งอดีตในปี 2453 ว่า“ธูปเทียนดอกไม้เนื่อง แนวถนน..สองฟากมากผู้คน คร่ำไห้..ยามค่ำชะอ่ำฝน ฟ้ามืด..แลบ่เห็นตัวได้ สดับเพี้ยง เสียงครวญ”
ความซาบซึ้งตรึงใจด้วยรักและอาลัยของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อ“เจ้าหญิงของแผ่นดิน”พระองค์นี้ ผู้มีพระจริยวัตรอันงดงาม จากการอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสนั้น ไม่ต่างจากความรู้สึกเดียวกับที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงโพสต์ข้อความ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “HRH PrincessSirivannavari Nariratana Rajakanya” เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนวานนี้ ว่า“นั่งคนเดียวมันเหงานะ”
“เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ”ทรงบรรยายโดยใช้คำว่า“น้องหญิง”แทนพระองค์ว่า “คิดถึงเวลาที่เรานั่งข้างๆ กัน คุยปรึกษาเรื่องต่างๆ ตลอดเวลา ปรับทุกข์ update ชีวิตของกันและกัน ห้วงเวลาตามเสด็จทูลกระหม่อมพ่อในงานพระราชพิธีต่างๆ น้องสุขใจทุกครั้งที่ได้เดินตามหลังพี่ภา เราได้นั่งคู่กัน ทูลกระหม่อมพ่ออยู่อีกฝั่ง เราก็แอบแซวท่านเล่น มีอยู่ช่วงหนึ่งเราเคยนั่งจับโปเกม่อนในวังหลวงกันยังจำได้ใช่ไหม”
“วันนี้น้องนั่งอยู่คนเดียว เหงาและรู้สึกหนาว ภาพวันต่างๆหวนคืนมา ในช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน นึกถึงตอนที่ไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ ของอิตาลี ทูลกระหม่อมพ่อทรงขับรถ พี่ภาเป็น Navigator ส่วนน้องนั่งกินขนมอยู่ข้างหลังและคอยส่งเสบียง คิดถึงทีไร ก็มีความสุขทุกครั้ง”
“สำหรับน้อง พี่ภาคือผู้หญิงที่เก่ง เข้มแข็ง มุ่งมั่น และเด็ดขาด เต็มที่กับทุกเรื่องในชีวิต อดทนเกินเบอร์ พี่ภาเรียนหนังสือเก่ง ทำอะไรก็เก่ง เล่นดนตรีไทยก็เก่ง โดยเฉพาะจะเข้ พี่ภาเป็นแรงบันดาลใจด้านกีฬาขี่ม้าของน้อง ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝันของพี่ภา น้องจะตั้งใจมุ่งมั่นฝึกฝน และดูแลหน่วยม้าทรงให้ดีที่สุด”
“ทุกวันนี้ น้องยังไม่กล้าเปิดอ่านแชทที่คุยกันค้างไว้ และอยากให้พี่ภารู้ไว้ว่า พี่สาวคนนี้คือ ลมใต้ปีกของน้องและจะอยู่ในใจของน้องตลอดไป”
บรรทัดนี้ ข้าพระพุทธเจ้า “นายรุ่งเรือง ปรีชากุล”ขอน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ตราบนิจนิรันดร์ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรณ์ ณรงค์เดช-ศรีริต้า ร่วมถวายความอาลัย พร้อมเป็นจิตอาสาแจกอาหารแก่ประชาชน
ดีลสันติภาพส่อสะดุด อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอีกระลอก อิหร่านขู่ตอบโต้
ไชยันต์ งัดหลักจิตวิทยาวิเคราะห์ ทำไมบางคนถึงโกรธแค้นเมื่อเห็นคนร่วมไว้อาลัยให้ ลูก ของคนที่เกลียด!?
ทร.โชว์ผลของการ ปิดด่าน 100% สกัดบุหรี่เถื่อนทะลักชายแดนจันทบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 8 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี