วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากขึ้นแล้ว และคนไทยก็มีช่องทางให้รับชมอย่างถูกกฎหมายจนได้
โดยรัฐบาลไม่ต้องเอาเงินแผ่นดินมาซื้อลิขสิทธิ์
แต่เป็นเอกชน เข้าไปเจรจาซื้อลิขสิทธิ์มาทำธุรกิจ และให้คนไทยดูฟรีอย่างน้อยวันละหนึ่งคู่ และคู่ชิงชนะเลิศ
ส่วนใครอยากดูทุกคู่ ก็สามารถไฟซื้อแพ็กเกจรับชมได้ เหมือนคอนเทนต์กีฬาอื่นๆ
1. มีประเด็นดราม่าจากคนอยากดูบอลโลกบางส่วน ได้โพสต์เชิญชวนไปรับชมผ่านช่องผิดกฎหมายบางช่องทาง โดยอ้างว่า “สำหรับคนที่ไม่มีเงิน”
น่าอนาถใจ เพราะการกระทำเช่นนี้ ไม่ต่างจากคนอยากได้สินค้าบางอย่าง แต่อ้างว่าไม่มีเงินซื้อ ก็เลยใช้วิธีลักขโมย !!!
เพราะการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ก็คือสินค้าชนิดหนึ่ง มีลิขสิทธิ์ ที่เอกชนต้องเอาเงินของเขาไปจ่ายซื้อมา
เป็นการลงทุน เพื่อบริหารจัดการถ่ายทอดสด หวังมีรายได้กลับมาคุ้มทุน และมีกำไร
กรณีเช่นนี้ หากถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้เลย
2. การที่ฟุตบอลโลก มีลักษณะความเป็นธุรกิจนั้น เรียกว่า เป็นไปตามธรรมดาของโลก
ยกตัวอย่าง การตั้งราคาขายตั๋วเข้าชมฟุตบอลโลกในสนามหนนี้ ฟีฟ่าก็ถูกวิจารณ์มาก
ราคาตั๋วเข้าชมหนนี้ ภาพรวมราคาแพงลิ่วเป็นประวัติการณ์
ตั๋วรอบแบ่งกลุ่มที่ถูกที่สุด มีราคาสูงกว่าปี 2022ที่กาตาร์เป็นสองเท่า
ตั๋วรอบชิงชนะเลิศ ตอนนี้ราคาพุ่งแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์
ทั้งหมด เป็นผลมาจากการใช้ “ระบบราคาแบบยืดหยุ่น” (dynamic pricing)
โดยฟุตบอลโลก 2026 รอบนี้ จำนวนทีม 48 ทีม แข่งขัน 104 นัดในสามประเทศ (แคนาดา, เม็กซิโก, สหรัฐฯ) เท่ากับว่า มีจำนวนที่นั่งต้องขายตั๋วมากเป็นประวัติการณ์ไปด้วย
ฟีฟ่า (FIFA) ได้นำระบบ “Dynamic Pricing” (การกำหนดราคาแบบยืดหยุ่น) มาใช้เป็นครั้งแรกในทัวร์นาเมนท์นี้ ทำให้ราคาตั๋วสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยหลายอย่าง
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคา เช่น
ประเทศเจ้าภาพและเมือง: สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 78จาก 104 นัด และมีราคาบัตรสูงที่สุด
รอบและความสำคัญของนัด: ราคาจะสูงขึ้นตามรอบการแข่งขัน(นัดชิงชนะเลิศแพงที่สุด)
ทีมที่แข่งขัน: คู่บอลของทีมดัง หรือทีมชาติเจ้าภาพ (สหรัฐฯ, แคนาดา) จะมีราคาแพงกว่ามาก
ประเภทที่นั่ง (Seating Category): แบ่งเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ Category 4(ราคาประหยัดที่สุด) ไปจนถึง Category 1 (ราคาแพงที่สุด)
ระยะการขายและอุปสงค์ ณ ขณะนั้น: ตามระบบ Dynamic Pricing ราคาจะถูกปรับให้สูงขึ้นเมื่อมีความต้องการซื้อสูง (คล้ายๆ การขายตั๋วโลว์คอสต์แอร์ไลน์)
เบื้องต้น ราคาหน้าบัตร (ที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม 15%) ดังนี้
รอบแบ่งกลุ่ม (Group Stage) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $120 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) ~$2,735
.png)
.png)
.png)
รอบ 32 ทีม (Round of 32) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $225 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $540
รอบ 16 ทีม (Round of 16) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $240 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $640
รอบก่อนรองชนะเลิศ (Quarter-final) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $450 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $1,775
รอบรองชนะเลิศ (Semi-final) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $930 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $3,295
นัดชิงอันดับ 3 (Third Place) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $250 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $800
นัดชิงชนะเลิศ (Final) ราคาเริ่มต้น (ต่ำสุด) $2,030 ส่วนราคาสูงสุด (แพงสุด) $7,875
แต่ราคาจริงที่เกิดขึ้นในตลาดล่าสุดพุ่งขึ้นไปมาก เพราะระบบ Dynamic Pricing
โดยราคาหลังปรับตาม Demand ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ตั๋วรอบชิงฯ ในประเภท Front Category 1 ราคาหน้าบัตรพุ่งสูงถึง $32,970 (ทะลุเกิน 1 ล้านบาท)
แถมตลาดซื้อ-ขายต่อ (Resale) ยังทำให้ราคาตั๋วจริงสูงกว่าราคาเริ่มต้น
สำหรับราคาขายต่อ (Resale) นับเป็นตลาดที่ไม่มีข้อจำกัด ทำให้ราคาสูงกว่าราคาหน้าบัตรอีกมาก
ขณะนี้ นัดชิงชนะเลิศ ราคาเริ่มต้น (Cheapest Get-in) อยู่ที่ $8,000 -38,000+
3. เครื่องพิมพ์ธนบัตรของฟีฟ่า
ฟุตบอลโลก 2026 เป็นเหมือนเครื่องพิมพ์ธนบัตรของฟีฟ่า
ถือเป็นกีฬาระดับโลกที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
แบ่งเป็นรายได้หลัก 3 ส่วน ได้แก่
รายได้รวมของฟีฟ่า คาดการณ์ไว้สูงถึง 8.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.88 ล้านล้านบาท)
มาจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกว่า 4.26 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.38 แสนล้านบาท) ได้จากการถ่ายทอดสดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งไทย
การตลาดและสิทธิประโยชน์ : มูลค่าราว 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ(ราว 1.26 แสนล้านบาท)
4. ในบ้านเรา เอกชนที่ไปซื้อลิขสิทธิ์มาได้ คือ JAS (บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)) ทุ่มเงิน2,304 ล้านบาท
โดยได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลโลกหนนี้ และหนหน้าในปี 2030 ด้วย รวมทั้งรายการฟุตบอลและฟุตซอลที่ฟีฟ่าจัดอีกหลายรายการ
แน่นอนว่า นี่คือดีลธุรกิจ หวังผลประโยชน์ตอบแทนทั้งระยะสั้น และระยะยาว
ฟรีทีวี (MONO29) ประกาศถ่ายทอดสดนัดสำคัญ 40-50 นัด รวมทั้งเปิดสนามและนัดชิงฯ ฟรี เพื่อรักษาฐานผู้ชมวงกว้าง
OTT แบบเสียเงิน (MonoMax) สตรีมครบทั้ง104 นัด จ่ายเงินแลกกับการดู มีค่าสมาชิก เป็นแพ็กเกจสำหรับรับชมฟุตบอลโลกและคอนเทนต์พรีเมียมอื่นๆ ราคา 5,999 บาท/ปี
มีรายได้โฆษณา ในช่วงการแข่งขัน
และการเติบโตของฐานสมาชิก และสร้างความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์โดดเด่นแก่แพลตฟอร์ม MonoMax ในระยะยาว (ถ้าไม่ซื้อลิขสิทธิ์มาหนนี้ คาดว่าจะมีคนหาทางชมผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งจะกระทบกับโมโนในที่สุด)
JAS ลงทุนครั้งนี้ ก็ไม่ได้ควักเงินก้อนเดียวจ่าย 2,304 ล้านบาททันที
เพราะลึกๆ JAS มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 2,164.13 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 31 มี.ค. 2569)
การชำระค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมด 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,304.68 ล้านบาท จะชำระโดยแบ่งจ่าย 3 งวด
งวดที่ 1: 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (98.77 ล้านบาท) จ่ายภายใน10 วัน หลังฟุตบอลโลก 2026 เริ่ม
งวดที่ 2: 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 559.71 ล้านบาท) จ่ายภายใน30 วัน หลังการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 สิ้นสุด
งวดที่ 3: 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 1,646.20 ล้านบาท) จ่ายก่อนฟุตบอลโลก 2030 จะเริ่มต้น
จะเห็นว่า คนลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ก็ควักเงินไม่น้อย มีความเสี่ยงเหมือนกัน
ใครอยากดูครบทุกคู่ ก็ควรอุดหนุนคนทำธุรกิจ ถูกกฎหมาย
ใครไม่มีตังค์ ก็ดูสดบางคู่ และตามดูไฮไลต์ก็ได้ จบเกมส์ไม่กี่นาทีก็มีไฮไลต์ออกมาแล้ว
ขอให้แฟนบอลทุกท่านมีความสุขกับฟุตบอลโลก
สารส้ม

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรณ์ ณรงค์เดช-ศรีริต้า ร่วมถวายความอาลัย พร้อมเป็นจิตอาสาแจกอาหารแก่ประชาชน
ดีลสันติภาพส่อสะดุด อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอีกระลอก อิหร่านขู่ตอบโต้
ไชยันต์ งัดหลักจิตวิทยาวิเคราะห์ ทำไมบางคนถึงโกรธแค้นเมื่อเห็นคนร่วมไว้อาลัยให้ ลูก ของคนที่เกลียด!?
ทร.โชว์ผลของการ ปิดด่าน 100% สกัดบุหรี่เถื่อนทะลักชายแดนจันทบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 8 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี