Logo วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘ทักษิณ’ มีทรัพย์พอจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท หรือไม่?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

จากคดีภาษีหุ้นชินฯ ทำให้สรรพากรต้องตามเก็บภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 17,629 ล้านบาท

1. ล่าสุด นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า


“นับแต่ประเมินภาษีนายทักษิณ ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และการพิจารณาคดีในชั้นศาล กรมสรรพากรได้ติดตามเร่งรัดภาษีอากรค้างจากนายทักษิณ มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบของกฎหมาย

โดยดำเนินการแจ้งเตือนให้ไปชำระภาษี สอบสวนทรัพย์สินทุกประเภทเพื่อยึด อายัด นำเงินมาชำระหนี้ภาษีอากร

ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมสรรพากรได้ติดตามทรัพย์สินของ นายทักษิณ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางดำเนินการบังคับชำระหนี้ภาษีอากร

อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินการเร่งรัดภาษีอากรจนถึงที่สุดแล้ว หากกรมสรรพากรได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วนตามการประเมิน ก็จะพิจารณาดำเนินการฟ้องนายทักษิณ เป็นคดีล้มละลาย
ต่อไป โดยได้ดำเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาและอายุความตามกฎหมายมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ”

2. กรณีนี้ เป็นการติดตามเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาทจากนายทักษิณ ชินวัตร

เป็นผลจากการขายหุ้นชินฯ เกิดเงินได้พึงประเมิน แล้วพยายามหลบเลี่ยง ไม่จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตอนโน้น ทักษิณอ้างว่าขายหุ้นในตลาดหุ้น ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่ความจริง มีการกระทำซ้อนเร้น อำพราง ฝ่าฝืนกฎหมาย

ความจริง เป็นการขายหุ้นชินคอร์ปที่นายทักษิณเป็นเจ้าของตัวจริง แต่อำพรางไว้ในชื่อคนอื่น ก่อนจะขายต่อไปให้กลุ่มเทมาเส็ก

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ได้พิพากษาชี้ขาดแล้วว่า ทักษิณเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมิน และต้องรับผิดชําระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามการประเมินของสรรพากร

พฤติการณ์ไล่ตั้งแต่ทักษิณขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) แก่บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จํากัด โดยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) จึงเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทแอมเพิล ริชอินเวสท์เม้นท์ จํากัด

บริษัทแอมเพิล ริช อินเวสท์เม้นท์ จํากัด ไม่ได้ถือหุ้น บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ไว้แทนทักษิณ

เมื่อบริษัทแอมเพิล ริชฯ ขายหุ้นบริษัทชินฯ แก่นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา นอกตลาดหลักทรัพย์ ถือได้ว่ามีนิติกรรมการซื้อขายหุ้นโดยชอบ

โดยขายหุ้นชินฯ ให้นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ในราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาในตลาดอยู่ที่ 49.25 บาท

เมื่อเป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาด โดยไม่มีเหตุอันควร นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทาได้รับประโยชน์ และเมื่อนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ถือหุ้นแทนทักษิณ
ก็ถือว่าทักษิณเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมิน

แล้วในวันเดียวกัน ทั้งคู่ ซึ่งเป็นตัวแทนของนายทักษิณ ก็ขายหุ้นให้กลุ่มเทมาเสกในราคาหุ้นละ 49.25 บาท ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

สรรพากรเคยออกหมายเรียกนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา นอมินีที่ถือหุ้นแทนนายทักษิณ มาไต่สวนเมื่อปี 2555 ถือว่าเคยออกหมายเรียกทักษิณมาไต่สวนแล้ว และทำให้อายุความขยายมาจนถึง 31 มี.ค. 2560 และทันทีที่ส่งหนังสือประเมินให้นายทักษิณ “อายุความ” ก็จะหยุดลง

คงจำภาพข่าวที่เจ้าหน้าที่ได้นำหนังสือแจ้งประเมิน ไปติดหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า บ้านเลขที่ 472จรัญสนิทวงศ์ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2560 เป็นการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปี 2549

กรมสรรพากรระบุว่า นายทักษิณมีเงินได้พึงประเมิน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,899 ล้านบาท เมื่อรวมกับเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม คำนวณถึงวันที่ 31 มี.ค. 2560 รวมเป็นระยะเวลา 120 เดือน ทำให้มีเงินภาษีซึ่งทักษิณต้องจ่ายรวม 17,629 ล้านบาท ระบุให้ไปชำระที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางพลัด

จะสังเกตว่า การเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากทักษิณ ก็เฉพาะส่วนที่กระทำโดยนอมินีของทักษิณได้หุ้นจากแอมเพิล ริช นี่เอง

มิใช้เรียกเก็บภาษีจากเงินขายหุ้นทั้งก้อน 73,000 ล้านบาท

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร ชี้ว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์ปกปิดการถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จํากัด(มหาชน) ของตนโดยให้บุคคลอื่นรวมถึงนายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ถือหุ้นแทน เพราะโจทก์ประสงค์ที่จะเข้ารับตําแหน่งทางการเมืองที่กฎหมายห้ามมิให้โจทก์ถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นจํากัด (มหาชน) ซึ่งทําขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ขาดคุณธรรมทางภาษี และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากรในการจัดเก็บภาษีอากร ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและแน่นอนตาม เจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ทั้งเป็นธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากการหา ประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้ และเป็นธุรกรรมที่ทําขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง

3. เป็นคนละกรณีกับการยึดทรัพย์คดีทักษิณร่ำรวยผิดปกติ 4.6 หมื่นล้านบาท

คำพิพากษาคดีร่ำรวยผิดปกติ ระบุว่า ทักษิณซุกหุ้นชินฯ ไว้ในชื่อคนอื่น เพื่อหลบเลี่ยงกติกาตามรัฐธรรมนูญ แล้วทักษิณได้อาศัยอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่หุ้นชินฯ โดยมิชอบ 5 กรณี ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ได้แก่ กรณีแปลงค่าสัญญาสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต กรณีสินเชื่อเอ็กซิมแบงก์ กรณีลดอัตราส่วนแบ่งรายได้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพรีเพดแก่เอไอเอส กรณีโรมมิ่งเครือข่ายร่วม และกรณีสัมปทานดาวเทียมไอพีสตาร์

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงพิพากษายึดทรัพย์ทักษิณ ฐานร่ำรวยผิดปกติ ให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน 4.6 หมื่นล้านบาท

โดยยึดเอาจากเงินจากการขายหุ้นชินฯ มูลค่า 73,000 ล้านบาทที่อายัดไว้

พูดง่ายๆ ว่า ที่ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทนั้น จากที่ทักษิณใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์แก่หุ้นชินฯของตนเองโดยมิชอบ

ส่วนความผิดทางอาญา แยกเป็นคดีต่างๆ อาทิ ทักษิณถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาว่ามีความผิดทางอาญา ต้องจำคุกจากกรณีต่างๆ ได้แก่ 1.คดีทุจริตปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ จำคุก 3 ปี 2.คดีหวยบนดินจำคุก 2 ปี และ 3.คดีแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต จำคุก 5 ปี

จึงชัดเจนว่า กรณีภาษีเงินได้จากการหุ้นชินฯ 1.76 หมื่นล้านบาท ไม่ซ้ำซ้อนกับการยึดทรัพย์ร่ำรวยผิดปกติ 4.6 หมื่นล้านบาท

เงินที่ยึดทรัพย์ไป 4.6 หมื่นล้าน (คืนให้ทักษิณ 3 หมื่นล้าน) คือ เงินที่ร่ำรวยผิดปกติ จากการใช้อำนาจรัฐประโยชน์ให้โดยมิชอบ

ส่วนภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่คิดจากเงินได้อันเกิดขึ้นจากการขายหุ้นซิกแซกผ่านนอมินี

4. ทักษิณมีทรัพย์เพียงพอจ่ายภาษี 17,629 ล้านบาท หรือไม่?

จากการประเมินของนิตยสาร Forbes ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร มีทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 72,500 ล้านบาท (หรือประมาณ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ถูกกระจายการลงทุนและถือครองอยู่ต่างประเทศ

พอร์ตสินทรัพย์และธุรกิจในต่างแดน เฉพาะปรากฏเป็นข่าวในสื่อสารมวลชน เช่น

วิลล่าหรูหราในย่านเอมิเรตส์ฮิลส์ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่าน่าจะกว่าพันล้านบาท

บ้านพักในลอนดอน ประเทศอังกฤษ มูลค่าขั้นต่ำน่าจะหลายร้อยล้านบาท

เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว Bombardier Global Express XRS มูลค่าน่าจะ 1,400 ล้านบาท

รถยนต์หรู ยี่ห้อ Lexus และ Jaguar

การลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Tech) ธุรกิจด้านพลังงาน เหมืองทองคำ และเหมืองเพชรในหลายประเทศ ฯลฯ ตามที่เคยออกข่าว

ไทยรัฐออนไลน์ เคยรายงานว่า “แม้ทรัพย์สินจำนวนมากในไทยจะถูกยึดไปแล้ว แต่สถานะมหาเศรษฐีระดับโลกของทักษิณก็ยังคงดำรงอยู่ได้ด้วยพอร์ตการลงทุนที่หลากหลายในต่างประเทศ ... ขอพาไปชมอาณาจักรบ้านในต่างแดนทั้ง สิงคโปร์, ดูไบ, ลอนดอน ของอดีตนายกฯ “ทักษิณ” ที่ดูยังไงก็อบอุ่นไม่น้อยเมื่อครอบครัวของ อดีตท่านนายกฯ ไปเยือนพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งลูกสาวลูกเขยและหลานตัวน้อยทั้งสาม โดยเราจะเห็นได้ว่า พื้นที่ที่บ้านในต่างแดนนั้น บอกได้คำเดียวว่า สุขอุราเสียนี่กระไร... อดีตนายกฯ ที่ไม่ว่าจะรวยกี่แสนล้าน ก็ยังเป็นคุณตาที่ใจดีสุดๆ ของหลานๆ ทั้งสามคน..”

นอกจากนี้ ทรัพย์สินและหุ้นในธุรกิจต่างๆในไทย บางส่วนอาจถูกบริหารและถือครองโดยสมาชิกครอบครัวชินวัตร

ข้อมูลจากการสืบค้นผ่าน AI ระบุว่า ภาระภาษีดังกล่าว น่าจะคิดเป็นสัดส่วนราว 24% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่

กรมสรรพากรต้องเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน เงินฝาก ที่ดิน และหุ้น เพื่อสกัดกั้นการโอนย้ายสินทรัพย์ หากไม่สามารถเรียกเก็บทรัพย์สินมาชำระหนี้ได้ทันตามกระบวนการ อาจนำไปสู่
ขั้นตอนการฟ้องร้องล้มละลายหรือการนำทรัพย์สินที่ยึดได้ออกขายทอดตลาด

5. นอกจากนี้ ยังมีกรณีติดตามทรัพย์สินจากนักการเมืองที่น่าสนใจ เพราะมีคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องชี้ขาดไปแล้ว อาทิ

5.1 กรณีอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องจ่าย 10,028 ล้านบาท

หนีมีหมายจับ ลงโทษจำคุก 5 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 10,028 ล้านบาท แก่กระทรวงการคลังตามคำพิพากษาชี้ขาดของศาลปกครองสูงสุด เป็นค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าว จากการละเว้น ปล่อยปละละเลย เพิกเฉย ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนในการติดตามแก้ไขการทุจริตในโครงการจำนำข้าว เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐโดยทุจริต หรือจีทูจีเก๊

ศาลปกครองสูงสุดชี้ว่า อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ต้องจ่ายชดใช้เฉพาะค่าเสียหายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ 4 สัญญาในยุคยิ่งลักษณ์ และให้รับผิดชอบเพียง 50% ของมูลค่าความเสียหายนั้น จึงคิดเป็นเงิน 10,028 ล้านบาท โดยร่วมรับผิดชอบเฉพาะการปล่อยให้ขายข้าวจีทูจีเก๊ 4 สัญญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการขายข้าวล็อตอื่นๆ (ฝ่ายยิ่งลักษณ์พยายามอ้างว่า ยังมีข้าวในโกดัง ขายได้เงินกลับคืนมา หรือยกเอาข้าวที่ระบายล่าสุดในยุครัฐมนตรีภูมิธรรมมาอ้างว่าขายได้ราคาดี ฯลฯ ล้วนเป็นการตะแบงตบตาคนที่ไม่รู้เรื่องเท่านั้นเอง)

5.2 ค่าเสียหายข้าวจีทูจี 2 หมื่นล้านบาท

ศาลปกครองพิพากษาคดีค่าสินไหมทดแทนแก๊งข้าวจีทูเจี๊ยะ

กระทรวงพาณิชย์ออกคำสั่งเรียกค่าสินไหมทดแทน กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการทุจริตโครงการรับจำนำและโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยให้นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และพวก ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

ได้แก่ นายมนัส สร้อยพลอย ชดใช้ 4,011 ล้านบาท นายทิฆัมพร นาทวรทัต ชดใช้ 4,011 ล้านบาท นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ ชดใช้ 2,694 ล้านบาท นายภูมิ สาระผล ชดใช้ 2,242 ล้านบาท นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ชดใช้ 1,768 ล้านบาท

5.3 ค่าเสียหาย กรณีแกนนำ นปช.ยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเผาบ้านเผาเมือง 2553

ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีแพ่ง ให้แกนนำ นปช.บางราย ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของอาคารพาณิชย์ที่ถูกเผาในเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553 ได้แก่

คดีหมายเลขดำ 1762/2554 ศาลฎีกาพิพากษาให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อและนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 21.3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6646-6647/2561 พิพากษาให้นายจตุพร, นายณัฐวุฒิ และนายอริสมันต์ร่วมกันรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายรวมประมาณ 19.3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ทั้งสองคดีถึงที่สุดแล้ว จ่ายเงินหรือยัง

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:48 น. ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
21:46 น. อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก
21:41 น. หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ
21:32 น. ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
20:58 น. ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์
ดูทั้งหมด
งามสมบรมราชินี ดีเทลผ้าทรงสะพัก 'สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี' ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ
ใครทันบ้าง? ย้อนวันวาน 'ใหม่ เจริญปุระ - ทิน โชคกมลกิจ' อดีตคู่รักปีลึกมาก เจอกันอีกทีมีแต่คำว่าน่ารัก
ประมวลภาพวิวาห์สุดหรู พระพาย-หนุน สะใภ้ชิดชอบคนล่าสุด
ชัยวัฒน์ ตั้งคำถามตัวโตๆ สร้างแลนด์มาร์คใหม่กลางยอดเขา ทำแบบนี้ได้เหรอ?
สรุปเหตุการณ์ 4 วันก่อนพบร่าง นทท. หญิงหลงป่าเขาเจ็ดยอด
ดูทั้งหมด
ได้ข้อคิดที่ตรงกับสถานการณ์ในยุคนี้ จากภาพยนตร์ NETFLIX I Can Only Imagine 2 (1)
ดึงอีลีทถีบมวลชน (2)
‘ทักษิณ’ มีทรัพย์พอจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท หรือไม่?
บุคคลแนวหน้า : 8 มิถุนายน 2569
ชัชชาติ กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว เคยโม้ไว้แบบใด ผลงานจริงเป็นแบบใด ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก

หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ

ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง

สุดอาลัย รศ.นพ.ธีรศักดิ์ อาจารย์หมอถูกต่างชาติชนแล้วหนี เสียชีวิตแล้ว

สวยเป๊ะทุกมุม โอ๋ ภัคจีรา อวดลุคชมพูหวานละมุน ทำโซเชียลฮือฮา

'ศิริกัญญา' ลุยพัทยา หนุน 'อิทธิวัฒน์' ชูการเมืองท้องถิ่นแก้รถติด-น้ำท่วม-ส่วย-กระจายรายได้ถึงผู้ค้ารายเล็ก

  • Breaking News
  • ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ ในหลวง-พระราชินี ทอดพระเนตร การแสดงเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ
  • อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก อิหร่านเดือดจัด สหรัฐฯแบนวีซ่า สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม ก่อนลุยฟุตบอลโลก
  • หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ หมอวี ถามแรง ประเทศไทยรวยนักหรือ ให้สิทธิ์ฮอร์โมนข้ามเพศ
  • ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง ประชาคมแพทย์ จี้แจงรายละเอียด-โปร่งใส หลังบรรจุยาฮอร์โมนข้ามเพศเข้าสิทธิบัตรทอง
  • ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์ ใครรีดเงิน พิพัฒน์ เดือนละ 5 ล้าน!? อินฟลูฯ ดังโพสต์ปริศนา อนุทิน-เจ้าตัวโผล่คอมเมนต์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ทักษิณ’ มีทรัพย์พอจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท หรือไม่?

‘ทักษิณ’ มีทรัพย์พอจ่ายภาษี 1.7 หมื่นล้านบาท หรือไม่?

8 มิ.ย. 2569

มรสุมข่าวปลอม+ข้อมูลบิดเบือน ในปัจจุบัน  กับอุทาหรณ์จากหมอยง

มรสุมข่าวปลอม+ข้อมูลบิดเบือน ในปัจจุบัน กับอุทาหรณ์จากหมอยง

5 มิ.ย. 2569

กวนน้ำให้ใส : ไทยมีสิทธิอันชอบธรรม ไม่ยอมรับการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS

กวนน้ำให้ใส : ไทยมีสิทธิอันชอบธรรม ไม่ยอมรับการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS

4 มิ.ย. 2569

กวนน้ำให้ใส : อ.อัศวิณีย์ ชนะคดี แบบอย่างของการยืนหยัด สง่างาม

กวนน้ำให้ใส : อ.อัศวิณีย์ ชนะคดี แบบอย่างของการยืนหยัด สง่างาม

3 มิ.ย. 2569

สิ่งที่หวังผลได้  จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

สิ่งที่หวังผลได้ จากไทยช่วยไทย พลัส 60/40

2 มิ.ย. 2569

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

ใครเนรคุณ อกตัญญู จะพบความฉิบหาย

1 มิ.ย. 2569

อดีตผู้ว่าชัชชาติ  โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

อดีตผู้ว่าชัชชาติ โม้เสร็จ แต่ทำไม่สำเร็จ 9 เรื่อง

29 พ.ค. 2569

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ  ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

คดีนาฬิกาบิ๊กป้อมพ่นพิษ ปปช.คุก 3 ปี ปกปิดเอกสาร

28 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved