Logo วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
บิดเบือนจนเรื่องที่มีประโยชน์ ดูเลวร้ายราวไม่เหลืออะไรดี

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ช่วงนี้ เรื่องไทย-จีน ถูกบิดเบือน ปั่นกระแส

ทำให้เรื่องที่มีประโยชน์ (มาก/น้อย) กลายเป็นดูเลวร้ายราวไม่เหลืออะไรดีเลย


การกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน ข้อตกลงกว่า 15 ฉบับ ความร่วมมืออันดีหลากมิติ เศรษฐกิจ ค้าขาย ลงทุน ความมั่นคง เทคโนโลยี เอไอ ฯลฯ กลายเป็นถูกด้อยค่าหาว่านายกฯร้องเพลงไม่ถูกใจฝ่ายจีน

การลงทุนจากจีน 70,000 ล้านบาท ด้อยค่าราวกับไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ปั่นว่าไต้หวันจะไม่พอใจ จะตอบโต้ไทย เพราะยอมรับจีนเดียว (ทั้งๆ ที่เรายอมรับมาตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว เช่นเดียวกับอีกเกือบร้อยประเทศทั่วโลก) ฯลฯ

มารับข้อมูลจริง กันดีกว่า

1. คุณทิวา สาระจูฑะ ให้แง่คิดแบบตีแสกหน้าพวกปั่นมั่วๆ เกี่ยวกับเพลงเถียนมี่มี่

ระบุว่า

“เห็นเรื่องนายกฯ มิกกี้ เมาส์ ไปร้องเพลง “เถียน มี่มี่” ของ เติ้ง ลี่จวิน(Teresa Teng) ในงานเลี้่ยงรับรองที่นายกรัฐมนตรีจีนจัดเพื่อกระชับมิตรไมตรี ถูกนำมาโจมตีทางการเมืองในทำนองว่า นายกฯไทยไม่รู้จักกาลเทศะ และไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า เติ้งลี่จวิน กับเพลงของเธอเป็นสิ่งต้องห้ามในจีนแผ่นดินใหญ่

ผมไม่รู้ว่าการโจมตีถูกจุดมาจากใครเป็นคนแรก แต่ก็กลายเป็นกระแสให้บรรดาพวกที่เหม็นหน้านายกฯ มิกกี้ เมาส์ แชร์กันไปใหญ่โต ซึ่งจุดเริ่มต้นอาจจะมาจากอดีตทูตติ่ม, นักวิชาการ, นักเขียน, เอ็นจีโอ, นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม หรือติ่งหูดติ่งแหดของพรรคการเมืองต่างๆ ก็เป็นได้

จริงๆ แล้ว ผมไม่สนใจว่านายกฯ มิกกี้ เมาส์ จะถูกโจมตีหรอก เพราะโดนทุกวันอยู่แล้ว และก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม แต่ที่เคืองใจคือการปล่อยข้อมูลผิดๆออกมาจากคนที่ดูเหมือนจะมีชั้นมีฐานะทางสังคมน่าเชื่อถือ คนที่ได้อ่านก็จะได้รับข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับเพลงไปด้วย

ข้อเท็จจริงที่ว่า เติ้ง ลี่จวิน และเพลงของเธอถูกยกเลิกการแบนในสาธารณรัฐประชาชนจีนมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 แล้ว และมีเสียงเรียกร้องให้เธอไปเปิดคอนเสิร์ตในแผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำ แต่เธอก็เสียชีวิตเสียก่อนที่เชียงใหม่ ประเทศไทยนี่คือข้อมูลพื้นๆ ที่ใครก็น่าจะรู้ ผมจึงลองมาตั้งข้อสังเกตปฏิบัติการของคนที่เป็นผู้จุดชนวนแรกๆ เป็นไปได้ไหมว่า

1. เมื่อเห็นช่องก็รีบร้อนโจมตี โดยไม่ค้นคว้าข้อเท็จจริง

2. รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่แบบว่า “กูจะล่อมัน” เพราะอคติ

3. ไม่รู้จริงๆ ว่า สังคมจีนเขาเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว

เพื่อนรักผมคนหนึ่ง เป็นผู้รอบรู้เรื่องราวดนตรีระดับเทพ รู้ลึกรู้จริงเกือบทุกสาขาดนตรี แต่ไม่ได้ทำตัวเป็นปรมาจารย์ใดๆ ที่สำคัญ เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ เติ้ง ลี่จวินปกติก็อยู่เงียบๆ ไม่เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องการเมือง คราวนี้ยังอดทนไม่ได้กับการปล่อยข้อมูลผิดๆ

แต่เขาเป็นคนสุภาพ (ไม่เหมือนผม) จึงใช้วิธีเขียนอธิบายอย่างสุภาพ เริ่มเล่าความเป็นมาตั้งแต่ ‘Dayung Sampan’ เป็นเพลงโฟล์คพื้นบ้านของจังหวัดบันเตน ตั้งอยู่ตอนเหนือสุดของเกาะจาวา, อินโดนีเซีย พรมแดนใกล้กับมาเลเซียและสิงคโปร์ … จนกระทั่งถ่ายทอดข้ามภาษามาเป็น “เถียนมี่มี่” อย่างไร และช่วงไหนที่ถูกแบนในประเทศจีนด้วยข้อหาเป็นเพลงแห่งชนชั้น และวัฒนธรรมอันเสื่อมโทรม

ผมชอบตอนท้ายของบทความที่เพื่อนเขียน เขาบอกว่า “ปัจจุบันเพลง ‘Tian Mi Mi’ กลายเป็นสัญลักษณ์ของเพลงแห่งความรักที่หวานชื่นในสากลโลก ขอย้ำ...ย้ำ...ย้ำ...วันนี้ไม่มีประเทศไหนในโลกแบนเพลงนี้ ดังนั้นจงตื่น...ตื่น....ตื่น จากความโง่เขลาเบาปัญญา ตื่นจากความมืดบอดจากอคติด้วยเถิด กูขอร้อง”…”

2. เพจ Thailand FACT Today ให้ข้อมูลจริง และแง่คิดแหลมคม

ระบุว่า

“..พอทุนจีนไปเวียดนาม เราชมว่า ทำให้ GDP เขาโต

แต่พอมาไทย ดันตั้งหน้าตั้งตาค้าน

ตลกดี

“เวียดนาม” ประเทศที่คนไทยจำนวนมากชื่นชมว่าเศรษฐกิจเติบโตเร็ว ดึงโรงงานจากทั่วโลกได้สำเร็จ กำลังเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ของโลก

รู้ไหมว่า...หนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศนั้น คือ เงินลงทุนจากจีน

ทุกครั้งที่มีข่าวจีนจะมาลงทุนในไทย มักจะมีเสียงคัดค้านว่า “อย่าเอาทุนจีนเข้ามา”

แต่เมื่อหันไปมองประเทศที่หลายคนยกเป็นต้นแบบอย่างเวียดนาม กลับพบว่าพวกเขาเลือกทำตรงกันข้าม

เปิดรับทุนจีน แล้วใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ข้อมูลรัฐบาลเวียดนามระบุว่า ปี 2568 เวียดนามได้รับเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) รวม 38,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนลงทุนโดยตรง 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือราว 15% ของ FDI ทั้งหมด และยังเป็นประเทศที่มีโครงการลงทุนใหม่มากที่สุดในเวียดนาม

โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วน ยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีขั้นสูง กำลังหลั่งไหลเข้าสู่เวียดนามผ่านเม็ดเงินจากจีน หากนับเงินลงทุนสะสม จีนลงทุนในเวียดนามแล้วกว่า 31,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากรวมการลงทุนผ่านบริษัทในสิงคโปร์และฮ่องกง ตัวเลขจริงยิ่งสูงกว่านี้อีกมาก

นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

เวียดนามไม่ได้ปิดกั้นทุนจีน แต่ใช้ทุนจีนเป็นเชื้อเพลิงเร่งการเติบโตของประเทศ

ยิ่งวันนี้ ความสัมพันธ์จีน-เวียดนามก็แน่นแฟ้นมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และห่วงโซ่อุปทานโลก

ทุนจีนวิ่งไปทั่วโลก

แล้ว “จะบริหารทุนจีนอย่างไรให้คนไทยได้ประโยชน์สูงสุด”

ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาค้าน

ที่สำคัญ... หลายคนเข้าใจว่าไทยกำลังพึ่งจีน แต่ข้อเท็จจริงกลับไม่ใช่

ประเทศไทยเปิดรับการลงทุนจากทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ยุโรป หรือชาติอื่นๆ ภายใต้กติกาเดียวกัน คือ ต้องสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย

ตัวเลข BOI ปี 2567 ชัดเจนว่า ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติรวมกว่า 832,000 ล้านบาท

ในจำนวนนี้ จีนยื่นลงทุนประมาณ 174,600 ล้านบาท หรือเพียงประมาณ 21%

ไม่ได้ครองตลาด

ไม่ได้ผูกขาด

และไม่ได้เป็นทั้งหมดของเศรษฐกิจไทย

ยิ่งปี 2568 ซึ่ง BOI ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 1.8 ล้านล้านบาท

จีนก็ยัง ไม่ใช่นักลงทุนอันดับ 1

แต่เป็น อันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และฮ่องกง

นั่นหมายความว่า ไทยไม่ได้ฝากอนาคตไว้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง

แต่กำลังแข่งขันดึงเงินลงทุนจากทั่วโลก

และในไตรมาสแรกของปี 2569 เพียงสามเดือน คำขอลงทุนก็ทะลุ 1 ล้านล้านบาท แล้ว

สะท้อนว่านักลงทุนทั่วโลกยังเชื่อมั่นประเทศไทย และจีนเป็นหนึ่งในนั้น

เข้าใจความกลัวจีนเทา แต่เราต้องแยกแยะ

เวียดนามพิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า การเปิดรับทุนจีน ไม่ได้ทำให้ประเทศอ่อนแอ หากรัฐมีวิสัยทัศน์และกำหนดกติกาที่ชัดเจน ประเทศไทยก็ควรคิดเช่นเดียวกัน

อย่ากลัว “ทุนจีน” แต่จงหาทางใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

หากเราไม่ดึงทุนคุณภาพเข้ามา วันนี้ โรงงานจะไปเวียดนาม เทคโนโลยีจะไปอินโดนีเซีย งานจะไปมาเลเซีย และวันหนึ่ง คนไทยจะเหลือเพียงการมองดูประเทศเพื่อนบ้านเติบโตแทนที่จะเป็นผู้เติบโตไปพร้อมกับโลก...”

3. ทำไมข้อมูลปั่นด้อยค่า จึงแพร่กระจายได้ง่าย

ส่วนหนึ่ง คือ คนไม่ชอบรัฐบาล คนที่ตนเองชอบไม่ได้อยู่ในรัฐบาล หรือคนที่มีปมกับรัฐบาลในเรื่องอื่นๆ สะใจ ต้องการผสมโรงดิสเครดิต แม้รู้ว่าบางส่วนไม่จริง แต่ไม่ช่วยอธิบาย แถมช่วยแชร์

แต่อีกส่วนหนึ่ง เป็นคล้ายๆ ที่คุณ Pathom Indarodom เคยเขียนไว้อย่างลุ่มลึก ระบุว่า

“...ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้คนจากหลายประเทศมานาน ทั้งจากการทำงาน การประชุม และการเดินทาง สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบก็คือ หลายครั้งคนต่างชาติมองประเทศไทยไม่เหมือนที่คนไทยมองตัวเอง

ในขณะที่เรามัวแต่บ่นว่าประเทศนี้ไม่มีอะไรดี คนอีกหลายล้านคนกลับมองสิ่งที่เรามีด้วยความชื่นชม และอยากให้บ้านเกิดของตัวเองมีแบบนี้บ้าง

คนญี่ปุ่นจำนวนมากมองไทยด้วยความอิจฉา เพราะชีวิตที่นี่ไม่ต้องแข่งขันจนหายใจไม่ออก ไม่ต้องทำงานจนรถไฟเที่ยวสุดท้าย หลายคนบอกตรงกันว่า คนไทยดูมีความสุขกับชีวิตมากกว่า

คนเกาหลีใต้ที่เติบโตมากับสังคมที่แข่งขันรุนแรงเหมือนกัน มองว่าคนไทยมีเวลาให้ครอบครัว มีเพื่อน มีงานอดิเรก และไม่ต้องใช้ชีวิตราวกับกำลังสอบแข่งขันทุกวัน

คนจีนจำนวนมากชอบไทยเพราะรู้สึกถึงอิสระในการใช้ชีวิต อาหารอร่อยผู้คนเป็นมิตร และยังมีพื้นที่ให้พักใจจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

คนอินเดียจำนวนไม่น้อยมองว่าไทยสะอาด เป็นระเบียบ และมีระบบบริการที่ใช้งานง่าย สิ่งที่คนไทยบ่นว่า “รถติด” นั้น สำหรับบางเมืองในอินเดียอาจถือว่าเป็นความวุ่นวายในระดับที่ยังรับได้

คนพม่าจำนวนมากไม่ได้ฝันอยากเป็นมหาอำนาจ พวกเขาแค่ฝันถึงประเทศที่มีเสถียรภาพ มีไฟฟ้าใช้ มีเศรษฐกิจที่พอเดินไปข้างหน้าได้ และมีโอกาสทำงานเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสงบ ซึ่งประเทศไทยมีสิ่งเหล่านี้มานานจนหลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา

คนลาวจำนวนไม่น้อยมองว่าไทยคือดินแดนแห่งโอกาส ทั้งการศึกษา เทคโนโลยี การรักษาพยาบาล และคุณภาพชีวิตที่เข้าถึงได้

คนเวียดนามหลายคนยอมรับว่าไทยพัฒนามาก่อน มีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แข็งแรง และมีความสมดุลระหว่างเมืองกับวิถีชีวิตมากกว่า แม้วันนี้เวียดนามจะกำลังวิ่งเร็วมากก็ตาม

คนสิงคโปร์ซึ่งมีรายได้สูงกว่าเรา อาจมีรถไฟที่ตรงเวลากว่าเรา แต่หลายคนกลับมองประเทศไทยเป็นสถานที่พักใจ เป็นประเทศที่ผู้คนยังมีเวลาให้กัน มีอาหารดีๆ ราคาไม่แพง และมีชีวิตที่ไม่ต้องวิ่งแข่งกับใครตลอดเวลา

คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยฝันถึงการเกษียณในประเทศไทย เพราะค่าครองชีพสมเหตุสมผล ระบบสาธารณสุขดี อาหารอร่อย และผู้คนเป็นมิตร

คนไต้หวันประทับใจร้านสะดวกซื้อ ระบบบริการ และรอยยิ้มของคนไทย

คนฟิลิปปินส์ชื่นชมโครงสร้างพื้นฐาน โอกาสทางเศรษฐกิจ และความสงบเรียบร้อยของสังคมไทย

สิ่งที่น่าเศร้าก็คือ… คนไทยจำนวนไม่น้อยใช้เวลาทั้งชีวิตบ่นว่า “ประเทศนี้ไม่มีอะไรดี”

ขณะที่คนอีกหลายประเทศใช้เวลาทั้งชีวิตพยายามสร้างประเทศของตัวเองให้มีสิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว

เราดูถูกความสงบ เพราะไม่เคยผ่านสงคราม เราดูถูกเสถียรภาพ เพราะไม่เคยต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอน เราดูถูกระบบสาธารณสุข เพราะไม่เคยต้องเดินทางข้ามประเทศเพื่อรักษาคนในครอบครัว

และเราดูถูกความเป็นไทย เพราะเราเกิดมาพร้อมกับมัน จนลืมไปว่า… สำหรับคนอีกหลายร้อยล้านคนบนโลกนี้ ประเทศไทยอาจไม่ใช่ประเทศที่สมบูรณ์แบบ แต่มันเป็นประเทศที่พวกเขาอยากเห็นบ้านเกิดของตัวเองเป็นแบบนี้

และสำหรับบางคน… มันอาจเป็นประเทศในฝัน ที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เกิดมาอยู่เลยด้วยซ้ำ” - [email protected]

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

กระจ่างแล้ว...ทำไมคดี 112 สส.ไอซ์ใช้เวลาเนิ่นนาน

กระจ่างแล้ว...ทำไมคดี 112 สส.ไอซ์ใช้เวลาเนิ่นนาน

14 ส.ค. 2569

ยิงคนร้ายในบ้าน จะต้องทำอย่างไร?

ยิงคนร้ายในบ้าน จะต้องทำอย่างไร?

13 ส.ค. 2569

อาวุธจีนในมือเขมร  ไม่ได้อันตรายกว่าสิ่งที่ไทยมีอยู่

อาวุธจีนในมือเขมร ไม่ได้อันตรายกว่าสิ่งที่ไทยมีอยู่

12 ส.ค. 2569

ดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องถูกกำกับควบคุม  แต่อย่าปั่นด้อยค่าเกินจริง

ดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องถูกกำกับควบคุม แต่อย่าปั่นด้อยค่าเกินจริง

11 ส.ค. 2569

คิดถึง ‘หัวคิว/ส่วย-นายหน้าแรงงานต่างด้าว’  เอ๊ะ เอ๊ะ ตาวิเศษเห็นนะ !

คิดถึง ‘หัวคิว/ส่วย-นายหน้าแรงงานต่างด้าว’ เอ๊ะ เอ๊ะ ตาวิเศษเห็นนะ !

10 ส.ค. 2569

ไม่หรูหรา แต่ไม่เลวทราม  บ้านพักอุทยานแห่งชาติยุคปัจจุบัน

ไม่หรูหรา แต่ไม่เลวทราม บ้านพักอุทยานแห่งชาติยุคปัจจุบัน

7 ส.ค. 2569

ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีปลอมลายมือชื่อ 5 สว.  พันธุ์ใหม่... จะทำผิดกฎหมายเสียเองไม่ได้

ป.ป.ช.ไต่สวนกรณีปลอมลายมือชื่อ 5 สว. พันธุ์ใหม่... จะทำผิดกฎหมายเสียเองไม่ได้

6 ส.ค. 2569

หลายประเทศ มีการประหารชีวิตมากขึ้น

หลายประเทศ มีการประหารชีวิตมากขึ้น

5 ส.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved