วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ไอซ์ - รักชนก ศรีนอก ปัจจุบัน เป็น สส. สังกัดพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม
1. เจ้าตัวมีพฤติกรรมการกระทำผิด กรณีทวีตและรีทวีตข้อความ พร้อมความเห็นให้ร้ายข่มขู่อาฆาตสถาบัน กระทั่งถูกดำเนินคดีข้อหามาตรา 112
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ศาลอาญาพิพากษาความผิด มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี (2 ข้อความ ข้อความละ 3 ปี) โดยไม่รอลงอาญา ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว
ศาลอาญาพิพากษาว่ามีความผิดจริง แต่คดียังไม่ถึงที่สุด
ขณะนี้ คดียังอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ซึ่งเวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว
สังคมเริ่มสงสัยว่า เหตุใดยังไม่มีคำพิพากษาออกมาเสียที ?
2. “การขอเลื่อน-ขยายเวลา ทำให้คดีล่าช้า”
เพจ จักรวาลด้อมส้ม ได้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของสำนักงานศาลอาญา พบความจริง ระบุว่า
“...มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่าทำไมคดี 112 ของไอซ์ถึงยังไม่จบสักที ผ่านมาเกือบ 3 ปี จำเลยบางคนติดคุกกันไปแล้ว แต่คดี สส. ไอซ์ รักชนก ยังไปไม่ถึงไหน
จากการตรวจสอบจาก https://aryasearch.coj.go.th/v2/login.php ที่เป็นระบบทางการของศาลอาญา ที่ประชาชนทั่วไป login เข้าไปตรวจสอบได้
พบไทม์ไลน์คดี ม.112 ของไอซ์ รักชนก มีรูปการขอเลื่อน-ขอขยายที่น่าสนใจมาก
#ช่วงที่1 ขอเลื่อนวันฟังคำพิพากษา อ้างเหตุประชุมสภา
สืบพยานเสร็จสิ้นตั้งแต่ 12 มิ.ย. 2566 ค่ะ แต่กว่าจะได้ฟังคำพิพากษาจริงต้องรอถึง 13 ธ.ค. 2566 ห่างกันครึ่งปี เพราะระหว่างทางมีการขอเลื่อนถึง 2 รอบ
รอบแรก ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เลื่อนจากนัดเดิมไปเป็น 2 ต.ค. 2566
รอบสอง พอถึงวันนัดจริง 2 ต.ค. 2566 ก็ขอเลื่อนอีกครั้ง โดยจำเลยเป็นฝ่ายเลือกวันเองเป็น 13 ธ.ค. 2566
ศาลบันทึกไว้ในคำสั่งเองว่า “การมาฟังคำพิพากษาตามนัดของศาลก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่จำเลยเข้าประชุมสภา จึงเห็นสมควรไม่อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาอีก”
#ช่วงที่ 2 ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ 6 ครั้งติด
13 ธ.ค. 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี หลังจากนั้นไอซ์ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อเนื่องยาวๆ ค่ะ
8 ม.ค. 9 ม.ค. 8 ก.พ. 8 มี.ค. 4 เม.ย. 8 พ.ค. 5 มิ.ย. 2567 (ครั้งที่ 6)
จนวันที่ 8 ก.ค. 2567 ศาลต้องบันทึกไว้เองว่า “ศาลได้กำชับแล้วว่าศาลจะไม่อนุญาตให้ขยายอุทธรณ์อีก จึงไม่อนุญาตให้ขยายอุทธรณ์อีกต่อไป ยกคำร้อง”
รวมสองช่วง จากวันสืบพยานเสร็จ (12 มิ.ย. 2566) ถึงวันที่ศาลปฏิเสธไม่ให้ขยายอุทธรณ์อีก (8 ก.ค. 2567) ผ่านไปแล้ว กว่า 1 ปี ค่ะ
หนูไม่รู้ ไอซ์ รักชนก มีเจตนาอะไรนะคะ แค่เรียงเหตุการณ์ตามที่ศาลบันทึกไว้เองให้ทุกคนดู
ที่ต้องปักหมุดและถามตัวโตๆ ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา ขอเลื่อนอ้างประชุมสภาได้มั้ยคะ
แล้วขอขยายอุทธรณ์ติดกัน 6 ครั้ง จะได้รับอนุญาตขนาดนี้ หรือเปล่าคะ ?” -เพจจักรวาลด้อมส้ม
3. คดีดังกล่าวนี้ ปรากฏพฤติการณ์แห่งเนื้อหาของจำเลย ร้ายแรงมาก และปัจจุบัน จำเลยยังไม่เคยมีพฤติกรรมสำนึกผิดเลย
ศาลอาญาได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน เนื้อหาใจความสำคัญบางส่วน ระบุว่า
“...จำเลยใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘ไอซ์ หรือ @nanaicez’ ของจำเลย โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “พูดตรงๆ นะ ที่พวกเราต้องมาเจอวิกฤตวัคซีนแบบทุกวันนี้เริ่มต้น ก็เพราะรัฐบาลผูกขาดวัคซีนเพื่อหาซีนให้... สร้างวาทกรรมของขวัญจากพ่อต่างๆ เล่นการเมืองบนวิกฤตชีวิตของประชาชน ผลสุดท้ายคนที่ซวยที่สุดคือประชาชน #28 กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดำ” พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ ประกอบป้ายข้อความว่า “ทร....(คำนาม) T…;” ลงบนแอปพลิเคชันทวิตเตอร์
..... อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และเป็นการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ....
...จำเลยใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘ไอซ์ หรือ @nanaicez’ ของจำเลย โพสต์ซ้ำ (Retweet) ข้อความที่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘CHANI หรือ @ratsinapata’ โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “เราไม่เป็นไทจนกว่าก...จะถูกแขวนคอด้วยลำไส้ของขุนนางคนสุดท้าย #ล้มราชวงศ์...” ประกอบข้อความที่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘นิรนาม หรือ @231022’ โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “เราจะไม่เป็นไทจนกว่า...จะถูกแขวนคอด้วยลำไส้ของขุนนางคนสุดท้าย” #วชิ....เป็นฆาตกร #ม็อบ16ตุลา #16 ตุลาไปแยกปทุมวัน” ลงบนแอปพลิเคชันทวิตเตอร์
.jpeg)
...อันเป็นการหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย...”
(หมายเหตุ ข้อความจริงที่ทวีต และปรากฏในเอกสารของศาล ไม่มีเซ็นเซอร์ แต่ในบทความนี้ ขอละไว้บางส่วน เพราะเห็นว่าร้ายแรงเกินกว่าจะเผยแพร่ซ้ำทั้งหมด)
ในเอกสารข่าวศาลอาญา ยังระบุต่อไปด้วยว่า
“...คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีนาง ม. เป็นพยานเบิกความว่าพยานเป็นสมาชิกแอปพลิเคชันไลน์แบบกลุ่มได้รับภาพที่ส่งเข้ามาในกลุ่มไลน์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ทวีตภาพและข้อความและรีทวีต (Retweet) ซึ่งพยานเห็นว่าการทวีตของจำเลยเป็นการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10
ส่วนการรีทวีตของจำเลยมีการระบุชื่อของรัชกาลที่ 10 และมีเนื้อหาที่เป็นการเหยียดหยาม ดูหมิ่น อาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีรูปโปรไฟล์และชื่อของจำเลยเป็นผู้โพสต์ข้อความพยาน จึงนำภาพและข้อความดังกล่าวไปแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับจำเลยที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และยังมีพันตำรวจโท ภ. เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับการประสานให้เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการรีทวีตแล้ว ผลการตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโพสต์ภาพของ บุคคลและมีการเชื่อมโยงกับบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ RUKCHANOK SRINORK และมีอินสตาแกรมโดยมีชื่อผู้ใช้บัญชี USER NAME เช่นเดียวกัน
จำเลยให้การต่อสู้ประการหนึ่งว่า ภาพและข้อความตามฟ้องเป็นการใส่ร้ายตนจากบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองหากตนโพสต์ภาพและข้อความตามฟ้อง ซึ่งมีเนื้อหาค่อนข้างร้ายแรงแล้วย่อมต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน เพราะมีบุคคลที่จ้องจะเล่นงานตนอยู่แล้ว ตนจึงไม่มีทางที่จะโพสต์ภาพและข้อความตามฟ้อง และตนมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่กลับได้ความจากพยานโจทก์ปากนาง ม. ซึ่งไม่เคยรู้จักกับจำเลยเป็นการส่วนตัว หรือมีสาเหตุบาดหมางกับจำเลยมาก่อน ทั้งเมื่อไม่ปรากฏว่านาง ม. เป็นนักการเมืองหรือมีส่วนได้เสียทางการเมืองการที่นาง ม. นำภาพและข้อความตามฟ้องมาแจ้งความกล่าวหาให้ดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ นับว่าเป็นการทำหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 50
จึงเชื่อว่า นาง ม. แจ้งความและเบิกความไปตามสิ่งที่ตนพบเห็น โดยไม่มีเจตนากลั่นแกล้งจำเลยแต่อย่างใด หากจำเลยมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแล้ว ย่อมไม่อาจมีการโพสต์ข้อความใดๆ ในทางลบให้นาง ม. หรือประชาชนทั่วไปได้พบเห็น ข้ออ้างของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ
ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โดยไม่ได้ให้การในรายละเอียดแต่ประการใด ซึ่งจำเลยให้การเพียงว่า ‘ขอไม่ให้การ’ และเมื่อพนักงานสอบสวนถามถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลย จำเลยก็ให้การว่า ‘ไม่ได้เอามา’ โดยจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งว่าเป็นภาพตัดต่อหรือโต้แย้งว่าตนถูกใส่ร้ายทางการเมือง รวมทั้งมิได้ขวนขวายที่จะขอส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบข้อมูล ทั้งที่เป็นการไม่ยากที่จะกลับไปเอาหรือส่งมอบให้ภายหลังในระยะเวลาอันสมควร ทั้งที่จำเลยถูกแจ้งข้อหาในความผิดร้ายแรงที่กระทำต่อพระมหากษัตริย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการตัดต่อนำภาพโปรไฟล์ของจำเลยมาโพสต์เพื่อใส่ร้ายจำเลยจริง แล้วเชื่อว่าจำเลยย่อมต้องให้การโต้แย้งต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการตัดต่อภาพเพื่อใส่ร้ายตน พฤติกรรมของจำเลยที่ไม่ขอตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวนและไม่ขวนขวายในการแสดงหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน จึงเป็นการผิดวิสัยของประชาชนคนไทยทั่วไปที่สืบสานวัฒนธรรมและทัศนคติในการเคารพองค์พระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน
ซึ่งการจะมีหลักฐานทางระบบคอมพิวเตอร์หลงเหลืออยู่หรือไม่ ต้องพิจารณาพฤติกรรมของจำเลยในการให้ความร่วมมือและการเสนอพยานหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย และไม่มีเหตุใดให้เชื่อว่าพนักงานสอบสวนนาง ม. ผู้กล่าวหา จะร่วมกันคิดสร้างหรือกำหนดจัดแต่ง URL รวม 4 URL ขึ้นมาเองเพื่อเอาผิดจำเลย ซึ่งแต่ละ URL จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน จำเลยเองกลับมิได้ให้การทักท้วงหรือปฏิเสธถึงความมีอยู่หรือความถูกต้องของ URL ดังกล่าวในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันเป็นระยะเวลาที่เชื่อว่าจำเลยไม่อาจคิดหาหนทางบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ดังเช่นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณา ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างจากที่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนประมาณ 1 ปี 6 เดือน ข้อต่อสู้ของจำเลยในชั้นพิจารณาจึงมีน้ำหนักน้อย
พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาประกอบกับพฤติกรรมของจำเลย ซึ่งไม่นำพาหรือขวนขวายที่จะให้การหรือแสดงหลักฐานใดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนในชั้นสอบสวนอันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปในฐานะปวงชนชาวไทย ซึ่งต้องเคารพและไม่ละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ เชื่อว่าจำเลยได้โพสต์หรือทวีตและรีทวีตภาพและข้อความลงในระบบคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง ภาพและข้อความตามฟ้องนับว่ามีเนื้อหาซึ่งเป็นการกล่าวร้ายและอาฆาตมาดร้ายต่อพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และราชวงศ์จักรี ซึ่งย่อมหมายถึงพระราชินีด้วย
จำเลยจึงมีความผิดต่างกรรมต่างวาระ
พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ และฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง คงจำคุก 6 ปี”
วิญญูชน จงตรองดู ว่าสังคมจะปล่อยให้การกระทำเช่นนี้ เป็นแบบอย่างบรรทัดฐาน ได้หรือไม่ อย่างไร?
ระบบยุติธรรมของบ้านเรา จะต้องทำหน้าที่ หรือละเว้น อย่างไร ?
สารส้ม

สรรเพชญ ชูทุนมนุษย์คือหัวใจยกระดับพาณิชย์นาวีไทย เร่งผลิตบุคลากรมาตรฐาน IMO ป้อนตลาดแรงงานโลก
เกาะติดคดีความมั่นคงใต้ เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงเหตุระเบิดระแงะปี 68 เข้าศูนย์ซักถาม
ปลื้มปีติสูงสุด! 'ศรีนวล' (Sinon Loresca) อินฟลูเอนเซอร์ฟิลิปปินส์ชื่อดัง โพสต์ความรู้สึกหลังได้เข้าเฝ้าฯ 'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'
เลกซัสเปิดตัว The All-New Lexus ES ยนตรกรรมซีดานหรู นิยามใหม่แห่งความเหนือระดับ
ณเดชน์ ประเดิม HYROX วันแรก จบชายเดี่ยวด้วยเวลา 1:16:59 ชั่วโมง ญาญ่า เชียร์ติดขอบสนาม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี