ไอซ์ - รักชนก ศรีนอก ปัจจุบัน เป็น สส. สังกัดพรรคประชาชน หรือพรรคส้ม
1. เจ้าตัวมีพฤติกรรมการกระทำผิด กรณีทวีตและรีทวีตข้อความ พร้อมความเห็นให้ร้ายข่มขู่อาฆาตสถาบัน กระทั่งถูกดำเนินคดีข้อหามาตรา 112
เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ศาลอาญาพิพากษาความผิด มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี (2 ข้อความ ข้อความละ 3 ปี) โดยไม่รอลงอาญา ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัว
ศาลอาญาพิพากษาว่ามีความผิดจริง แต่คดียังไม่ถึงที่สุด
ขณะนี้ คดียังอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ ซึ่งเวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว
สังคมเริ่มสงสัยว่า เหตุใดยังไม่มีคำพิพากษาออกมาเสียที ?
2. “การขอเลื่อน-ขยายเวลา ทำให้คดีล่าช้า”
เพจ จักรวาลด้อมส้ม ได้ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของสำนักงานศาลอาญา พบความจริง ระบุว่า
“...มีหลายคนสอบถามเข้ามาว่าทำไมคดี 112 ของไอซ์ถึงยังไม่จบสักที ผ่านมาเกือบ 3 ปี จำเลยบางคนติดคุกกันไปแล้ว แต่คดี สส. ไอซ์ รักชนก ยังไปไม่ถึงไหน
จากการตรวจสอบจาก https://aryasearch.coj.go.th/v2/login.php ที่เป็นระบบทางการของศาลอาญา ที่ประชาชนทั่วไป login เข้าไปตรวจสอบได้
พบไทม์ไลน์คดี ม.112 ของไอซ์ รักชนก มีรูปการขอเลื่อน-ขอขยายที่น่าสนใจมาก
#ช่วงที่1 ขอเลื่อนวันฟังคำพิพากษา อ้างเหตุประชุมสภา
สืบพยานเสร็จสิ้นตั้งแต่ 12 มิ.ย. 2566 ค่ะ แต่กว่าจะได้ฟังคำพิพากษาจริงต้องรอถึง 13 ธ.ค. 2566 ห่างกันครึ่งปี เพราะระหว่างทางมีการขอเลื่อนถึง 2 รอบ
รอบแรก ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เลื่อนจากนัดเดิมไปเป็น 2 ต.ค. 2566
รอบสอง พอถึงวันนัดจริง 2 ต.ค. 2566 ก็ขอเลื่อนอีกครั้ง โดยจำเลยเป็นฝ่ายเลือกวันเองเป็น 13 ธ.ค. 2566
ศาลบันทึกไว้ในคำสั่งเองว่า “การมาฟังคำพิพากษาตามนัดของศาลก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าที่จำเลยเข้าประชุมสภา จึงเห็นสมควรไม่อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาอีก”
#ช่วงที่ 2 ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ 6 ครั้งติด
13 ธ.ค. 2566 ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 6 ปี หลังจากนั้นไอซ์ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อเนื่องยาวๆ ค่ะ
8 ม.ค. 9 ม.ค. 8 ก.พ. 8 มี.ค. 4 เม.ย. 8 พ.ค. 5 มิ.ย. 2567 (ครั้งที่ 6)
จนวันที่ 8 ก.ค. 2567 ศาลต้องบันทึกไว้เองว่า “ศาลได้กำชับแล้วว่าศาลจะไม่อนุญาตให้ขยายอุทธรณ์อีก จึงไม่อนุญาตให้ขยายอุทธรณ์อีกต่อไป ยกคำร้อง”
รวมสองช่วง จากวันสืบพยานเสร็จ (12 มิ.ย. 2566) ถึงวันที่ศาลปฏิเสธไม่ให้ขยายอุทธรณ์อีก (8 ก.ค. 2567) ผ่านไปแล้ว กว่า 1 ปี ค่ะ
หนูไม่รู้ ไอซ์ รักชนก มีเจตนาอะไรนะคะ แค่เรียงเหตุการณ์ตามที่ศาลบันทึกไว้เองให้ทุกคนดู
ที่ต้องปักหมุดและถามตัวโตๆ ถ้าเป็นลูกชาวบ้านธรรมดา ขอเลื่อนอ้างประชุมสภาได้มั้ยคะ
แล้วขอขยายอุทธรณ์ติดกัน 6 ครั้ง จะได้รับอนุญาตขนาดนี้ หรือเปล่าคะ ?” -เพจจักรวาลด้อมส้ม
3. คดีดังกล่าวนี้ ปรากฏพฤติการณ์แห่งเนื้อหาของจำเลย ร้ายแรงมาก และปัจจุบัน จำเลยยังไม่เคยมีพฤติกรรมสำนึกผิดเลย
ศาลอาญาได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกสื่อมวลชน เนื้อหาใจความสำคัญบางส่วน ระบุว่า
“...จำเลยใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘ไอซ์ หรือ @nanaicez’ ของจำเลย โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “พูดตรงๆ นะ ที่พวกเราต้องมาเจอวิกฤตวัคซีนแบบทุกวันนี้เริ่มต้น ก็เพราะรัฐบาลผูกขาดวัคซีนเพื่อหาซีนให้... สร้างวาทกรรมของขวัญจากพ่อต่างๆ เล่นการเมืองบนวิกฤตชีวิตของประชาชน ผลสุดท้ายคนที่ซวยที่สุดคือประชาชน #28 กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดำ” พร้อมพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ ประกอบป้ายข้อความว่า “ทร....(คำนาม) T…;” ลงบนแอปพลิเคชันทวิตเตอร์
..... อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และเป็นการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ....
...จำเลยใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘ไอซ์ หรือ @nanaicez’ ของจำเลย โพสต์ซ้ำ (Retweet) ข้อความที่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘CHANI หรือ @ratsinapata’ โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “เราไม่เป็นไทจนกว่าก...จะถูกแขวนคอด้วยลำไส้ของขุนนางคนสุดท้าย #ล้มราชวงศ์...” ประกอบข้อความที่ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ‘นิรนาม หรือ @231022’ โพสต์ (Tweet) ข้อความว่า “เราจะไม่เป็นไทจนกว่า...จะถูกแขวนคอด้วยลำไส้ของขุนนางคนสุดท้าย” #วชิ....เป็นฆาตกร #ม็อบ16ตุลา #16 ตุลาไปแยกปทุมวัน” ลงบนแอปพลิเคชันทวิตเตอร์
.jpeg)
...อันเป็นการหมิ่นประมาทดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย...”
(หมายเหตุ ข้อความจริงที่ทวีต และปรากฏในเอกสารของศาล ไม่มีเซ็นเซอร์ แต่ในบทความนี้ ขอละไว้บางส่วน เพราะเห็นว่าร้ายแรงเกินกว่าจะเผยแพร่ซ้ำทั้งหมด)
ในเอกสารข่าวศาลอาญา ยังระบุต่อไปด้วยว่า
“...คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าโจทก์มีนาง ม. เป็นพยานเบิกความว่าพยานเป็นสมาชิกแอปพลิเคชันไลน์แบบกลุ่มได้รับภาพที่ส่งเข้ามาในกลุ่มไลน์ ซึ่งจำเลยเป็นผู้ทวีตภาพและข้อความและรีทวีต (Retweet) ซึ่งพยานเห็นว่าการทวีตของจำเลยเป็นการใส่ร้ายพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10
ส่วนการรีทวีตของจำเลยมีการระบุชื่อของรัชกาลที่ 10 และมีเนื้อหาที่เป็นการเหยียดหยาม ดูหมิ่น อาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ เนื่องจากมีรูปโปรไฟล์และชื่อของจำเลยเป็นผู้โพสต์ข้อความพยาน จึงนำภาพและข้อความดังกล่าวไปแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับจำเลยที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และยังมีพันตำรวจโท ภ. เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับการประสานให้เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการรีทวีตแล้ว ผลการตรวจสอบบัญชีทวิตเตอร์ของจำเลยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโพสต์ภาพของ บุคคลและมีการเชื่อมโยงกับบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ RUKCHANOK SRINORK และมีอินสตาแกรมโดยมีชื่อผู้ใช้บัญชี USER NAME เช่นเดียวกัน
จำเลยให้การต่อสู้ประการหนึ่งว่า ภาพและข้อความตามฟ้องเป็นการใส่ร้ายตนจากบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองหากตนโพสต์ภาพและข้อความตามฟ้อง ซึ่งมีเนื้อหาค่อนข้างร้ายแรงแล้วย่อมต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน เพราะมีบุคคลที่จ้องจะเล่นงานตนอยู่แล้ว ตนจึงไม่มีทางที่จะโพสต์ภาพและข้อความตามฟ้อง และตนมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่กลับได้ความจากพยานโจทก์ปากนาง ม. ซึ่งไม่เคยรู้จักกับจำเลยเป็นการส่วนตัว หรือมีสาเหตุบาดหมางกับจำเลยมาก่อน ทั้งเมื่อไม่ปรากฏว่านาง ม. เป็นนักการเมืองหรือมีส่วนได้เสียทางการเมืองการที่นาง ม. นำภาพและข้อความตามฟ้องมาแจ้งความกล่าวหาให้ดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ นับว่าเป็นการทำหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 50
จึงเชื่อว่า นาง ม. แจ้งความและเบิกความไปตามสิ่งที่ตนพบเห็น โดยไม่มีเจตนากลั่นแกล้งจำเลยแต่อย่างใด หากจำเลยมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแล้ว ย่อมไม่อาจมีการโพสต์ข้อความใดๆ ในทางลบให้นาง ม. หรือประชาชนทั่วไปได้พบเห็น ข้ออ้างของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่น่าเชื่อถือ
ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ โดยไม่ได้ให้การในรายละเอียดแต่ประการใด ซึ่งจำเลยให้การเพียงว่า ‘ขอไม่ให้การ’ และเมื่อพนักงานสอบสวนถามถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลย จำเลยก็ให้การว่า ‘ไม่ได้เอามา’ โดยจำเลยมิได้ให้การโต้แย้งว่าเป็นภาพตัดต่อหรือโต้แย้งว่าตนถูกใส่ร้ายทางการเมือง รวมทั้งมิได้ขวนขวายที่จะขอส่งมอบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนให้พนักงานสอบสวนทำการตรวจสอบข้อมูล ทั้งที่เป็นการไม่ยากที่จะกลับไปเอาหรือส่งมอบให้ภายหลังในระยะเวลาอันสมควร ทั้งที่จำเลยถูกแจ้งข้อหาในความผิดร้ายแรงที่กระทำต่อพระมหากษัตริย์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการตัดต่อนำภาพโปรไฟล์ของจำเลยมาโพสต์เพื่อใส่ร้ายจำเลยจริง แล้วเชื่อว่าจำเลยย่อมต้องให้การโต้แย้งต่อพนักงานสอบสวนว่ามีการตัดต่อภาพเพื่อใส่ร้ายตน พฤติกรรมของจำเลยที่ไม่ขอตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวนและไม่ขวนขวายในการแสดงหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน จึงเป็นการผิดวิสัยของประชาชนคนไทยทั่วไปที่สืบสานวัฒนธรรมและทัศนคติในการเคารพองค์พระมหากษัตริย์มาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน
ซึ่งการจะมีหลักฐานทางระบบคอมพิวเตอร์หลงเหลืออยู่หรือไม่ ต้องพิจารณาพฤติกรรมของจำเลยในการให้ความร่วมมือและการเสนอพยานหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วย และไม่มีเหตุใดให้เชื่อว่าพนักงานสอบสวนนาง ม. ผู้กล่าวหา จะร่วมกันคิดสร้างหรือกำหนดจัดแต่ง URL รวม 4 URL ขึ้นมาเองเพื่อเอาผิดจำเลย ซึ่งแต่ละ URL จะมีรายละเอียดแตกต่างกัน จำเลยเองกลับมิได้ให้การทักท้วงหรือปฏิเสธถึงความมีอยู่หรือความถูกต้องของ URL ดังกล่าวในชั้นสอบสวน ซึ่งเป็นระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันเป็นระยะเวลาที่เชื่อว่าจำเลยไม่อาจคิดหาหนทางบิดเบือนข้อเท็จจริงได้ดังเช่นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณา ซึ่งเป็นระยะเวลาห่างจากที่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนประมาณ 1 ปี 6 เดือน ข้อต่อสู้ของจำเลยในชั้นพิจารณาจึงมีน้ำหนักน้อย
พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาประกอบกับพฤติกรรมของจำเลย ซึ่งไม่นำพาหรือขวนขวายที่จะให้การหรือแสดงหลักฐานใดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตนในชั้นสอบสวนอันเป็นการผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปในฐานะปวงชนชาวไทย ซึ่งต้องเคารพและไม่ละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ เชื่อว่าจำเลยได้โพสต์หรือทวีตและรีทวีตภาพและข้อความลงในระบบคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง ภาพและข้อความตามฟ้องนับว่ามีเนื้อหาซึ่งเป็นการกล่าวร้ายและอาฆาตมาดร้ายต่อพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และราชวงศ์จักรี ซึ่งย่อมหมายถึงพระราชินีด้วย
จำเลยจึงมีความผิดต่างกรรมต่างวาระ
พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ และฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินีฯ จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 2 กระทง คงจำคุก 6 ปี”
วิญญูชน จงตรองดู ว่าสังคมจะปล่อยให้การกระทำเช่นนี้ เป็นแบบอย่างบรรทัดฐาน ได้หรือไม่ อย่างไร?
ระบบยุติธรรมของบ้านเรา จะต้องทำหน้าที่ หรือละเว้น อย่างไร ?
สารส้ม

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี