วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรเป็นกลไกช่วยเหลือคนยากจนข้นแค้น เปราะบาง ไร้ที่พึ่งพา
แต่กำลังถูกลากให้เป็นประเด็นการเมืองในการโจมตี ดิสเครดิต และหาเสียงหาแสงให้กับกลุ่มการเมือง
1. ขอสนับสนุนการอุทธรณ์ และแก้ไขเกณฑ์ เช่น เรื่องถือครองรถยนต์ให้ชัดเจนถูกต้องตามความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น และให้ภาครัฐไปอำนวยความสะดวกชาวบ้าน ไม่ต้องให้ชาวบ้านเดินทางไปธนาคาร ขนส่ง พาณิชย์
แต่ขอประณามความพยายามสอดแทรก ปั่นกระแส ตีกิน หวังคะแนนเสียงทางการเมืองจากคนไม่ยากจนข้นแค้น แต่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากรัฐบาล พยายามกดดันให้รัฐบาลอุ้มคนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่อไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องคัดกรอง
ราวกับเป็นสิทธิประโยชน์เฉพาะตนตลอดชีพ !!!
นั่นหมายถึงอุ้ม 6 ล้านคนเก่าที่ไม่ผ่านการคัดกรองครั้งนี้
การออกมาโจมตีรัฐบาล และการแสดงบทบาทโอบอุ้มแบบเหมาโหลยกเข่งเช่นนี้หมายถึงการตีกินหวังได้คะแนนนิยมจากคนเหล่านี้สำหรับนักการเมืองบางพรรค
2. ทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนจนจริงๆ ต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันชัดเจนว่า จะมีการทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป้าหมายช่วยคนจนจริง ล่าสุด ดึงคนจนที่ตกสำรวจเข้าได้แล้ว 2.3 ล้านคน ส่วนคนที่หลุดจากการคัดกรอง มท.เปิด One Stop Service ทบทวนสิทธิ์ ขยายเวลาอุทธรณ์ และจะลุยจัดการกับปัญหาสวมชื่อชาวบ้านจดบริษัท-ถือหุ้น จนทำให้คนจนบางส่วนถูกคัดออกไปด้วย
“...จุดประสงค์ของการทบทวนครั้งนี้ คือ การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง หลังจากไม่มีการเปิดรับผู้มีสิทธิ์รายใหม่มานาน 4-5 ปี ได้ดึงผู้ตกสำรวจที่เดือดร้อนจริง ซึ่งไม่เคยอยู่ในระบบเดิม เข้าสู่ระบบแล้วกว่า 2.3 ล้านคน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทบทวนครั้งนี้
อีกเป้าหมายสำคัญ คือ การคัดกรองผู้ที่แอบอ้างรับสิทธิ์ หรือ “คนจนปลอม” หลังที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนจำนวนมาก โดยขณะนี้สามารถคัดกรองออกได้บางส่วน
แต่ยอมรับว่า มีประชาชนที่เดือดร้อนจริงบางกลุ่มหลุดออกจากระบบไปด้วย ซึ่งรัฐบาลรับฟังทุกข้อร้องเรียน และพร้อมให้ความช่วยเหลือ จึงได้ประสานกระทรวงมหาดไทย เปิดศูนย์
One Stop Service เพื่อให้ประชาชนยื่นทบทวนสิทธิ์ พร้อมตรวจสอบข้อมูลและหลักเกณฑ์ต่างๆ เตรียมทบทวนหลักเกณฑ์ที่ประชาชนร้องเรียน เช่น กรณีถือครองรถยนต์เก่า ซึ่งได้หารือกับกระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อพิจารณาปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง...
...จากการตรวจสอบข้อมูล พบปัญหามีผู้แอบนำชื่อประชาชนไปจดทะเบียนบริษัท ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นทุนเทา เป็นกรรมการบริษัท ซึ่งเขาไม่รู้เรื่อง เอามาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี ใช้ชื่อชาวบ้าน ทำให้ความจริงในประเทศไทยผุดออกมาหมด
เมื่อความจริงเปิดเผย คนที่ไปหลอกชาวบ้าน หลังจากเรื่องนี้เราจะจัดการ แล้วจะช่วยดูแลคนที่เดือดร้อนจริง และต้องจัดการคนที่หลอกชาวบ้าน
ยืนยันว่า รัฐบาลเห็นใจผู้ที่เดือดร้อนจริง จึงขยายระยะเวลาอุทธรณ์ และเปิดโอกาสให้ทบทวนสิทธิ์เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ยังมีสวัสดิการของรัฐอีก 72 รายการ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ บัตรคนพิการ และเรียนฟรี ฯลฯ ซึ่งประชาชนยังได้รับตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ย้ำว่า เป้าหมายของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ การช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดในสังคม
รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ และจะนำประเด็นต่างๆ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์และขยายระยะเวลาการอุทธรณ์ต่อไป...”
3. ลองพิจารณาภาพรวม ขณะนี้
มีผู้ที่เข้าระบบคัดกรองจำนวน 18.82 ล้านคน
แบ่งเป็น
กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายเดิม 12.70 ล้านคน
กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 0.74 ล้านราย
กลุ่มที่ 3 ผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่กระทรวงมหาดไทย สำรวจพบเพิ่มเติม 5.38 ล้านคน
หลังการคัดกรองตามเกณฑ์จากจำนวน 18.82 ล้านคน
.png)
.png)
ปรากฏว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์กว่า 9.5 ล้านคน
แบ่งเป็น
กลุ่มผู้ที่ถือบัตรเดิม 7.2 ล้านคน (จากเดิม 13.18 ล้านคน เนื่องจากบางส่วนไม่มาลงทะเบียนยืนยันรับสิทธิรอบใหม่ รวมถึงคนที่ลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ 6 ล้านคน)
และกลุ่มผู้ได้รับสิทธิใหม่ 2.3 ล้านราย (กลุ่มนี้ตกหล่น ไม่เคยได้มาก่อน มาจากการรุกไปหาคนจนตัวจริงของรัฐบาลชุดนี้ ต้องชื่นชมส่วนนี้ด้วย)
หลังการอุทธรณ์ คัดกรองเสร็จสิ้น สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังจะช่วยให้ได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในช่วง 2 เดือนที่เหลือนอกจากนี้จะประมวลผลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยจะนำข้อมูลไปจัดสวัสดิการรูปแบบอื่นเข้ามาดูแลแทน เช่น ผ่านกลไกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
อย่าลืมว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นเครื่องมือช่วยเหลือประชาชนกลุ่มที่ยากลำบากที่สุด ไร้ที่พึ่งพา เปราะบางที่สุด ส่วนคนเดือดร้อนอื่นๆ ก็ยังมีสิทธิสวัสดิการของรัฐช่วยเหลืออีกกว่า 72 รายการ
4. นักการเมืองบางคน ต้องการให้ช่วยคนที่เคยมีบัตรเครดิตด้วย ไม่ต้องสนใจการครอบครองรถยนต์ ฯลฯ
ชาวบ้านบางคน มีรถยนต์ 2 คัน อ้างว่าเอาไว้ใช้งาน ทำงาน ยังเดือดร้อนอยู่ ก็ต้องการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
อินฟลู เพจข่าวการเมือง กลุ่มการเมืองบางส่วน ปั่นโจมตีไปถึงไล่อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอให้คนที่เคยมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมทุกคนจะต้องได้รับการช่วยเหลือต่อไป ระบุว่า “เกณฑ์คนจนใหม่ควรใช้กับคนใหม่ ส่วนคนจนเก่า ก็ควรใช้เกณฑ์เดิม รัฐบาลควรคืนสิทธิให้กับคนเก่า ถือว่าทำบุญให้คนไทย”
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยกับแนวทาง “เหมาเข่ง” เช่นนี้
ยกตัวอย่าง บางความเห็นใจเพจหมอวรงค์เอง แสดงความเห็นไว้ เช่น
Sang Wipada - หมอคะหมู่บ้านที่ฉันอยู่อาศัยราคาหลังละเกือบ 4 ล้าน แต่ละบ้านมีรถยนต์บ้านละ 2 คันขึ้นไป หลายคนถือบัตร ส่วนที่ใกล้ตัวจริงๆ คือ บ้านพ่อแม่ลูกเขยฉันร่ำรวยมากค่ะ ไม่ใช่รวยธรรมดา มีอุตสาหกรรมในครอบครัวในบ้านมี 7 คน ถือบัตรที่มีค่าเดินทางถึง 5 คน กรณีนี้ไม่เห็นด้วยกับหมอค่ะ
ธนาพร จัตุนวรัตน์ - ก็พูดกันเองไม่ใช่รึไงว่าคนมีรถขับยังได้บัตร พอเขาคัดออกนกม.จะเข้ามาขัดขาทำไม เกิดอยากหาเสียงล่วงหน้าสะงั้น
Duangduen Loekkrachang - คนเก่าจำนวนไม่น้อยฐานะดีควรตัดสิทธิออกจะได้ลดงบตรงนี้ลงค่ะ เอาไปให้คนจนจริงๆ วิธีแก้ควรให้ผู้ใหญ่บ้านเข้าสำรวจแล้วให้กรรมการตรวจสอบแล้วส่งรายชื่อเข้ารัฐ ควรดูคนที่ได้จริงที่ผ่านมาจำนวนมากเป็นคนมีเงินค่ะ
Vanida Jierakulpanit - คนเก่าเคยจน แต่ปัจจุบัน มีอาชีพ รายได้มากขึ้น มีฐานะดีขึ้น เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ ควรคัดออกค่ะ
นฤมลวรรณ แซ่โง้ว - ไม่ว่าคนเก่าหรือใหม่ ควรใช้เกณฑ์เดียวกันซึ่งหมายถึงความเท่าเทียมกันค่ะ และต้องคัดกรองคนที่จนหรือรายได้น้อยจริงๆ ที่ผ่านมาคนจนปลอมๆได้สิทธิ์อยู่รอบตัวก็ไม่น้อยค่ะ ฯลฯ
5. อย่าแจกเงินซื้อเสียง ต้องช่วยคนที่จำเป็นจริงๆ อย่างมีเหตุมีผล
นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการข่าว Top News โพสต์ข้อความระบุว่า
“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องช่วยคนที่ “อับจนไร้ที่พึ่งจริงๆ” ครับ
ส่วน “คนที่เดือดร้อน” (คนไทยหลายสิบล้านคนเดือดร้อนครับ) ควรช่วยผ่านโครงการอื่น เช่น ไทยช่วยไทยพลัส กลไกกระทรวง พม. ฯลฯ
ผมสนับสนุนการอุทธรณ์ หรือแก้ไขเกณฑ์เรื่องถือครองรถเก่า-ซากรถ ให้ชัดเจนถูกต้องตามความเป็นจริงมากขึ้นนะครับ (ซึ่งสอดคล้องกับที่ผมเคยโพสต์ไว้ในภาพ)
แต่ข้อเสนอที่เล่นบทพ่อพระ-แม่พระ ทั้งนักการเมือง ทั้งสื่อ ทั้งอินฟลูบางคนที่อยากหาเสียง ประเภทที่บอกว่า ควรให้คนที่เคยมีบัตรเครดิตได้ด้วย หรือให้คนเดิมที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคนได้ต่อไปโดยอัตโนมัติเนี่ย ฯลฯ ผมขอไม่เห็นด้วยนะครับ
เพราะมันเข้าทางนักการเมืองประชานิยมเต็มตีนเลยครับ
เงินที่มาแจก ก็ไม่ใช่เงินส่วนตัวของเขาครับ (ถ้าให้แจกนี่นักการเมืองชอบเลยครับ)
ผมย้ำว่า เรื่องถือครองรถนั้น ควรช่วยอุทธรณ์ให้ชาวบ้านเลยครับ รถเก่า ซากรถเอาชัดเลยว่ากี่ปี ยังไงบ้าง ภาครัฐตั้งโต๊ะรับเรื่องเลย แต่อย่าแกล้งลืมว่า คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ มีหลายแบบ อาทิ
กลุ่มที่เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนจำกัด จำนวน 114,010 ราย
กลุ่มที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 334,335 ราย
กลุ่มที่มีวงเงินสินเชื่อรวมกันตามฐานข้อมูลของบริษัทเครดิตข้อมูลแห่งชาติ (เครดิตบูโร) จำนวน 2,655,459 ราย (ไม่รวมสินเชื่อเกษตรนะครับ)
กลุ่มที่มีสินทรัพย์ทางการเงินรวมกันมากกว่า 100,000 บาท จำนวน 866,149 ราย
กลุ่มที่มีบัตรเครดิต จำนวน 254,202 ราย ฯลฯ
คนเหล่านี้ อยู่ในกลุ่มถูกคัดออกไปด้วย ควรจะให้กลับเข้ามาได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอีกหรือ? ถ้าใครถูกเอาชื่อไปใช้ หรือยอมให้ลูกหลานเอาชื่อไปใช้ ก็ควรอุทธรณ์ชี้แจงครับ
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 9 ปีที่ผ่านมา (2561-2569 เริ่มสมัยลุงตู่) ใช้งบประมาณกว่า 5.2 แสนล้านบาท และงบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2570 ตั้งไว้42,000 ล้านบาท
โครงการนี้ ควรจะช่วยคนที่ยากจนข้นแค้นที่สุด ไร้ที่พึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ช่วยตลอดอายุขัย แต่เอาเข้าโครงการเพื่อช่วยเหลือประคับประคอง และช่วยให้เขาเข้มแข็งขึ้นด้วยฝึกอาชีพ หาช่องทางรายได้ สร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย จนพึ่งพาตัวเองได้แล้วออกไปมิใช่หรือ?
แล้ววันนี้ เราจะมาเรียกร้องว่า คนเคยได้ ต้องได้ต่อไปอัตโนมัติ มันใช่หรือครับ?
สมมุติว่า นักการเมืองที่เราชื่นชอบเป็นรัฐบาล แล้วเขาจะแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้คนเหล่านี้หมดเลย ทั้งๆ ที่ตรวจคัดกรองเจอข้อมูลถือหุ้น ถือบัตรเครดิต ขับรถหรู ฯลฯ... เราโอเค จริงๆ หรือครับ ?”
สรุป เห็นว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ควรเป็นกลไกช่วยเหลือคนยากจนข้นแค้น เปราะบาง ไร้ที่พึ่งพาจริงๆ และต้องหามาตรการเข้าไปช่วยเหลือดูแล ให้มีอาชีพมีที่อยู่อาศัย มีรายได้กระทั่งเข้มแข็ง แล้วออกจากโครงการไป ไม่ใช่เป็นความช่วยเหลือตลอดชีพ ตลอดอายุขัย
สารส้ม

มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 22-28 ก.ค.69
ภราดร ซัด ยิ่งชีพ เชื่อคนปล่อยข่าว จี้ถามตกลง เขา ที่ว่าน่ะใคร
พบกระบะต้องสงสัย ถูกเผาทำลายหลักฐาน ในอ.ศรีสาคร ห่างจุดคนร้ายปาระเบิด-กราดยิงไม่ไกล
ราชกิจจาฯเผยแพร่ ประกาศ กกต. ให้ พรรคการเมือง สิ้นสภาพ
เปิดชนวนเหตุ ดรามา 'คัลแลน-พี่จอง' เยือน อุทยานฯ ตาดโตน หลังแฟนคลับติงสปอยล์คลิปก่อนออนแอร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี