วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลทำแล้ว จะมีคนไม่ชอบ มีคนเสียประโยชน์ แต่ขอสนับสนุนให้ทำ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
นั่นคือ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปรับปรุงใหม่ (บัตรลุงตู่เดิม) เพื่อกรองเอาคนที่ไม่ยากจน (อยากจน) ออกไป แล้วไปค้นหาคนจนที่เดือดร้อนจริงๆ เข้ามาอยู่ในโครงการเพื่อรับสิทธิความช่วยเหลือจากรัฐ
ล่าสุด เมื่อวานนี้ ครม.อนุทิน เห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
1. เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ของคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม
มีรายละเอียด ดังนี้
(1) ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้
รวมทั้ง ในการพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติ กรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาทจะไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม
(2) เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจพบในช่วงการลงพื้นที่ลงทะเบียน (ระหว่างวันที่ 4 - 21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5.4 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามขั้นตอนต่อไป
2. ตะแกรงร่อนคนอยากจนออกไป เปิดประตูรับคนจนจริงๆ
เดิม ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2569 จำนวนผู้มีบัตรฯ 13.19 ล้านคน
ครม.อนุทิน มีการวางกฎเกณฑ์ที่เข้มข้นขึ้น โดยคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ดร.เอกนิติ รมว.คลัง รองนายกฯเป็นประธาน)
เพื่อเป็นตะแกรงร่อนเอาคนอยากจน แต่ไม่จนจริงๆ ออกไปจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการปรับปรุงทั้งเกณฑ์เกี่ยวกับรายได้ ทรัพย์สิน ฯลฯ
แต่เมื่อมีเสียสะท้อนจากสังคม ก็มีการเสนอปรับแก้บางประเด็น
ประการสำคัญ รัฐบาลนายกฯอนุทิน ให้มีการเดินหน้ารุกลงพื้นที่ค้นหาคนยากจนที่อยู่ตามหมู่บ้านทั่วประเทศ หัวหมู่บ้าน ท้ายหมู่บ้านที่ยังเข้าไม่ถึงโครงการบัตรสวัสดิการฯ นำเข้ามาตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อเข้าโครงการ
เป็นที่มาของการนำกลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่น ซึ่งกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้มีการสำรวจในช่วงการลงทะเบียน (ระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569) เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 จำนวน 5.4 ล้านคน
เพื่อให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง เป็นไปอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และสอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ของรัฐบาลในภาพรวมต่อไป
3. เริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อไหร่?
ผู้มีบัตรฯ รายเดิมที่ผ่านการตรวจสอบ เริ่มใช้สิทธิฯ ตามโครงการฯปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2569
ผู้ได้รับบัตรรายใหม่ เริ่มใช้สิทธิฯ ตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
.png)
.png)
เนื่องจาก ปัจจุบัน รัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเหลือทางสังคมผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) (โครงการไทยช่วยไทยฯ) ตามมติคณะรัฐมนตรี (19 พฤษภาคม 2569) ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิจะต้องเป็นผู้ไม่มีบัตรฯ ตามฐานข้อมูลกระทรวงการคลัง (กค.) ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569ดังนั้น หากโครงการฯ ปี 2569 กำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิฯทุกกลุ่มเริ่มใช้สิทธิฯ พร้อมกันตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ และได้รับสิทธิตามโครงการไทยช่วยไทยฯ
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ ที่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ ปี 2569 จะต้องมีการยืนยันตัวตนซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ
4. งบประมาณ 42,000 ล้านบาท
ครม.อนุทิน ยังเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการฯ ปี 2569
โดยคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม(ดร.เอกนิติ รมว.คลัง รองนายกฯ เป็นประธาน) คาดการณ์ว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดสรรสวัสดิการสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จะมีการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนไม่เกิน 42,000 ล้านบาท
จะใช้จ่ายจากงบประมาณกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ตามที่ได้รับจัดสรรตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งจะไม่กระทบต่อการบริหารงบประมาณของกองทุนฯ
ปัจจุบัน การดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ได้ดำเนินการรับลงทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีกำหนดประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ประชาชนผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 สามารถเริ่มใช้สิทธิฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
.png)
5. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 จะได้สิทธิสวัสดิการอะไรบ้าง?
สิทธิสวัสดิการยังคงเดิม โดยให้สิทธิประโยชน์ในการบรรเทาภาระค่าครองชีพได้แก่ ค่าอุปโภค-บริโภค จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา ดังนี้
“1. วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าฯ และร้านอื่นๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน
2. วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
3. วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่ (1) รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (2) รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) (3) รถไฟฟ้า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Bangkok Mass Transit System : BTS) รถไฟฟ้ามหานคร (Metropolitan Rapid Transit : MRT) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด (4) รถไฟ (5) รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชนและส่วนราชการกรุงเทพมหานคร (6) รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน (7) รถสองแถวรับจ้าง (8) เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ
4. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนดผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ(ผู้มีสิทธิฯ) จะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
5. มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิฯ มีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาทผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด”
6. จากบัตรลุงตู่ สู่ยุคลุงหนู+น้าเอก
นับเป็นการต่อยอดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรลุงตู่ ที่เริ่มมาในสมัยรัฐบาลนายกฯลุงตู่
มาสู่การปรับปรุง “พลัส” การคัดกรองและดึงเอาคนยากจนที่ตกหล่นเข้ามา ในยุคนายกฯลุงหนู+ขุนคลังน้าเอก
ปัจจุบัน ยกระดับเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. 2562 มาตรา 8 (1) บัญญัติให้คณะกรรมการฯ มีหน้าที่และอำนาจเสนอนโยบาย แผนการดำเนินงาน มาตรการหรือโครงการเกี่ยวกับประชารัฐสวัสดิการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือในการดำรงชีพและเพิ่มศักยภาพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการฯ โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จำเป็น ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
นับเป็นการขับเคลื่อนที่ถูกต้อง กล้าปรับปรุงแก้ไข ปรับเปลี่ยนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม
สารส้ม

ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ลพบุรี ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
เตือนภัยเงียบ! แนะวิธีสังเกต 4 ระยะ 'ภาวะสมองเสื่อม' รู้ทันก่อนคนที่รักจะลืมทุกสิ่ง
ออร่าคุณแม่จับ เมย์ พิชญ์นาฏ อุ้มท้องโตเที่ยวทะเล สวยเป๊ะไม่มีเปลี่ยน
เอกชนจ่อส่งดาวเทียมกระจก 5 หมื่นดวงขึ้นโคจร นักดาราศาสตร์โอด 'หากสำเร็จคงต้องอดดูดาว'
อัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัด มท. ถอนตัว กก.สอบวินัยร้ายแรง เคสทุจริตสอบท้องถิ่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี