วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ก่อนหน้านี้ ได้ชวนท่านผู้อ่านติดตาม การปรับเปลี่ยนนโยบายพลังงานไฟฟ้าในยุครัฐบาลปัจจุบัน
เพราะเห็นสัญญาณ การประกาศ หลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ไฟฟ้าและเศรษฐกิจประเทศโดยรวม แต่ว่าจะลงมือทำจริงได้หรือไม่ อย่างไร
ไม่ว่าจะเป็น
ปัญหาค่าไฟฟ้าทางสาธารณะถูกผลักมาให้ครัวเรือนประชาชนต้องรับภาระมาหลาย 10 ปี
ปัญหาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทาส สัญญาชั่วนิรันดร์
ปัญหาค่าไฟหอพักคิดอัตราค่าไฟแพงกว่าปกติจากผู้เช่า
ปัญหาใช้ไฟฟ้าของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ศูนย์ข้อมูล
รวมถึงการปรับอัตราค่าไฟฟ้าช่วยเหลือประชาชน ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราก้าวหน้าที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น
การส่งเสริมการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย สามารถขายไฟฟ้าให้รัฐได้ กำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ รับซื้อในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี ฯลฯ
ทั้งหมด เริ่มดำเนินการแล้ว เริ่มต้นอย่างน่าสนใจ ขับเคลื่อนฉับไว
โดยเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกฯอนุทิน เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบมาตรการด้านไฟฟ้า 7 เรื่อง
เป้าหมายหลัก คือ ลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชนทั่วไป ควบคู่กับการดูแลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่าง Data Center และภาคอุตสาหกรรมรับผิดชอบต้นทุนของตนเองอย่างเป็นธรรม โดยไม่ผลักภาระมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
1. แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน
ที่ประชุมเห็นชอบให้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ออกจากอัตราที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป และกำหนดเป็นอัตราใหม่โดยเฉพาะ
พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อให้จัดเก็บเงินเข้ากองทุนจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ ผู้ใช้ไฟฟ้า Data Center ผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: DPPA) เงินจากการลดอัตรารับซื้อไฟฟ้าส่วนเพิ่ม (Adder) และโครงการโซลาร์ชุมชน โดยนำเงินดังกล่าวไปใช้ลดค่าไฟฟ้าสาธารณะและลดภาระค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยต่อไป
2. ลดค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ช่วยคนเช่าหอพักอพาร์ทเมนท์ ค่าไฟถูกลงด้วย
ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยหน่วยที่ 1-200 หน่วยแรก ปรับลดเหลือ 3 บาทต่อหน่วย โดยหน่วยที่ 201-400 และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป ยังคงอัตราเดิม โดยตัดต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออก ทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับการใช้ได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังขยายนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมกิจการให้เช่าที่พักอาศัย เช่น บ้านเช่า หอพัก อพาร์ทเมนต์ รวมถึงบ้านที่ไม่มีทะเบียนบ้าน เปลี่ยนจากปัจจุบันต้องใช้ไฟฟ้าประเภทชั่วคราวที่มีอัตราสูงกว่า ให้สามารถใช้อัตราเดียวกับบ้านอยู่อาศัยได้ ช่วยลดภาระให้กับกลุ่มผู้เช่าที่พักซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและผู้ใช้แรงงาน
3. ขยายมาตรการ Direct PPA สู่ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาด
ที่ประชุมเห็นชอบให้ปลดล็อกมาตรการซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ให้ครอบคลุมทั้งกิจการ Data Center และภาคอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด
เปิดให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ จัดหาไฟฟ้าสะอาดได้ตรงจากผู้ผลิต ตอบโจทย์มาตรฐานการค้าระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดมากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดตลาดไฟฟ้าสะอาด มุ่งไปสู่การแข่งขันเสรี
4. กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับ Data Center
ที่ประชุมเห็นชอบให้กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภท Data Center เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในการจัดหาไฟฟ้าและการลงทุนขยายโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของกลุ่มนี้
ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้า หรือต้นทุนจากลงทุนปรับปรุงระบบโครงข่ายที่ต้องการความมั่นคงเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวกลายเป็นภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป
.png)
.png)
5. ให้ Data Center รายใหญ่วางหลักประกันการใช้สายส่งไฟฟ้า
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เฉพาะกิจการ Data Center ที่ประชุมเห็นชอบให้ต้องวางหลักประกัน (Bond) การใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อยืนยันความพร้อมและความตั้งใจลงทุนจริงก่อนที่ภาครัฐจะลงทุนขยายระบบไฟฟ้ารองรับ
พร้อมกำหนดให้ต้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำประกอบด้วย เนื่องจากเป็นกิจการที่ใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลงทุนเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เกิดภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำจากประชาชนและภาคการเกษตร
6. Adder จัดการปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงชั่วนิรันดร์
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสัญญาซื้อไฟฟ้าแพงชั่วนิรันดร์ ที่ประชุม กพช. จึงเห็นชอบการดำเนินการตามที่ข้อเสนอของ คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่มีรองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์นิลประพันธ์) เป็นประธาน
โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอให้ 1. การกำหนดวันสิ้นสุดสัญญากับ SPP และ VSPP ประเภท Non-Firmที่มีการต่ออายุสัญญาอัตโนมัติทุกรายให้ชัดเจน 2. ปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ในอัตรา 2.1579 บาทต่อหน่วย 3. โดยมอบหมายให้ทั้ง 3 การไฟฟ้าดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาต่อไป
.png)
7. เดินหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500เมกะวัตต์ (Community -based Solar Farm GenerationProject) ปรับเกณฑ์ใหม่ให้เป็นธรรมทุกฝ่าย
ที่ประชุมเห็นชอบให้เดินหน้าโครงการในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ กำหนดเป้าหมายรับซื้อรวมไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ โดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ในอัตรารับซื้อแบบ Feed-in Tariff (FiT) 2.1679 บาทต่อหน่วย สัญญา Non-Firm ระยะเวลา 25 ปี โดยกำหนดหลักการ 1 ตำบล ต่อ 1 โครงการ เพื่อให้ประโยชน์กระจายไปในหลายพื้นที่ ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงจุดใดจุดหนึ่ง
เป็นการปรับให้นำผลประโยชน์จากส่วนต่างราคาไปลดค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
นอกจากนี้ วิธีการคัดเลือกเอกชนผู้พัฒนาโครงการก็ได้ปรับจากหลักการ “ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน”มาเป็นการแข่งขันด้วยเกณฑ์คะแนนคุณภาพ (Competitive Scoring) ทั้งนี้ ผู้พัฒนาแต่ละรายมีสิทธิได้รับคัดเลือกสูงสุดไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่กับรายใดรายหนึ่ง
โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าปลายสาย จากการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด ทำให้ลดต้นทุนของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย
8. จะเห็นว่า มาตรการทั้งหลายข้างต้นนั้น ล้วนแต่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน สะสางปัญหาที่หมักหมมซุกมาหลายสิบปี และยังวางแนวทางที่เป็นประโยชน์สำหรับพลังงานสะอาด ตลอดจนการลงทุนแห่งอนาคตไว้ด้วย
นับเป็นสัญญาณและแนวโน้มที่ดีมาก
สมตามนโยบายรัฐบาล “พูดแล้วทำพลัส”
สารส้ม

กทม.เดินหน้าแผนปฏิบัติการแห่งชาติ สู้ภูมิอากาศบิดเบี้ยว มุ่งแก้ปัญหาทุกมิติเพื่อความยั่งยืน
จัดทัพสีกากีระอุ! ผบ.ตร.สั่งลั่นระฆังโยกย้าย เปิดบัญชี เหมาะ-ไม่เหมาะ เรียงแถวฝีมือ ชิงเก้าอี้นายพลปี 69
สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าบราซิล 25% อ้างการค้าไม่เป็นธรรม
หนุ่ม 30+ โอด! โปรไฟล์แน่น-จบ ป.โท แต่ชวดงาน เพราะ 'เกรด ป.ตรี' ฝากเตือน Gen Z ตั้งใจเรียน
อวสานขูดรีด! ลอรี่ เผย ก.พลังงาน รื้อนิยามใหม่ ไฟห้องเช่า-บ้านไร้ทะเบียน ต้องถูกลง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี