วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (หรือที่หลายคนเรียกว่า บัตรลุงตู่ เพราะเริ่มมีในยุครัฐบาลลุงตู่)
ขณะนี้ รัฐบาลอนุทินกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิ และการตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569
มีทั้งให้ผู้ถือบัตรอยู่เดิม 13 ล้านคน ยืนยันขอรับสิทธิต่อ เพื่อภาครัฐไปตรวจคัดกรองว่ายังเข้าคุณสมบัติตามบรรทัดฐานใหม่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา มีคนไม่ได้ยากจน แต่อยากจน ได้รับผลประโยชน์อยู่ใน 13 ล้านคน (สืบเนื่องจากความหละหลวม ไม่ได้อัปเดตในการลงทะเบียนและตรวจสอบก่อนหน้านี้)
และอีกส่วน คือ ให้มหาดไทยลงพื้นที่ เคาะประตูบ้าน ลุยทุกหมู่บ้าน ตรอกซอกซอย เพื่อค้นหาผู้ตกหล่นที่สมควรเข้ามารับความช่วยเหลือตามโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ
เพราะฉะนั้น แนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ถือว่าเป็นสิ่งถูกต้อง สมควรทำ
นั่นคือ “คัดกรองคนเก่า และค้นหาคนที่ตกหล่น”
1. ความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2569
มีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 8,865,427 ราย แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ 5,473,320 ราย ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ 1,244,416 รายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง 1,188,530 ราย ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร 614,723 รายและเครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 344,438 ราย
แต่มีผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิที่มีการยืนยันข้อมูลสำเร็จเรียบร้อย 8,454,728 ราย
และผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ 410,699 ราย
กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
2. ทบทวนหลักเกณฑ์ กรณีลูกนำค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง รับฟังความเห็นของสังคม จึงขอเน้นย้ำว่าเราให้ความเป็นธรรม พร้อมเน้นย้ำหลักการของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าจุดประสงค์ต้องการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน ที่ไม่มีใครดูแล และไม่มีสิทธิ์ใดๆ ซึ่งเราไม่ได้เปิดทบทวนสิทธิ์มาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งมีข้อร้องเรียนมากมาย ว่าคนที่ถือสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปัจจุบัน 13.2 ล้านคน มีทั้งคนที่เดือดร้อนจริงและคนที่ไม่ได้เดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลอยากให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปถึงคนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง วันนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ได้ไปช่วยไปหาคนที่เดือดร้อนจริงๆ ที่อาจจะตกหล่น ตั้งแต่วันที่ 4-21 มิ.ย.
“เกณฑ์ที่ระบุว่า คนที่มีลูกดูแลแล้วและลูกใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี แต่ในความเป็นจริงในสังคมไทยปัจจุบัน จากข้อมูลที่ฟังมาทั้งหมด จะมีลูกบางคนไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง แต่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เรามีความเป็นห่วงว่า การไปตัดสิทธิพ่อแม่ตรงนี้อาจถูกกระทบได้นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ไปทบทวน โดยมีคณะกรรมการบัตรสวัสดิการประชารัฐทำหน้าที่พิจารณาทบทวน ตามข้อสั่งการของนายกฯ ว่าเกณฑ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นธรรมกับพ่อแม่ที่ลูกไปแอบอ้างใช้สิทธิ ทำให้ต้องขาดสิทธิตรงนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลฟังเสียงของสังคม และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกคน จึงได้ดำเนินการทบทวนในส่วนนี้โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด”
นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ได้มีการลดหย่อนภาษีไปแล้ว ในหลักเกณฑ์ที่เข้า ครม. ไม่ได้กำหนดไว้ เพราะอาจจะเกิดความไม่เป็นธรรมกับปีที่แล้ว ที่ลูกได้นำมาลดหย่อนภาษีแล้วพ่อแม่จะถูกตัดสิทธิ ตรงนี้ ตนคิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้ในปีนี้ เพราะได้ดำเนินการผ่านไปแล้ว สำหรับปีหน้าต้องทบทวนกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
“..แต่หัวใจสำคัญของเรื่องที่จะเข้า ครม. คือ การทบทวนคนที่ตกหล่นที่ไม่มีโอกาสไม่มีใครดูแลเลย และไม่มีระบบสวัสดิการที่จะดูแล ซึ่งที่ผ่านมาที่ใช้กันมาตลอด 10 ปีก็ถูกร้องเรียนเป็นจำนวนมากว่าคนที่ใช้สิทธิเป็นคนที่ไม่ได้เดือดร้อนจริงมาแอบอ้างใช้สิทธิ เราต้องการเอาคนกลุ่มนี้ออกจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อไปใช้สิทธิอื่น ยกตัวอย่างคนที่จะถูกตัดสิทธิจาก 13.2 ล้านคน ที่เขาไม่ได้เดือดร้อนจริงไม่ใช่คนที่จนที่สุด หลายคนไปยื่นใบสมัครโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่เราไม่ได้ให้ เพราะถือว่าอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ซึ่งคนที่จนที่สุดที่ไม่มีเงินแม้จะไปสมทบในไทยช่วยไทยพลัสคนกลุ่มนั้น คือกลุ่มคนที่เราต้องการช่วย วันนี้จึงต้องมีการทบทวน”- นายเอกนิติ กล่าว
.png)
.png)
.png)
3. เร่งเดินหน้าหาตัวคนจน+กลุ่มเปราะบางที่ตกสำรวจ หากไม่สะดวกเดินทาง เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการถึงบ้าน
กลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “กลุ่มตกหล่น” จำนวน 1,044,785 ราย
เป็นผู้ที่ปรากฏข้อมูลจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของกระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ฝ่ายปกครองได้เร่งดำเนินการเชิงรุก เช่น
จังหวัดอุดรธานี นายชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี ได้ประชุมชี้แจงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า ห้ามนัดหมายประชาชนผู้มีรายชื่อให้มาลงทะเบียนที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยเด็ดขาด แต่ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับลงทะเบียนถึงบ้านประชาชนเท่านั้น ก่อนจะนำทีมลงพื้นที่พบประชาชนในทันที
จังหวัดสุรินทร์ นายพลเศรษฐ์ ดมอุ่นดี นายอำเภอโนนนารายณ์ ได้จัดทีมปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบประจำตำบลโนน ร่วมกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่รับลงทะเบียนประชาชนกลุ่มตกหล่นจากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ตำบลโนนถึงบ้าน จำนวน 35 ราย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและลดภาระการเดินทาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการภาครัฐ ฯลฯ
กรมการปกครองได้กำชับให้ทุกอำเภอทั่วประเทศ ดำเนินงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ประสบปัญหาในการลงทะเบียน โดยยึดหลัก“เข้าถึง เข้าใจ และไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับโอกาสเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
หากประชาชนรายใดมีข้อจำกัดในการเดินทาง หรือประสบปัญหาในการลงทะเบียน สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือที่ว่าการอำเภอใกล้บ้าน เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกได้ทันที
4. ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ระบุว่า
“จากเรื่องพ่อแม่ไม่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐถ้าลูกเอาชื่อไปยื่นขอลดหย่อนภาษี ทำให้ผมดีใจที่เห็นการพูดคุยเรื่องการคัดกรอง ดูว่าใครควรได้รับการช่วยเหลือ (targetingerror/effiency) มากขึ้น ซึ่งผมพยายามพูดเรื่องนี้มาเกือบยี่สิบปี คนไม่ค่อยฟัง หรือฟังแล้วแต่ไม่สนใจคิดต่อ และผมคิดว่าการพูดคุยยัง very early stage มาก และตก/หลงประเด็นไปอีกพอควร
1. การคัดกรองว่าใครจน/ไม่จน ไม่เคยทำได้สมบูรณ์แบบหรือแม้กระทั่งใกล้สมบูรณ์แบบ คือ perfect or near-perfect targeting ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ ห่างไกลมาก exclusion error (ตกหล่น) และ inclusion error (รั่วไหล) ยังคงยืนสูงระดับหลายสิบเปอร์เซ็นต์เสมอในทุกโครงการ targeting ทั่วโลก
2. มีพัฒนาการในเรื่อง targeting methodology มาต่อเนื่อง (ซึ่งผมติดตามและเอาใจช่วยมาตลอด) ไม่ว่าจะขยับจาก proxy means-test แบบที่ไทยใช้ประจำ (และค่อนข้างล้าสมัย เช่นฐานข้อมูล TPMAP) มาเป็นการใช้ฐานข้อมูลหลากหลายแหล่งมาชนกัน (แบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) ใช้กลไกชุมชน ใช้แผนที่ดาวเทียม ใช้ machine-learning ใช้ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ มือถือ แต่น่าเสียดายว่าแต่ละวิธี (หรือลูกผสม) สามารถลดการตกหล่นและรั่วไหลน้อยกว่าที่คาดหวังกันมาก ส่วนใหญ่ลดได้หลักหน่วย%เท่านั้น หมายความว่า errors ทั้งสองแบบยังสูงอยู่ ระดับ% เลขสองหลัก และอาจสูงถึง 30-70% ได้ (โดยเฉพาะการตกหล่น)
....
9. รัฐบาลบอกว่าจะมีนโยบายแก้ปัญหาการตกหล่นตามมา คาดว่าจะใช้ฐานข้อมูลคนยากจนและเปราะบางจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. ซึ่งคงต้องรอดูรายละเอียดต่อไป
10. แต่อยากให้คนออกแบบมาตรการแก้ตกหล่น ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยเชิงประจักษ์ทั้งในไทยและในต่างประเทศด้วยว่าควรใช้วิธีใดที่เหมาะที่สุดกับบริบทไทย โดยคำนึงถึง trade-off ที่ผมกล่าวถึงในข้อ 3 ข้างต้น
11. ผมเสนอว่าการแก้ปัญหาตกหล่น อาจใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน
11.1 การใช้ฐานข้อมูลคนยากจนและเปราะบางแบบที่รัฐบาลกำลังจะทำ
11.2 เอาข้อมูลจาก 11.1 เพิ่มเข้ามาในฐานข้อมูลที่เจ้าตัวมารายงาน อย่างที่รับจดทะเบียนอยู่ตอนนี้
11.3 ส่งข้อมูลให้รัฐบาลท้องถิ่นและชุมชนเพื่อทำการตรวจสอบว่ามีคนจนตัวจริงตกหล่นไม่อยู่ในรายชื่อใน 11.2 หรือไม่ ถ้ามีให้เพิ่มเข้ามา โดยอาจมีการตรวจสอบจากหน่วยราชการกลางในลักษณะ spot check ว่าจนจริง เมื่อแน่ใจว่าคนจริง ก็สรุปเพิ่มเข้ามาเลย
11.4 *ต้องไม่ไปบอกให้เขามาจดทะเบียนเอง* แบบที่รัฐบาลบอกว่าจะทำ เพราะคนตกหล่นจำนวนไม่น้อยตกหล่นเพราะเขาไม่กล้าหรือไม่สะดวกมาจดทะเบียน เรื่องนี้ต้องทำแบบ active ไม่ใช่ passive
11.5 กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ข้อ 11.1-11.4 ต้องหมั่นทำทุกปี หรือถ้าบ่อยกว่านั้นได้จะยิ่งดี เพราะสถานะความยากจนอาจเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าที่คิด
12. รัฐบาลจะใช้กระบวนการตามข้อ 11 สำหรับการลดการรั่วไหลไปด้วยกันก็ได้...”
5. จะเห็นว่า สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ คือ ความพยายามที่ดีในการเข้าถึงคนที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจริงๆ
สมควรได้รับการสนับสนุน ส่งเสริม แนะนำอย่างสร้างสรรค์ หรือช่วยทำความเข้าใจต่อสังคม มิใช่ถูกปั่นกระแสโจมตีหวังผลทางการเมือง เพียงเพราะไม่ใช่รัฐบาลที่ตนเองมีความชอบส่วนตัวหรือมีผลประโยชน์ร่วมบางอย่าง
สารส้ม

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เชิญพระศพ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ จากรพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
สหรัฐฯ สั่งแบน 'Ai' ฟ้าผ่า Claude Fable 5 และ Mythos 5 สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับโลก
อินโดฯระอุ ม็อบนักศึกษาประท้วงรัฐบาลปราโบโว หยุดผลาญงบพาชาติล้มละลาย
จีนเดือด สหรัฐขึ้นแบล็กลิสต์ อาลีบาบา-ไป่ตู้ รัฐบาลปักกิ่งซัดทรยศฉันทามติ
ปรีวิว-ฟันธง!'วิสกี้'คืนสังเวียนรอบ28ปีบู๊'เฮติ'

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี