Logo วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')
คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ช่วงที่ผ่านมา ผู้เขียนในฐานะนักวิจัยของศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชัน หรือ ศูนย์ KRAC ได้มีโอกาสจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยด้านการศึกษาคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลของไทย ผ่านเว็บไซต์ www.kraccorruption.com ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อให้คนทำงานนักวิจัย สื่อ และประชาชนสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ประโยชน์ได้ 

จากการอ่านและจัดหมวดหมู่งานวิจัยกว่า 500 เรื่อง จากหน่วยงานสำคัญทั้งภาครัฐและภาควิชาการ ผู้เขียนพบว่าประเทศไทยมีฐานความรู้ด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอยู่ไม่น้อยครอบคลุมตั้งแต่ธรรมาภิบาลภาครัฐ การตรวจสอบงบประมาณและจัดซื้อจัดจ้าง การปลูกฝังค่านิยมสุจริต การมีส่วนร่วมของประชาชน ไปจนถึงการพัฒนาเครื่องมือทางกฎหมาย นโยบาย และเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการทุจริต   


อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับทิศทางงานวิจัยต่างประเทศ จะเห็นว่าหลายประเทศกำลังขยับจากการอธิบายปัญหาคอร์รัปชัน ไปสู่การศึกษาเรื่องข้อมูล เทคโนโลยี เครือข่ายอำนาจ พฤติกรรมมนุษย์ และความเชื่อมโยงข้ามพรมแดน พร้อมพัฒนาเครื่องมือที่ต่อยอดจากงานวิจัยและนำไปใช้ได้จริง เช่น การใช้ข้อมูลเปิดและ AI เพื่อตรวจจับความเสี่ยง หรือการสร้างเครือข่ายวิจัยระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับคอร์รัปชันข้ามพรมแดน 

คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า “งานวิจัยไทยควรพัฒนาไปทางไหนต่อ” เพื่อให้องค์ความรู้ที่มีอยู่สามารถช่วยป้องกัน ตรวจจับ และลดความเสี่ยงคอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรมบทความนี้ จึงขอสรุป 5 เทรนด์วิจัยที่ควรต่อยอดจากฐานความรู้เดิมของประเทศไทย เพื่อยกระดับงานวิจัยด้านการต่อต้านคอร์รัปชันให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่มากขึ้น 

เทรนด์ที่ 1: ข้อมูลเปิดต้อง “เปิดเผย”และใช้ตรวจสอบได้จริง เทรนด์แรกที่ควรถูกผลักดันอย่างจริงจังคือการพัฒนา “ระบบนิเวศข้อมูลเปิดเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน” เพราะในโลกที่คอร์รัปชันซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายระบบมากขึ้น การมีข้อมูลที่เปิดเผย เชื่อมโยง และตรวจสอบร่วมกันได้ คือจุดเริ่มต้นของการป้องกันเชิงรุก 

แม้ประเทศไทยจะผลักดันเรื่องความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายสำคัญคือข้อมูลภาครัฐจำนวนมากยังแยกส่วนและเชื่อมโยงกันได้จำกัด ทำให้การตรวจจับความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ 

โจทย์สำคัญในอนาคตจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนข้อมูลเปิด แต่คือการทำให้ข้อมูลเปิดดังกล่าวใช้ตรวจสอบได้จริง งานวิจัยควรมุ่งพัฒนาเครื่องมือและระบบที่ช่วยเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหลายแหล่ง สร้างแผนที่ความเสี่ยงคอร์รัปชัน วิเคราะห์เครือข่ายความสัมพันธ์ของผู้เกี่ยวข้อง และสนับสนุนระบบแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัยและได้รับการคุ้มครอง หากทำได้จริง ข้อมูลเปิดจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเฝ้าระวังและป้องกันคอร์รัปชันเชิงรุกที่สังคมร่วมตรวจสอบได้จริง 

เทรนด์ที่ 2: ใช้ AI และข้อมูลอัจฉริยะเพื่อป้องกันคอร์รัปชันเชิงรุก คือการนำ AI, Big Data, Blockchain และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้สนับสนุนการต่อต้านคอร์รัปชัน หลายงานวิจัยชี้ตรงกันว่า ปัญหาของไทยอาจไม่ใช่การขาดเทคโนโลยี แต่เป็นการขาดโครงสร้างข้อมูลที่มีมาตรฐานและเชื่อมโยงกันได้ ทำให้เทคโนโลยีทำงานได้ไม่เต็มศักยภาพ 

บทบาทของเทคโนโลยีจึงไม่ได้มีไว้แค่จับคนโกงเท่านั้น แต่ช่วยให้มองเห็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ เช่น ความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง ความเชื่อมโยงของเครือข่ายผลประโยชน์ หรือการกระจุกตัวของงบประมาณ ทำให้การตรวจสอบขยับจากการแก้ปัญหาภายหลังไปสู่การป้องกันเชิงรุก 

โจทย์สำคัญในอนาคตจึงไม่ใช่การพัฒนา AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องออกแบบระบบข้อมูลและกลไกกำกับดูแลการใช้งานด้วย เพราะความสำเร็จของเทคโนโลยีต่อต้านคอร์รัปชันขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล ความโปร่งใส และการตรวจสอบย้อนกลับได้ งานวิจัยจึงควรนำเครื่องมือหรือนวัตกรรมเหล่านี้ออกจากห้องทดลองสู่การใช้งานจริง ควบคู่กับการสร้างกรอบธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกันคอร์รัปชันที่ใช้ได้จริงในสังคมไทย 

เทรนด์ที่ 3: จากการปลูกฝังค่านิยม สู่การออกแบบพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการต่อต้าน คอร์รัปชัน แม้งานวิจัยไทยที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการปลูกฝังค่านิยมสุจริตผ่านหลักสูตร กิจกรรม และสื่อรณรงค์ แต่แนวโน้มงานวิจัยด้านพฤติกรรมและวัฒนธรรมในต่างประเทศเริ่มขยับไปสู่การทำความเข้าใจว่า “อะไรคือปัจจัยที่ทำให้คนกล้าลงมือต้านโกงในสถานการณ์จริง” 

เพราะการที่คนในสังคมรับรู้ว่าคอร์รัปชันเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ก็ไม่ได้หมายความว่าคนในสังคมพร้อมที่จะลุกขึ้นมาต้านโกงเสมอไป เนื่องจากหลายคนอาจกังวลเรื่องความปลอดภัย ไม่เชื่อมั่นในระบบร้องเรียน หรือมีความรู้สึกว่าการออกมาต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า เนื่องจากไม่่เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้สังคมขาดความเชื่อมั่นว่าคอร์รัปชันแก้ได้ 

งานวิจัยในอนาคตจึงควรมุ่งศึกษาช่องว่างระหว่าง “ทัศนคติ”และ “การกระทำ” เพิ่มมากขึ้น โดยหันมาใช้แนวทางเชิงพฤติกรรมและการทดลอง เพื่อค้นหากลไกที่ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและต่อต้านคอร์รัปชันได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบร้องเรียนที่สร้างความมั่นใจ การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม 

เทรนด์ที่ 4: รับมือคอร์รัปชันไร้พรมแดนด้วยองค์ความรู้ข้ามประเทศ ผู้เขียนเห็นว่า “เมื่อคอร์รัปชันไร้พรมแดน องค์ความรู้ก็ต้องตามให้ทันด้วย” เพราะคอร์รัปชันไม่ได้หยุดอยู่ในพรมแดนของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป แต่มีความเชื่อมโยงและซับซ้อน ซึ่งกลไกภายในประเทศนั้นๆ ไม่สามารถรับมือได้โดยลำพัง 

หากเรายังมองคอร์รัปชันเฉพาะภายในประเทศ เราอาจเห็นแค่บางส่วนของปัญหา แต่ไม่เห็นเส้นทางที่เงิน ข้อมูล อำนาจ และผลประโยชน์เชื่อมต่อกันในระดับภูมิภาค ในอนาคตจึงควรให้ความสำคัญกับงานวิจัยเชิงเปรียบเทียบและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคมากขึ้น 

ประเด็นที่ควรถูกต่อยอดในการทำวิจัย ได้แก่ การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส มาตรฐานข้อมูลเปิด การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และการติดตามคดีคอร์รัปชันข้ามพรมแดน ตลอดจนการเรียนรู้บทเรียนความสำเร็จและข้อผิดพลาดในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับให้งานวิจัยไทยมีพลัง และสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่สอดรับกับเวทีโลกได้อย่างแท้จริง 

เทรนด์ที่ 5: ยกระดับงานวิจัยสู่การทดลองและประเมินผลนโยบายในโลกจริง ข้อเสนอสุดท้ายจากผู้เขียนคือการสร้างวงจร “วิจัย–ทดลอง–ประเมินผล–ปรับนโยบาย” ให้เกิดขึ้นจริง แม้งานวิจัยหลายเรื่องจะวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขได้จริง แต่ข้อเสนอจำนวนไม่น้อยกลับไม่ถูกนำไปทดลองและประเมินผลในทางปฏิบัติ 

งานวิจัยต้านโกงไทยในระยะต่อไปจึงควรมุ่งสร้างหลักฐานจากการทดลองเชิงนโยบายมากขึ้น ผ่านกลไกอย่าง “Policy Lab” หรือ “PolicySandbox” ที่เปิดให้ภาครัฐ นักวิจัย และภาคประชาชนร่วมออกแบบมาตรการ ทดลองใช้ ติดตามผล และปรับปรุงจากข้อมูลจริง เพื่อตอบคำถามว่า มาตรการใดได้ผล ภายใต้เงื่อนไขใด และใช้งานกับกลุ่มใดได้บ้าง 

เช่น การเปิดเผยข้อมูลงบประมาณช่วยลดความเสี่ยงคอร์รัปชันได้จริงหรือไม่ มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนเปลี่ยนพฤติกรรมองค์กรได้มากน้อยเพียงใด หรือระบบแจ้งเบาะแสแบบใหม่เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้จะทำให้งานวิจัยไม่เป็นเพียงข้อเสนอเชิงวิชาการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจและพัฒนานโยบายต้านคอร์รัปชันได้อย่างต่อเนื่อง 

ผู้เขียนจึงเห็นว่า อนาคตของงานวิจัยต้านโกงไทยควร “เชื่อมองค์ความรู้เข้ากับข้อมูลเปิด เทคโนโลยี พฤติกรรมของคนในสังคมความร่วมมือระดับภูมิภาค และการทดลองนโยบายจริง” ขณะเดียวกันหน่วยงานควรสนับสนุนทุนวิจัยแบบต่อเนื่องและบูรณาการ เพื่อประเมินว่างานวิจัยและนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได้มากน้อยเพียงใด 

ทั้งนี้ ศูนย์ KRAC ก็ขับเคลื่อนงานตามแนวทางเหล่านี้ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และผู้ใช้ข้อมูล โดยร่วมผลักดัน “25 ชุดข้อมูลเปิดเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชัน” สำหรับตรวจสอบงบประมาณและโครงการรัฐ รวมถึงทำงานร่วมกับเครือข่ายอาเซียนในประเด็นบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง (PEPs) การจัดซื้อจัดจ้าง และการป้องกันการฟอกเงิน 

เพราะในโลกที่คอร์รัปชันซับซ้อน ไร้พรมแดน และเปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว งานวิจัยต้านโกงต้องไม่ใช่แค่งานที่อธิบายปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนางานที่ช่วยให้สังคมเห็น
ความเสี่ยงการคอร์รัปชันได้ตั้งแต่ต้น สามารถป้องกันได้เร็วขึ้น และรับมือได้อย่างทันท่วงทีผ่านเครื่องมือ นวัตกรรมและนโยบายใหม่ๆพร้อมหนุนเสริมพลังของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้มแข็งยิ่งขึ้นในอนาคต

สุภัจจา อังค์สุวรรณ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:15 น. บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว
22:02 น. นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น ลมใต้ปีก ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเติบโตยั่งยืน
21:56 น. บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน 'มิน ออง ไลง์' เยือนไทย
21:37 น. โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด
21:30 น. เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม.
ดูทั้งหมด
เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงตรัสกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
สหรัฐฯ เตรียมปิดสถานทูต 5 แห่งทั่วโลก ตามนโยบาย America First เปิดช่องจีน-รัสเซียเสียบแทน
เดือนนี้ใครปังสุด หมอช้าง เผย 5 อันดับราศีดวงดีประจำเดือน
พลาดแล้ว นายหัว ชาวเน็ตงัดข้อมูลสวน ชัยชนะ หลังไล่ เอกนิติ-ศุภจี ไปกินน้ำมันตับปลา
จ๊ะ นงผณี บริจาคเครื่องควบคุมให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 3 เครื่อง แก่ รพ.ศิริราชกาญจนา
ดูทั้งหมด
บุคคลแนวหน้า : 8 สิงหาคม 2569
กรณีพม่า : ไทยแตกแถวอาเซียน
กองหน้า
ทุเรียนเวียดนามหนามคมกว่าทุเรียนไทย
ขอโทษให้ครบ…เมื่อคำพูด เดินนำหน้าข้อเท็จจริง
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว

บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน 'มิน ออง ไลง์' เยือนไทย

โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด

เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม.

‘The Woman’ ภาพยนตร์แห่งแรงบันดาลใจ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น ‘แม่’ และ ‘รอยยิ้มแห่งแผ่นดิน’ จุดประกายความสว่างไสวแก่ชีวิตพสกนิกรไทยชั่วนิรันดร์ ตอน ‘She is My Smile’ EP.3

สิ้นเกจิดังเมืองน้ำดำ หลวงพ่อณรงค์ แห่งวัดภูค่าว ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 71 ปี 38 พรรษา

  • Breaking News
  • บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว
  • นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น ลมใต้ปีก ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเติบโตยั่งยืน นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น ลมใต้ปีก ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเติบโตยั่งยืน
  • บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน \'มิน ออง ไลง์\' เยือนไทย บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน 'มิน ออง ไลง์' เยือนไทย
  • โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด
  • เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม. เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

OECD โอกาสทางรอดสุดท้ายของไทย

OECD โอกาสทางรอดสุดท้ายของไทย

5 ส.ค. 2569

ปราบโกงสอบราชการ ตัดเนื้อร้ายทำลายประเทศ

ปราบโกงสอบราชการ ตัดเนื้อร้ายทำลายประเทศ

29 ก.ค. 2569

คนไทยไม่ทนโกง: ถึงเวลาออกแบบระบบที่ ‘โกง’ ยาก

คนไทยไม่ทนโกง: ถึงเวลาออกแบบระบบที่ ‘โกง’ ยาก

22 ก.ค. 2569

คริปโตเคอร์เรนซี: เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลกับโจทย์ใหม่ของการต่อต้านคอร์รัปชัน

คริปโตเคอร์เรนซี: เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลกับโจทย์ใหม่ของการต่อต้านคอร์รัปชัน

15 ก.ค. 2569

ความรู้ท่วมหัว (ทำไม) เอาตัวไม่รอด: ทำไมเรายังแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้

ความรู้ท่วมหัว (ทำไม) เอาตัวไม่รอด: ทำไมเรายังแก้ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้

8 ก.ค. 2569

บันทึกจากผู้จัดงาน สี่บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติ และสิ่งที่คนไทยควรรู้

บันทึกจากผู้จัดงาน สี่บทเรียนต้านโกงจากเวทีนานาชาติ และสิ่งที่คนไทยควรรู้

1 ก.ค. 2569

‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’

‘มองอนาคตงานวิจัยต้านโกงไทย: 5 เทรนด์ที่ควรไปต่อ’

24 มิ.ย. 2569

แกะรอยไอ้โม่ง ผู้ฉกฉวยประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

แกะรอยไอ้โม่ง ผู้ฉกฉวยประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน

17 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved