ช่วงเดือนเมษายน 2021 ภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจโดยฝ่ายกองทัพพม่า เมื่อวันที่ 22กุมภาพันธ์ 2021 รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศได้เชิญนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่ายผู้นำการปฏิวัติรัฐประหารพม่าเข้าร่วมการประชุมที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยทุกฝ่ายได้ตกลงกันว่าด้วยฉันทามติ 5 ประการ (Five Point Consensus) เพื่อนำสันติภาพและสันติสุขและความปรองดองสมานฉันท์กลับสู่ประเทศพม่า เป็นการดำเนินการร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อร่วมมือช่วยเหลือเมื่อประเทศสมาชิกหนึ่งใดมีประเด็นปัญหา
บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาร่วม5 ปีกว่าแล้ว หากแต่การปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการของฝ่ายพม่านั้นจัดได้ว่ายังมิได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด โดยพม่ายังตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วไปแร้นแค้น ผู้คนต้องย้ายถิ่นฐานบางส่วนต้องกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน
ท่ามกลางสภาวะสงครามกลางเมือง ฝ่ายกองทัพพม่าภายใต้การนำพาของนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ได้จัดการเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่ฝ่ายกองทัพสามารถควบคุมได้ และก็มีการจำกัดหรือการกันออกไปของผู้คนบางกลุ่ม บางพรรคการเมืองก็ถูกกีดกันมิให้เข้าร่วมในการเลือกตั้งดังกล่าวที่มีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2025- มกราคม2026 จึงจัดได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการเลือกปฏิบัติ เพราะพรรคการเมืองของฝ่ายกองทัพนั้นคงความได้เปรียบเสมือนเป็นการเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองเดียวเข้าแข่งขันในสนามเลือกตั้งได้ ซึ่งในการนี้ชาวโลกโดยทั่วไปก็เห็นว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเรื่องจอมปลอม เสแสร้ง ไม่จริงจังไม่มีความชอบธรรม (Sham and Illegitimate)
จากผลการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์แบบดังกล่าว นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองจากแม่ทัพเผด็จการ มาเป็นประธานาธิบดี และรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งดังกล่าวก็ได้ลงมติที่จะไม่ยอมรับฉันทามติ 5 ประการของอาเซียน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการไม่ร่วมมือใดๆ ของฝ่ายผู้มีอำนาจของพม่ามาโดยตลอด
ความไม่คืบหน้าของฉันทามติ 5 ประการมิได้เกิดจากการปฏิเสธอย่างไม่สะทกสะท้านของฝ่ายกองทัพพม่าเท่านั้น หากแต่มาจากความอ่อนแอของฝ่ายประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่ไม่สามารถจะร่วมกันผลักดัน โน้มน้าวและต่อรองกับฝ่ายกองทัพพม่าได้ เหตุเพราะฝ่ายประเทศสมาชิกอาเซียนขาดแกนนำที่แข็งแกร่ง ทำให้ขาดความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง (Political Will) อีกทั้งก็มีการแตกแยกภายในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มักจะมีท่าทีแบบ“ตีโดด” แยกตัวเองจากเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียน และไม่ร่วมในการขับเคลื่อนและผลักดันฉันทามติ 5 ประการ โดยมักจะใช้ข้ออ้างที่ว่า เพราะประเทศไทยมีเขตแดนร่วมกับพม่ากว่า 2,400 กิโลเมตร ฉะนั้นก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของไทยไว้ ซึ่งข้ออ้างนี้ดูไม่สมเหตุสมผล เพราะก่อนหน้าไทยเองก็ได้เข้าไปร่วมสังฆกรรมกับฉันทามติ 5 ประการแต่แรกเริ่ม แล้วจู่ๆ จะมาอ้างเรื่องความยาวของเขตแดนร่วมกับพม่า เพื่อจะได้มีนโยบาย ท่าที และบทบาท นอกเหนือไปจากการอยู่ในกรอบของฉันทามติ 5 ประการ มันก็ดูย้อนแย้ง
เมื่อไทยเป็นเช่นนี้ ความขลังของอาเซียนในการเป็นหนึ่งเดียวกันก็อ่อนแอลง ทำให้ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ใจ โดยไม่ต้องออกแรง และที่น่าเศร้าสลดก็คือการที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนมุ่งที่จะรักษาหน้าให้ความเกรงอกเกรงใจกัน มากกว่าที่จะเอาผลประโยชน์ของอาเซียนร่วมเป็นที่ตั้ง และพูดจาแบบเปิดอกกับฝ่ายไทยเพื่อให้กลับมาอยู่ในแถวเดียวกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าฝ่ายไทยจะคบหาสมาคมกับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย โดยตรงแบบทวิภาคี ก็ไม่มีความแน่ชัดว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไร หรือไทยจะเรียกร้อง บีบคั้น ให้ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ทำโน่นทำนี่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่ดูคลุมเครือ เพราะไทยดูจะไม่มีอำนาจต่อรองกับฝ่ายแม่ทัพนายกองพม่า
แล้วไฉนไทยถึงจะทำตัว “ตีโดด” จากอาเซียนอีกต่อไปเล่า?
อีกมุมมองหนึ่งก็คือทางด้านพม่ามี 3 ผู้เล่นหลักได้แก่ ฝ่ายกองทัพพม่า ฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทหาร และฝ่ายบรรดาชนกลุ่มน้อย ที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การครอบงำของชาติพันธุ์พม่าชนกลุ่มใหญ่ และในการนี้ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนโดยรวม หรือประเทศสมาชิกหนึ่งใดก็จะต้องมีความสัมพันธ์และเจรจาต่อรองกับทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จะพูดจาแค่กับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ดังที่ฝ่ายไทยกำลังกระทำอยู่และให้ความสำคัญก็ดูจะไม่สมเหตุสมผล และไม่ตระหนักในสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะในฉันทามติ 5 ประการกล่าวถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่จะต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาของพม่า
บัดนี้ ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่ายได้ปฏิเสธฉันทามติ 5 ประการอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ฝ่ายอาเซียนก็ไม่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ประการ ซึ่งถือเป็นการเสียหน้า เสียรังวัด เสียเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก
ก็ขึ้นอยู่กับว่าอาเซียนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาเซียนจะกล้าระงับการเป็นสมาชิกอาเซียนของพม่าชั่วคราวหรือไม่ (Suspension) หรืออาเซียนจะไปเทน้ำหนักให้กับฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทหาร หรืออาเซียนจะเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายของพม่ามาประชุมหารือกันเพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศชาติ หรืออาเซียนจะประสานท่าทีกับจีนและอินเดียเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาพม่า
โดยที่ประเทศไทยมีส่วนได้เสียมากที่สุดในหมู่อาเซียนด้วยกัน น่าจะอยู่ในฐานะที่จะทำตัวเป็นผู้นำพาและขับเคลื่อน เพื่อผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของอาเซียนโดยรวมในประเด็นปัญหาพม่าเสียที
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี