วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ช่วงเดือนเมษายน 2021 ภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจโดยฝ่ายกองทัพพม่า เมื่อวันที่ 22กุมภาพันธ์ 2021 รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศได้เชิญนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่ายผู้นำการปฏิวัติรัฐประหารพม่าเข้าร่วมการประชุมที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยทุกฝ่ายได้ตกลงกันว่าด้วยฉันทามติ 5 ประการ (Five Point Consensus) เพื่อนำสันติภาพและสันติสุขและความปรองดองสมานฉันท์กลับสู่ประเทศพม่า เป็นการดำเนินการร่วมกันของประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อร่วมมือช่วยเหลือเมื่อประเทศสมาชิกหนึ่งใดมีประเด็นปัญหา
บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาร่วม5 ปีกว่าแล้ว หากแต่การปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ประการของฝ่ายพม่านั้นจัดได้ว่ายังมิได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด โดยพม่ายังตกอยู่ในสภาวะสงครามกลางเมือง เศรษฐกิจตกต่ำ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วไปแร้นแค้น ผู้คนต้องย้ายถิ่นฐานบางส่วนต้องกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน
ท่ามกลางสภาวะสงครามกลางเมือง ฝ่ายกองทัพพม่าภายใต้การนำพาของนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ได้จัดการเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่ฝ่ายกองทัพสามารถควบคุมได้ และก็มีการจำกัดหรือการกันออกไปของผู้คนบางกลุ่ม บางพรรคการเมืองก็ถูกกีดกันมิให้เข้าร่วมในการเลือกตั้งดังกล่าวที่มีขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2025- มกราคม2026 จึงจัดได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มีการเลือกปฏิบัติ เพราะพรรคการเมืองของฝ่ายกองทัพนั้นคงความได้เปรียบเสมือนเป็นการเลือกตั้งที่มีพรรคการเมืองเดียวเข้าแข่งขันในสนามเลือกตั้งได้ ซึ่งในการนี้ชาวโลกโดยทั่วไปก็เห็นว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเรื่องจอมปลอม เสแสร้ง ไม่จริงจังไม่มีความชอบธรรม (Sham and Illegitimate)
จากผลการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์แบบดังกล่าว นายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ได้เปลี่ยนสถานะตัวเองจากแม่ทัพเผด็จการ มาเป็นประธานาธิบดี และรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งดังกล่าวก็ได้ลงมติที่จะไม่ยอมรับฉันทามติ 5 ประการของอาเซียน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการไม่ร่วมมือใดๆ ของฝ่ายผู้มีอำนาจของพม่ามาโดยตลอด
ความไม่คืบหน้าของฉันทามติ 5 ประการมิได้เกิดจากการปฏิเสธอย่างไม่สะทกสะท้านของฝ่ายกองทัพพม่าเท่านั้น หากแต่มาจากความอ่อนแอของฝ่ายประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ที่ไม่สามารถจะร่วมกันผลักดัน โน้มน้าวและต่อรองกับฝ่ายกองทัพพม่าได้ เหตุเพราะฝ่ายประเทศสมาชิกอาเซียนขาดแกนนำที่แข็งแกร่ง ทำให้ขาดความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง (Political Will) อีกทั้งก็มีการแตกแยกภายในหมู่ประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน โดยเฉพาะประเทศไทยที่มักจะมีท่าทีแบบ“ตีโดด” แยกตัวเองจากเพื่อนประเทศสมาชิกอาเซียน และไม่ร่วมในการขับเคลื่อนและผลักดันฉันทามติ 5 ประการ โดยมักจะใช้ข้ออ้างที่ว่า เพราะประเทศไทยมีเขตแดนร่วมกับพม่ากว่า 2,400 กิโลเมตร ฉะนั้นก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของไทยไว้ ซึ่งข้ออ้างนี้ดูไม่สมเหตุสมผล เพราะก่อนหน้าไทยเองก็ได้เข้าไปร่วมสังฆกรรมกับฉันทามติ 5 ประการแต่แรกเริ่ม แล้วจู่ๆ จะมาอ้างเรื่องความยาวของเขตแดนร่วมกับพม่า เพื่อจะได้มีนโยบาย ท่าที และบทบาท นอกเหนือไปจากการอยู่ในกรอบของฉันทามติ 5 ประการ มันก็ดูย้อนแย้ง
เมื่อไทยเป็นเช่นนี้ ความขลังของอาเซียนในการเป็นหนึ่งเดียวกันก็อ่อนแอลง ทำให้ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ใจ โดยไม่ต้องออกแรง และที่น่าเศร้าสลดก็คือการที่ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนมุ่งที่จะรักษาหน้าให้ความเกรงอกเกรงใจกัน มากกว่าที่จะเอาผลประโยชน์ของอาเซียนร่วมเป็นที่ตั้ง และพูดจาแบบเปิดอกกับฝ่ายไทยเพื่อให้กลับมาอยู่ในแถวเดียวกัน
ทั้งนี้ แม้ว่าฝ่ายไทยจะคบหาสมาคมกับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย โดยตรงแบบทวิภาคี ก็ไม่มีความแน่ชัดว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไร หรือไทยจะเรียกร้อง บีบคั้น ให้ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ทำโน่นทำนี่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย จึงเป็นเรื่องที่ดูคลุมเครือ เพราะไทยดูจะไม่มีอำนาจต่อรองกับฝ่ายแม่ทัพนายกองพม่า
แล้วไฉนไทยถึงจะทำตัว “ตีโดด” จากอาเซียนอีกต่อไปเล่า?
อีกมุมมองหนึ่งก็คือทางด้านพม่ามี 3 ผู้เล่นหลักได้แก่ ฝ่ายกองทัพพม่า ฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทหาร และฝ่ายบรรดาชนกลุ่มน้อย ที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้การครอบงำของชาติพันธุ์พม่าชนกลุ่มใหญ่ และในการนี้ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนโดยรวม หรือประเทศสมาชิกหนึ่งใดก็จะต้องมีความสัมพันธ์และเจรจาต่อรองกับทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว จะพูดจาแค่กับนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ดังที่ฝ่ายไทยกำลังกระทำอยู่และให้ความสำคัญก็ดูจะไม่สมเหตุสมผล และไม่ตระหนักในสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะในฉันทามติ 5 ประการกล่าวถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดที่จะต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาของพม่า
บัดนี้ ฝ่ายนายพลอาวุโส มิน อ่อง หล่ายได้ปฏิเสธฉันทามติ 5 ประการอย่างสิ้นเชิง ขณะที่ฝ่ายอาเซียนก็ไม่ประสบความสำเร็จในการขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ประการ ซึ่งถือเป็นการเสียหน้า เสียรังวัด เสียเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก
ก็ขึ้นอยู่กับว่าอาเซียนจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อาเซียนจะกล้าระงับการเป็นสมาชิกอาเซียนของพม่าชั่วคราวหรือไม่ (Suspension) หรืออาเซียนจะไปเทน้ำหนักให้กับฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการทหาร หรืออาเซียนจะเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายของพม่ามาประชุมหารือกันเพื่อหาทางออกให้แก่ประเทศชาติ หรืออาเซียนจะประสานท่าทีกับจีนและอินเดียเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาพม่า
โดยที่ประเทศไทยมีส่วนได้เสียมากที่สุดในหมู่อาเซียนด้วยกัน น่าจะอยู่ในฐานะที่จะทำตัวเป็นผู้นำพาและขับเคลื่อน เพื่อผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของอาเซียนโดยรวมในประเด็นปัญหาพม่าเสียที
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว
นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น ลมใต้ปีก ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเติบโตยั่งยืน
บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน 'มิน ออง ไลง์' เยือนไทย
โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด
เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี