วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ทุกประเทศโดยทั่วไปก็สามารถที่จะแบ่งประชาชนพลเมืองออกได้เป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือ ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศที่พูดภาษาเดียวกัน นับถือศาสนาเดียวกันมีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเดียวกัน
ส่วนกลุ่มที่ 2 ก็มักจะเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีภาษา มีการนับถือศาสนาและวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไปจากชนกลุ่มแรก ซึ่งก็มักจะเป็นเรื่องธรรมดา เพราะความแตกต่างหลากหลายมักจะเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องจริงในทุกสังคมโลก
แต่ทั้งสองกลุ่มต่างเป็นพลเมืองของประเทศหนึ่งใดนั้นด้วยกันทั้งสิ้นบ่งบอกซึ่งความทัดเทียมและการได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค ภายใต้กฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงก็มักจะมีเหตุการณ์ที่ตรงกันข้าม เพราะมักจะมีเรื่องของการกีดกัน การเลือกปฏิบัติ และการข่มเหงโดยฝ่ายชนกลุ่มใหญ่ต่อฝ่ายชนกลุ่มน้อย
สำหรับประเทศไทยเรานั้นจัดได้ว่ามีความเป็นพิเศษ มีความโดดเด่น ที่แตกต่างออกไป เพราะโดยตลอดมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ประเทศไทยเป็นแหล่งพักพิงให้กับผู้ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น และบรรดาลูกหลานเหลนก็ได้มาเป็นพลเมืองไทย และมีความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติและไม่มีการกีดกันแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้ว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำ ผู้เป็นนักธุรกิจ และผู้นำทางสังคมต่างๆ มากมาย อดีตผู้อพยพลี้ภัยเหล่านี้ก็สามารถใช้ชีวิตกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ ไม่ต้องเผชิญกับเขตกักกันหรือถูกต้อนให้อยู่ในพื้นที่เฉพาะแต่อย่างใดอีกทั้งก็เป็นเรื่องที่สายตาค่อนข้างคุ้นเคย นั่นคือสภาพของการตั้งอยู่ให้ห่างไกลกัน ไม่ว่าจะเป็นวัด โบสถ์ หรือสุเหร่า บ่งบอกซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ด้วยการยอมรับ เคารพนับถือซึ่งกันและกัน ซึ่งน่าจะสามารถนำไปเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ได้ทั่วโลกได้
ในวันนี้ โลกได้เห็นการตีกรอบของผู้ปกครองจีนต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ การจำกัดจำเขี่ยชาวทิเบต ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีความรู้สึกและกีดกันชาวญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลีและจีน และมีความรู้สึกหวาดกลัวต่อการหลั่งไหลเข้ามาของแรงงานต่างชาติว่า จะมีผลกระทบต่อความเป็นชาติพันธุ์และวิถีชีวิตของญี่ปุ่น
ขณะที่โลกตะวันตกซึ่งเป็นปรมาจารย์ทางด้านประชาธิปไตย สังคมที่เสมอภาคทัดเทียม สังคมที่ยึดมั่นและเชื่อถือในเรื่องสิทธิมนุษยชน ก็เริ่มมีกระแสของการรังเกียจเดียดฉันท์ ต่อต้าน
และกีดกันชาวผิวสีต่างๆ ที่ต้องหนีร้อนมาพึ่งเย็น เกิดกระแสกระบวนการของการเสริมสร้างและรักษาความยิ่งใหญ่และความเหนือชั้นของชนกลุ่มใหญ่
แต่ทั้งหมดนี้ก็มิใช่เรื่องเชิงลบๆ ที่มาจากฝ่ายชนกลุ่มใหญ่ในประเทศเท่านั้น หากแต่ชนกลุ่มน้อยก็ได้ทำตัวเป็นปัญหาเสียเอง เช่น การมั่วสุมอยู่กันเอง ไม่เข้าร่วม ไม่ยอมปรับตัวให้กลมกลืนเหมือนกับประชาชนพลเมืองส่วนใหญ่โดยทั่วไป คือมีความประสงค์ที่จะรักษาอัตลักษณ์ และขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมบางอย่างซึ่งขัดต่อยุคสมัยเอาไว้ เช่น การแต่งงานแบบคลุมถุงชน การบังคับสมรสเด็ก การมิให้ไปข้องแวะกับผู้ต่างผิวสีและผู้ต่างศาสนา มีผลให้ประเทศนั้นๆ แบ่งแยกออกเป็น2 สังคมคู่ขนาน คือสังคมของคนส่วนใหญ่ และสังคมของคนส่วนน้อยที่เป็นผู้อพยพลี้ภัย ซึ่งก่อให้เกิดความตึงเครียดต่างๆ ขึ้นโดยปริยาย และมักจะนำไปสู่แนวคิดสุดโต่งทางการเมือง หรืออุดมการณ์ขวาจัด คือไม่เอาด้วยกับคนต่างเผ่า ต่างชนชาติ ต่างภาษา ต่างขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างศาสนา
ก็ต้องขอย้ำว่า ประเทศไทยเรานั้นเปิดกว้างทั้งพื้นที่ และจิตใจ ซึ่งแม้ว่าช่วงหนึ่งช่วงสั้นๆ เราจะเคยมีผู้นำทางการเมืองที่มีความคิดอ่านแบบฟาสซิสต์ หรือชาติพันธุ์นิยม ที่ยกเลิกมิให้มีโรงเรียนภาษาจีน บังคับให้พลเมืองไทยเชื้อสายจีน เปลี่ยนนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “แซ่” ให้เป็นภาษาไทยทั้งหมด ไปจนถึงการส่งมอบพระพุทธรูปไปประจำโรงเรียนต่างๆ ไม่ว่าโรงเรียนนั้นๆ จะเป็นโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่พุทธ เป็นต้น แต่ในที่สุดแล้ว ประเทศไทยก็สามารถฟันฝ่าลัทธิฟาสซิสต์นี้ออกมาได้
ล่าสุดรัฐบาลไทยได้ออกบัตรประจำตัวให้กับผู้อพยพลี้ภัยพม่าประมาณ 275,000 คนและได้อนุญาตให้ผู้อพยพลี้ภัยจำนวน 90,000 คน ใน 9 ค่ายกักกัน สามารถออกไปทำงานเลี้ยงชีพได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเทศไทยก็ยังสามารถจะก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง จากปัญหาที่อัตราการเกิดของประชากรต่ำมาก ประชากรสูงอายุมากขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยขาดแคลนแรงงาน และผู้ร่วมเสียภาษีในระยะยาว
ฉะนั้นประเทศไทยก็สามารถเพิ่มพลเมืองได้ด้วยการให้ความเป็นพลเมือง คือออกบัตรประชาชนให้กับผู้อพยพลี้ภัยต่างๆ โดยเริ่มต้นที่ผู้อพยพลี้ภัยในค่ายกักกัน 9 ค่ายได้ และแรงงานต่างด้าวจำนวนประมาณ 5-6 ล้านคนได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะประเทศไทยเป็นสังคมประเทศแห่งมนุษยธรรมนานนับร้อยปีแล้ว
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

เบรกบรรจุรอบใหม่ รมช.มหาดไทย ย้ำรอบ 1 ก.ค.69 รอบล่าสุด
‘นายกฯ’ ชี้ขนกัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ออกนอกประเทศไม่ได้ ถก ป.ป.ส. 3 ชม. เคลียร์ปมกฎหมายกัญชา
นายกฯ เผยพบหลักฐานโกงสอบท้องถิ่นเพิ่ม ชี้คนไหนบรรจุแล้วรอผลสอบ-คนไหนมีปัญหายกเลิกยังไม่บรรจุ
ยิ่งโตยิ่งสวย น้องทาเรีย ลูกสาว น้ำฝน กุลณัฐ ฉายแววออร่านางเอก
ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน จักรภพ เพ็ญแข ขึ้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย แทน ประเสริฐ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี