ปัญหาคนยิวอิสราเอลที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย นับวันยิ่งมีประเด็นให้ต้องพูดถึง เพราะหมิ่นเหม่ต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ
ย้อนกลับไปดู เรื่องปัญหายิวอิสราเอลนี้ เริ่มเป็นข่าวที่ทำให้คนไทยยกมาพูดถึงกันและกลายเป็นกระแสในวงกว้าง ก็ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2568 จากประเด็นข่าวที่ว่า มีชาวยิวอิสราเอลกว่า 3 หมื่นคนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็น“ดินแดนพันธสัญญา”ตามความเชื่อของชาวยิว ภายใต้การหนุนหลังของสมาคมชาวยิว“Chabad”ที่แผ่อิทธิพลไปทั่วโลก
ข่าวการลงหลักปักฐานที่อำเภอปาย ของชาวยิวอิสราเอล ถูกขยายภาพให้เห็นจากการตั้ง“Chabad of Pai” หรือ“โบสถ์ยิว”กลางเมืองอำเภอปาย ซึ่งอยู่ด้านหลังของสถานีตำรวจภูธรอำเภอปาย เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา“ยูดายออร์โธดอกซ์”ของชาวยิวทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์และใช้เป็นศูนย์กลางการพบปะสื่อสารของชุมชนชาวยิว นอกจากนั้น“เว็บไซต์ Chabad”ยิวในไทย ก็ยังได้มีการประกาศเชิญชวนชาวยิวให้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่อำเภอปาย โดยชี้ชวนว่าอำเภอปายสงบสุขและสวยงามกว่าอิสราเอล
ไม่เพียงแต่เท่านั้น สื่อจากส่วนกลางยังมีการเสนอข่าวโดยอ้างอิงข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่า นอกจากจะมีการตั้ง“โบสถ์ยิว” หรือ“Chabad House”แล้ว ชาวยิวอิสราเอลก็ยังเปิดธุรกิจหลายอย่างเพื่อรองรับชุมชนชาวยิวอิสราเอล เช่น ร้านอาหาร และรีสอร์ต เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากอำเภอปายตกเป็นข่าวครึกโครมเกี่ยวกับยิวอิสราเอลมาลงหลักปักฐานเป็น“ดินแดนพันธสัญญา” นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาล“แพทองธารชินวัตร” ก็ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอปายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมด้วยนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยคนก่อน และได้ให้สัมภาษณ์ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง จากการตรวจสอบ“โบสถ์ยิว” พบว่าดำเนินกิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแทรกซึมหรือทำลายความมั่นคง หรือเข้ามาสร้างชุมชนเป็นแหล่งพักพิงแต่อย่างใด
จากนั้นข่าวเรื่องยิวอิสราเอลมาลงหลักปักฐานที่อำเภอปายเป็น“ดินแดนพันธสัญญา”ก็ซาลงไป และกลับมาเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้งที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งประเด็นชาวยิวอิสราเอลเปิด“Chabad House” และแห่กันเข้ามาลงทุนประกอบกิจการหลากหลายธุรกิจโดยให้คนไทยเป็น“นอมินี”
มีการร้องเรียน ทั้งการใช้ให้คนไทยเป็น“นอมินี”ถือครองที่ดิน ทำการก่อสร้างผิดกฎหมาย ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งโรงเรียน ตลอดจนการตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเถื่อน ซึ่งกระทบต่อการประกอบอาชีพของคนไทยในท้องถิ่น และที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือ ชาวยิวอิสราเอลหรือขบวนการ“ไซออนิสต์”จะเข้ายึดครองเกาะพะงันเป็น“ดินแดนพันธสัญญา”
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่าชาวยิวอิสราเอลมีการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลดำเนินธุรกิจ เช่นกว้านซื้อที่ดินทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการด้านท่องเที่ยว ทั้งปลูกบ้าน สร้างโรงแรม สร้างรีสอร์ต สร้างวิลล่า สร้างบ้านให้เช่า สร้างชุมชน เปิดโรงเรียน เปิดร้านอาหาร เปิดร้านให้เช่ารถ และจัดปาร์ตี้ ฯลฯ
ทั้งนี้ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าจากบริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนในอำเภอเกาพะงัน 3,213 ราย นั้น สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 10 อันดับแรก คือ อิสราเอล 720 ราย,ฝรั่งเศส 426 ราย, อังกฤษ 359 ราย, รัสเซีย 306 ราย, เยอรมนี 194 ราย, สหรัฐอเมริกา 144 ราย, อิตาลี 89 ราย, ยูเครน 69 ราย, ออสเตรเลีย 58 ราย และเบลเยียม 56 ราย
โดยภาพรวมทั้งหมดเกี่ยวกับชาวยิวอิสราเอลที่ว่ามานี้ หากไม่“ตัดไฟแต่ต้นลม” ก็อาจจะบานปลายกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศในระยะยาวได้ ดังจะเห็นได้จากนายพลพีร์ สุวรรณฉวีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เพิ่งจะเจอด้วยตนเองจากการลงพื้นที่ตรวจ“Chabad House”ที่ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวถูกถามว่า“รู้ไหมที่นี่พื้นที่อิสราเอล” ซึ่งทำให้นายพลพีร์ต้องสวนกลับอย่างทันควันว่า“ที่นี่ประเทศไทยรู้รึเปล่า”
นอกจากนั้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ก็ยังยอมรับด้วยว่า มีชาวยิวอิสราเอลบางคนที่เกี่ยวข้องกับ“โบสถ์ยิว”และเครือข่ายธุรกิจได้รับสัญชาติไทยมานานนับ 10 ปี จึงประสานให้กรมการปกครอง เร่งตรวจสอบย้อนหลังถึงที่มาของเอกสารและขั้นตอนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของชาวยิวอิสราเอล รวมทั้งยังพบว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ“โครงข่าย”นี้หลายร้อยบริษัท ซึ่งมีรายได้จากการประกอบธุรกิจหลากหลายกิจการเมื่อปีที่ผ่านมาสูงกว่า 5 พันล้านบาท
และจากการให้สัมภาษณ์ของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังเปิดเผยด้วยว่า“ได้สั่งการให้กรมการปกครองประสานไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อสอบเส้นเงินต่างๆ ว่ามาจากที่ไหน และเป็นเงินทุนของต่างชาติหรือไม่ หากใช่ก็ถือว่าเป็นนอมินีชัดเจน และเราไม่ได้กังวลว่าต่างชาติบางคนจะโอนสัญชาติเป็นสัญชาติไทยแล้ว หากประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย หรือการจดทะเบียนที่ผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย”
บรรทัดนี้ก็ต้องขอเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หยุด“ร้องรำทำเพลง” ลงมาดูมาแก้ปัญหานี้ให้จริงจังเป็น“วาระแห่งชาติ” ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย-ก่อนที่จะสายเกินการณ์ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี