“นายกฯหนู-อนุทิน” พูดเรื่องปืน พูดสั้นไปหน่อย “งานเข้า” เลย เรียกว่ายิ่งกว่าถูกสหบาทา เพราะเสียงก่นด่าและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากทุกทิศทุกทางราวกับห่ากระสุน
ทวนความกันนิด, นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับมาตรการควบคุมอาวุธปืน ซึ่งจะต้องมีการเร่งออกกฎหมายฉบับใหม่ออกมา เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ในระยะหลังมีการนำอาวุธปืนไปใช้ก่อเหตุรุนแรงถี่ขึ้น โดยช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์นั้น ผู้สื่อข่าวถามนายอนุทินว่า “ต่อไปนี้ปืนสามารถใช้ป้องกันตัวอยู่ในบ้านเท่านั้นใช่หรือไม่”
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตอบว่า “ป้องกันตัวในบ้านจริงๆ ก็ไม่ได้ คุณลองยิงโจรในบ้านสิคุณก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้นความจริงแล้วที่ผ่านมาเป็นยังไงไม่รู้ แต่คิดว่ามันไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกําลังเหนือคนอื่นเขา ถ้าเกิดมีเหตุที่ต้องกดดัน หรือมีเหตุบันดาลโทสะขึ้นมาก็ทําสิ่งที่ไม่คาดคิด และสุดท้ายใครเดือดร้อน ตัวเองก็เดือดร้อนอีก แล้วก็ไปทําให้คนอื่นเดือดร้อนด้วย”
จากคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ว่า “คุณลองยิงโจรในบ้านสิ คุณก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น” แค่นี้จริงๆ ที่พอสิ้นเสียงของนายอนุทิน ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น สื่อเสี้ยม และไทยมุงที่ชอบแห่ตามกระแส ซึ่งพยายามสอดส่ายหาประเด็นจะ “ซัด” นายอนุทินเป็นรายวันรายวินาทีอยู่แล้ว ก็ได้ประเด็นนี้เป็นประเด็นใหม่ขึ้นมาทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมวานนี้ โดยผู้สื่อข่าวถามว่า “กรณีที่นายกฯระบุว่าห้ามยิงโจรในบ้าน ตอนนี้กลายเป็นกระแสดราม่าจนเกิดความเข้าใจผิด” ซึ่งนายอนุทินได้ตอบว่า “ไม่มีการเข้าใจผิดหรอก หลักสําคัญคือผมพยายามที่จะทําให้ทุกคนเห็นว่า อาวุธปืนไม่มีประโยชน์กับใคร ถ้าถูกใช้เมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัย หรือควรแก่เหตุอะไรก็แล้วแต่ จะต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง ไม่ได้พิสูจน์โดยตํารวจ เพราะหากมีเหตุเช่นนี้ขึ้น มีการยิง ไม่ว่าจะเป็นการยิงคนที่มาประสงค์ร้ายอะไรก็แล้วแต่ ถึงอย่างไรก็ต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาก่อน แล้วก็ไปหลุดในศาล”
พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังกล่าวด้วยว่า “ผมอาจจะสื่อสารสั้นไปนิดหน่ึง แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือ ไม่อยากให้พวกเราอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทําสิ่งที่ดีให้กับคนที่ถูกอาวุธปืนและคนที่ใช้อาวุธปืน คนที่ถูกอาวุธปืนอาจจะบาดเจ็บและเสียชีวิต คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล แล้วกว่าจะมีคําพิพากษาว่า สิ่งที่คุณทําเป็นการป้องกันตัวเองมันควรแก่เหตุแล้ว คุณต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ไปประกันตัว ทําอะไรต่างๆ มากมาย ผมต้องการจะพูดแค่เตือนสติกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมันมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหน กฎหมายไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง อย่าอยู่ใกล้ปืนดีที่สุด”
แค่นั้นจริงๆ และถ้ามองในแง่บวก คำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งนายอนุทินเองก็ยอมรับว่าสื่อสารสั้นไปนิดหนึ่งนั้น ได้ทำให้คนในสังคมหันมาใส่ใจกับ “กระสุน” นัดนี้ของนายอนุทิน ประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น สื่อเสี้ยม และไทยมุงที่ชอบแห่ตามกระแส ก็พอจะเข้าใจได้ และตระหนักรู้ว่า ถ้าหากประเทศนี้ไม่มีปืนสักกระบอกเดียว เหตุรุนแรงทั้งหลาย เช่น ล่าสุดที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ปืนหายไปจากประเทศนี้จนหมดสิ้น ต่อให้มีกฎหมายเข้มงวดก็ตาม
บรรทัดนี้ ก็ต้องยกความเห็นของ “วิมล ไทรนิ่มนวล” นักเขียนรางวัลซีไรต์ และคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์แนวหน้าและแนวหน้าออนไลน์ ที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ซึ่งเขียนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมวานนี้มาแลกเปลี่ยนกัน-ดังนี้ :-
“เห็นใจคุณอนุทินครับ พูดเรื่องยิงโจรในบ้านไม่เคลียร์เท่านั้น ปลาปิรันย่าก็กระโดดขึ้นมารุมบนบกเรย! ราวกับคุณอนุทินได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ! ทั้งหมดก็แค่ความริษยาอาฆาตของนักการเมืองที่หลงตนสื่อบางสำนักที่จ้องฟาดฟัน นักวิชาการอิสระที่ถูกจองจำด้วยอคติว่าตนเท่านั้นถูกต้องชั่วกัลปาวสาน ผมนึกถึง พล.อ.เปรม เมื่อท่านต้องอยู่ท่ามกลางนักข่าว ท่านก็ยิ้มอย่างเมตตา ตอบคำถามสั้นๆ แล้วก็บอกว่า “กลับบ้านเถอะลูก” คุณอนุทินลองใช้วิธีนี้สักพักก็น่าสนุกครับ!”
ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้านายกฯอนุทินพูดให้น้อยลง ประเด็นข่าวที่จะถูกนำไปเสี้ยมให้เกิดความเข้าใจผิดก็น้อยลงไปด้วย แบบว่า-
“No news is good news” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี