“โศกนาฏกรรม” เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เสียงปืนแต่ละนัดกับหัวลูกกระสุนที่พุ่งออกจากลำกล้องปืนในมือของ“มือปืนวัย 14 ปี” ชนิดที่กระสุนทุกนัดไม่พลาดเป้า โดยเจาะเข้าที่บริเวณศีรษะและหน้าอกของผู้เคราะห์ร้ายทุกคน นับเป็นบาดแผลใหญ่ของสังคมไทยที่ยากจะลืมเลือนได้
หลังเสียงปืนสงบพบมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 6 ศพ ประกอบด้วย นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง, นางสาวสายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเป็นเลขานุการหน้าห้องผู้บริหาร, นางสาวทิวาพรวานิช หรือ “ครูหมวย” ครูประจำวิชาแนะแนว, นางสาวประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์, ว่าที่ร้อยตรีหญิง นันท์ชณัฐพร นาคพลั้ง หรือ“ครูขนุน” ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และเด็กชายพัชฎ ยิ้มเรืองผู้ก่อเหตุที่ใช้ปืนยิงศีรษะตนเอง
ต่อมาหลังเกิดเหตุ ก็ยังพบอีก 2 ศพ คือนายสมจิตต์ยิ้มเรือง อายุ 73 ปี และนางพรทิพย์ ยิ้มเรือง อายุ 68 ปี ปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ ที่โดนหลานชายยิงเสียชีวิตในบ้านพักก่อนหลานชายจะซุกซ่อนอาวุธปืนกระบอกเดียวกันนี้ไปก่อเหตุที่โรงเรียนในเวลาต่อมา
และสุดท้ายเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาก็มีข่าวเศร้าตามมาอีกว่า เด็กหญิงนภัทร ชัยมา หรือ “น้องนภัทร”วัย 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งถูกยิงที่ศีรษะ ได้จากไปเป็นศพที่ 9 ขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
สรุปก็คือ โศกนาฏกรรมที่เป็นบาดแผลใหญ่ของสังคมไทยในครั้งนี้ เด็กชายพัชฎ ยิ้มเรือง ได้ใช้ปืน“CZ 75”ที่ผลิตในประเทศสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติบรรจุกระสุนได้ครั้งละ 15 นัดของนายสมจิตต์ ยิ้มเรือง เป็นปู่ผู้ก่อเหตุ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บ 27 คน
สำหรับมูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุอันนำมาซึ่งความเศร้าสะเทือนใจในครั้งนี้ ว่ากันว่า เป็นเพราะผู้ก่อเหตุถูกอาจารย์ให้ติด 0 ในวิชาภาษาไทย และถูกเพื่อนด้อยค่าบูลลี่รวมทั้งถูกข่มเหงรังแกบ่อยครั้งนั้น ก็หาใช่ว่ามูลเหตุจูงใจนี้จะอนุญาตหรือมีสิทธิ์ให้ผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนไปสังหารชีวิตใครก็ได้
ประการที่สำคัญที่สุด จากการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากจะพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการเล่นเกมที่มีลักษณะใช้ความรุนแรงแล้วยังพบหลักฐานด้วยว่า มีการค้นหาและศึกษาเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย
อย่างไรก็ดี มีบทความของ“พีระชาติ อินตา”นักวิจารณ์“เหตุบ้านการเมือง”อิสระที่มีผู้ติดตามอ่านเป็นจำนวนมาก เขียนโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเปรียบเทียบชีวิตระหว่าง“อาชญากร” วัย 14 ปี กับ“ฮลุน โซโล่” วัย 27 ปี ที่เพิ่งไปเสียชีวิตในประเทศจอร์เจีย ไว้ชวนให้น่าขบคิด-ขอยกบางส่วนของบทความชิ้นนี้มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันดังนี้ :-
“เด็กกำพร้าสองคน…คนหนึ่งกอดย่า อีกคนทิ้งไว้ 9 ศพ...ถ้าเราจะบอกว่า การไม่มีพ่อแม่ ความขาดแคลน ความเจ็บปวด หรือการถูกบูลลี่ คือเหตุผลที่ทำให้เด็กคนหนึ่งเลือกใช้ความรุนแรง...ผมอยากให้ลองมองชีวิตของเด็กกำพร้าอีกคนหนึ่งก่อน “ฮลุน โซโล่” หรือ บวรทัต เป็งสุข เขาสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ไม่ได้เติบโตมาพร้อมครอบครัวที่พร้อมหน้า ไม่ได้มีพ่อคอยสอน ไม่ได้มีแม่คอยกอด คนที่เขามี...คือ “ย่าสม” ย่าคือคนที่เลี้ยงเขามาย่าคือบ้าน ย่าคือครอบครัว ย่าคือคนที่เขารักที่สุดคนหนึ่งในชีวิต”
“และกว่าฮลุนจะเติบโตมาได้...เขาผ่านความลำบากมามากมาย ต้องทำงาน ต้องดิ้นรน ต้องหาโอกาสให้ตัวเองต้องต่อสู้กับข้อจำกัดของชีวิต ต้องพยายามมากกว่าเด็กอีกหลายคน แต่สิ่งที่เขาเลือกทำกับชีวิตคืออะไร? เขาเลือกเรียน เลือกทำงาน เลือกพัฒนาตัวเอง เลือกสร้างอนาคต เลือกเป็นคนดี จนวันหนึ่ง...เด็กกำพร้าที่ต้นทุนชีวิตต่ำมากคนนี้ ได้ทุนจุฬาฯ–ชนบท ได้เข้าเรียนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลายเป็นบัณฑิต กลายเป็นนักเดินทาง กลายเป็นครีเอเตอร์ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมาก”
“แล้วลองหันกลับมามองเด็กกำพร้าอีกคนหนึ่งเด็กที่มีปัญหาในชีวิต มีเรื่องราวที่เราต้องค้นหาความจริง ถ้าเขาเคยถูกบูลลี่ เคยมีปัญหาครอบครัว เคยมีปัญหากับครูเคยมีปัญหาการเรียน หรือเคยมีบาดแผลทางใจ...เราต้องค้นหา ต้องช่วย ต้องป้องกัน ต้องไม่ปล่อยให้เด็กคนหนึ่งเดินไปถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้อีก แต่ขออย่าเอาความเจ็บปวดมาเป็นใบอนุญาตให้ฆ่าคน เพราะปลายทางของความรุนแรงครั้งนี้คือ 9 ศพ”
“9 ชีวิตไม่ได้เป็นต้นเหตุของบาดแผลของใคร และไม่มีผู้บริสุทธิ์คนไหนควรต้องตาย เพื่อให้สังคมเข้าใจความเจ็บปวดของคนหนึ่งคน”
ไม่ว่าจะอะไรก็ตามแต่ เมื่อตามไปดูสถิติจากการกระทำความผิดในคดีอาญาของเด็กและเยาวชนอายุ 12-17 ปีของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ย้อนหลัง 5 ปี ระหว่างปี 2565-2569 ที่รวบรวมไว้ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าจากทั้งหมด 53,437 คดีนั้น เด็กอายุ 17 ปี กระทำความผิดสูงเป็นอันดับหนึ่ง มีจำนวนทั้งสิ้น18,041 คดี ส่วนอันดับที่สอง อยู่ในช่วงอายุของเด็ก16 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 14,816 คดี และอันดับสาม อยู่ในช่วงอายุของเด็ก 15 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 10,448 คดี
ที่ต้องหมายเหตุตัวโตๆ ไว้เป็นอุทาหรณ์ ในที่นี้ ก็คือ อาวุธปืนที่ใช้สำหรับก่อเหตุนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งบทเรียนซ้ำซากในบ้านเรา เมื่อหลังเกิดเหตุกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็มักจะได้ยินคำประกาศจากรัฐบาลโดยเฉพาะจากกระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่กำกับดูแล ว่าจะ“ยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน” ทั้งการครอบครองและการพกพาอย่างเข้มงวดกวดขัน
โดยที่ทุกวันนี้ อัตราการครอบครองปืนในประเทศไทยถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และสูงที่สุดในประเทศอาเซียนด้วยกัน ซึ่งอาวุธปืนหมุนเวียนที่อยู่ในมือของประชาชนคนไทยมีมากกว่า 10.3 ล้านกระบอก นอกจากนั้นอัตราการก่อเหตุด้วยอาวุธปืนก็ยังสูงเป็นอันดับสองในประเทศอาเซียนรองจากประเทศฟิลิปปินส์
สุดท้ายแล้ว มูลเหตุทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นก็เพราะโลกใบนี้กำลังวิปริตเพราะความเจริญทางวัตถุจึงทำให้จิตใจของมนุษย์นับวันยิ่งเสื่อมทรามลง-ขาดสติในการยับยั้งชั่งใจ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี