วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
การเมืองเรื่องอำนาจบ้านเรานั้น เริ่มจากมโนแบบคิดเองเออเอง ชนิดที่ใช้อัตวิสัยเป็นตัวตั้งล้วนๆ จากฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และพวกเสี้ยม หรือตามสำนวนที่ว่า “พวกบ่างช่างยุ”
ประเภทหลังที่เป็น “พวกบ่างช่างยุ” นี้ เป็นพวกอยู่ไม่เป็นสุข ชอบยุแยงเสี้ยมปั่นให้เกิดปัญหา หรือทำให้คนอื่นผิดใจและแตกแยกกันซึ่งประเภทนี้สื่อเลือกข้างทั้งหลายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลถนัดนัก
“รัฐบาลอนุทิน 2” ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าเริ่มนับจากวันแถลงนโนบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ก็เท่ากับว่า ถึงวันนี้วันที่ 5 สิงหาคม ทำงานมาได้ยังไม่ถึง 4 เดือน แต่ไปไกลถึงขั้นมโนกันว่าจะมีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลกันแล้ว
เรื่องไม่เป็นเรื่องก็จะให้เป็นเรื่อง แล้วก็เรื่องเดิมๆ ทั้งสิ้น เช่นเรื่อง “ฮั้ว สว.” หรือ “ที่ดินเขากระโดง” หรือแม้แต่คดีทุจริตการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็พยายามจะโยนความผิดให้แก่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูลทั้งที่ถ้าจะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็หาใช่ว่ารัฐบาลของนายอนุทินจะนิ่งเฉย ก็มีการดำเนินการทั้งคดีอาญาและทางวินัยกับข้าราชการ “ระดับบิ๊ก” ที่เกี่ยวข้อง
มิหนำซ้ำยัง “เสี้ยม” กันไปไกลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลผสมชุดนี้ ที่มีทั้งหมด 16 พรรคการเมือง มีเสียง สส.สนับสนุนอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร 292 เสียง ว่า “พรรคภูมิใจไทย-สีน้ำเงิน” กับ “พรรคเพื่อไทย-สีแดง” จะแยกทางกันโดยปั่นข่าวกันว่า พรรคเพื่อไทยหันไปจับมือกับ “พรรคกล้าธรรม-สีเขียว” จากการปรากฏตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ประเทศโมนาโก เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อันเป็นช่วงเดียวกับที่ “ทักษิณ ชินวัตร” โฉบเฉี่ยวอยู่ที่ประเทศเยอรมนี และประเทศในยุโรป
ภาพที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ปรากฏตัวอยู่ที่เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี นั้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรม “ingshin21” เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นภาพยืนคู่กับ “ทักษิณ” ซึ่งถ่ายที่อาสนวิหารโคโลญ โดยเขียนคำบรรยายว่า “พามาหาหมอเสร็จแล้ว เดินเล่นซะหน่อย” คือพาบิดามาหาหมอที่ประเทศเยอรมนี หลังจากต้องไปติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมยาวนานกว่า 8 เดือน จนได้รับการพักโทษ และได้รับพระราชอภัยโทษเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569
ส่วนความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจ หลังจากมีกระแสข่าว “ดีลลับ” กับ “ทักษิณ ชินวัตร” เพื่อเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี และเปลี่ยนขั้วรัฐบาลเป็น “สีแดง-สีเขียว” ตาม “ปฏิญญาโมนาโก” โดย ร.อ.ธรรมนัสได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อ วันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า “ผมเดินทางไปพักผ่อนที่ฝรั่งเศสและโมนาโกจริงครับ ไปพักผ่อนกับครอบครัว ไม่มีเรื่องการเมืองครับ”
นอกจากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังเขียนข้อความในโพสต์ว่า “ผมไม่ชอบเป็นอีแอบครับ และไม่มีความจำเป็นต้องแอบข้ามน้ำข้ามมหาสมุทรไปเจอท่านทักษิณถึงโมนาโก..ผมคงไม่ต้องไปสาบานที่ไหน แค่เช็คการเดินทางของท่านทักษิณ ก็รู้ว่าท่านไม่ได้เดินทางไปโมนาโกครับ ไม่มีปฏิญญา Monaco”
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะนั่งยันนอนยันเกี่ยวกับข่าวเปลี่ยนขั้วรัฐบาลว่าไม่จริง แต่เรื่องก็ยังไม่แผ่ว ทั้งที่ถ้าหากนำตัวเลขมาบวกลบคูณหาร พรรคเพื่อไทยมี 74 เสียง และพรรคกล้าธรรม มี 58 เสียง รวมกันแล้วสองพรรคมีเสียงทั้งหมด 132 เสียง ยังไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ไม่มีทางที่จะจัดตั้งรัฐบาล “ขั้วใหม่” ได้สำเร็จ และต่อให้บวก “สีฟ้า” คือพรรคประชาธิปัตย์อีก 21 เสียง ก็ยังห่างไกล และก็ยาก เพราะ “เจ้าหลักการ” อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทางยอมร่วมหัวจมท้ายกับพรรคกล้าธรรม ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหัวหน้าพรรรค
ในอีกทางหนึ่ง “แดง” กับ “เขียว” ต้องไปดึง“ส้ม” คือพรรคประชาชน ที่มี 118 เสียงมาร่วมเพื่อเพิ่มตัวเลข ซึ่งถ้าสามพรรคนี้รวมกันได้ คือ “74+58+118” ตัวเลขก็จะอยู่ที่ 250 เสียง กึ่งหนึ่งพอดี แต่ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ก็ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้อีกเช่นกัน ขืนตั้งไปก็ล้มตั้งแต่วินาทีแรก
ดังนั้น การเมืองเรื่องอำนาจเกี่ยวกับการ “เปลี่ยนขั้วรัฐบาล” จึงเป็นเรื่องของ “มโน” ที่คิดเองเออเอง ผสมกับ “ขบวนการเสี้ยม” บนพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้ยาก และที่ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา “ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล”รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ก็กำลังจะ “เสียรังวัด”ตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง เมื่อถูกนักข่าวป้อนคำถามถามเกี่ยวกับเรื่องนี้
โดยนักข่าวถามว่า “แดงกับน้ำเงินรวมกันยังไม่ได้เสียงเพียงพอ ตามสมการต้องเอาพรรคส้มมารวมด้วย” ซึ่ง “ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล” ตอบว่า “ก็จริง ถ้าเฉพาะแดงกับเขียวก็อาจไม่มีผล อาจเป็นไปได้สองทางว่าเขียวกับแดงอาจเจรจาให้ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือเจรจาเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ แต่คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน เรื่องพวกนี้ก็สามารถพูดคุยกันได้”
ตรงคำพูดของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ที่ว่า“เรื่องพวกนี้ก็สามารถคุยกันได้” นี้เอง ถึงได้บอกว่ากำลังจะทำให้ “ไหม-ศิริกัญญา” เสียรังวัดเพราะแปลความระหว่างบรรทัดก็หมายถึง พรรคส้ม“ไม่ปิดทางแดงกับเขียว” ซึ่ง “แดง” หรือพรรคเพื่อไทยนั้นพอเข้าใจได้ ว่าพรรคส้มสามารถ “ร่วมหอลงโรง” กันได้
แต่กับเขียวหรือพรรคกล้าธรรม ที่มีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหัวหน้าพรรคนั้นทำให้ต้องตั้งคำถามว่า ถึงวันนี้พรรคส้มโดย “ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล” ยอมที่จะ “จูบปาก” กับพรรคกล้าธรรม หรือ ร.อ.ธรรมนัสแล้วหรือ จากที่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ประกาศเสียงดังฟังชัดเป็น “สัญญาประชาคม” ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา ซึ่งสังคมโดยทั่วไปก็รู้ว่าหมายถึงพรรคกล้าธรรม
บรรทัดนี้ ก็ต้องร้อง “เอ๊ะ” ด้วยความงงงวย จากที่พรรคส้มเคยประกาศตอนหาเสียงว่า “มีเรา-ไม่มีเทา” แต่ในข้อเท็จจริงกลับมีทั้ง “เทา” และ “ดำสนิท” อยู่เต็มพรรคหรือเพราะด้วยเหตุนี้ คือไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ“สีเทา” “สีดำ” หรือ “สีเขียว”
แบบว่า “เอาก็เอาวะ” !

สุวรรณภูมิ แจงยิบ ปม รปภ.แสดงออกไม่เหมาะสม ระหว่างคุมแฟนคลับจีนบุกตามศิลปิน
ไฟไหม้อาคารใกล้วัดโพธิ์แก้ว ซอยพระรามที่ 2 ซอย 1 เพลิงสงบแล้ว โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ
เร่งล่าตัวคนร้าย ลอบบอมบ์รถจนท. พื้นที่ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ นราธิวาส
ปฏิญญาโมนาโก ดีลล้มรัฐบาล ที่กลับทำให้ เขียวได้ราคา น้ำเงินได้กระสุน ส่วนส้มเสียศูนย์
วัส ติงสมิตร เจาะปมร้อน กสทช. เปิดศึก 92 หน้า หมอสรณ สู้คดีศาลปกครอง หลังกฤษฎีกาชี้ขาดหลุดเก้าอี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี