เรื่องของนักการเมืองพรรคส้มนั้น มีประเด็นให้พูดถึงได้ทุกมุม เป็นมุมที่แตกต่างจาก“ด้อมส้ม”และบรรดา“ติ่ง”ทั้งหลายเห็นและหลงเชื่อ เพราะถ้ามองอย่างมีสติใช้เหตุผลแยกแยะ ก็จะพบว่านักการเมืองของพรรคนี้“กลวงเปล่า” อ่อนด้อยประสบการณ์ เรียนจบออกมาก็“ส้มหล่น” ได้รับเลือกเป็น สส.ทันทีในปี 2562 ตั้งแต่พรรคส้มเริ่มก่อตั้งในนามพรรคอนาคตใหม่
จากปี 2562 จนถึงปี 2569 ผ่านมา 8 ปี หลังจากพรรคอนาคตใหม่ปักธงลงบนสนามการเมืองได้สำเร็จ และถูกยุบพรรคมาเป็นพรรคก้าวไกล จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นพรรคประชาชนในวันนี้นั้น พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายต่างๆ ที่นักการเมืองพรรคส้มโฆษณาชวนเชื่อเอาไว้ ไม่มีผลงานอะไรปรากฏให้เห็นว่าเกิดการเปลี่ยนแปลง นอกจากการถูกยุบพรรคมาแล้วถึงสองครั้ง
คำตอบนี้ไม่ต้องรอให้ให้บุคคลภายนอกตอบ เพราะ“ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน เพิ่งจะตอบเองจากวงเสวนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา จากการเสวนาในหัวข้อ “อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย”
โดย“ไหม-ศิริกัญญา”ได้พูดทั้งน้ำตาว่า “สู้ยังไงมันก็สู้กับกำแพง เอายังไงก็เอามันไม่ลง แล้วก็ตอบกับประชาชนก็ไม่ได้ ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ ก็เลยต้องหาอะไรที่มันรู้สึกว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ให้มันได้ชุบชูใจ” และจากงานเสวนาครั้งนี้ที่ทั้งผู้เสวนาและผู้รับฟังเป็นผู้ที่มีความคิดในแนวทางเดียวกัน ยังส่งผลให้คำว่า“กำแพง”กลายเป็นประเด็นที่ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง
มีข้อเขียนที่น่าสนใจ ของ“ดร.ธารินี วรินทรากุล” นักวิชาการอิสระ ซึ่งใช้ชื่อ“ธารินี วรินทรากุล - Tharinee Warintrakul” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย รวมถึงเฟซบุ๊กส่วนตัว ในการแสดงความคิดเห็นวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ได้เขียนถึง“ไหม-ศิริกัญญา”ลงในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา-ตามที่ยกมาดังนี้ :-
“ฟังคุณศิริกัญญาพูดแล้ว ดิฉันติดใจอยู่ประโยคเดียวค่ะ ‘กำแพงที่หนาแต่กลวง สูงแต่เปราะบาง เชื่อว่าวันหนึ่งต้องพังทลายลงมา’ ฟังดูทรงพลังมาก มีทั้งกำแพง มีทั้งความสูง มีทั้งความเปราะบาง และมีฉากพังทลายในตอนจบ”
“แต่ติดอยู่นิดเดียวค่ะ…คุณศิริกัญญาบอกว่าสู้มา 8 ปีแล้ว แปดปีนะคะ ไม่ใช่แปดวัน ถ้ากำแพงนั้น ‘กลวง’จริง ถ้ามัน ‘เปราะบาง’ จริง และถ้ามันใกล้จะ‘พังทลาย’อย่างที่พูดจริง ดิฉันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วทำไมผ่านมาตั้ง 8 ปี กำแพงที่ว่าถึงยังกลายเป็นตัวละครหลักในสุนทรพจน์ทางการเมืองอยู่เหมือนเดิม? หรือบางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่กำแพงอย่างเดียว”
“การเมืองไม่ใช่นิทานที่ต้องมี ‘กำแพงร้าย’ สักด้านหนึ่งเอาไว้เป็นคำอธิบายว่า เหตุใดโลกจึงยังไม่เป็นอย่างที่เราต้องการ และคนที่คิดเห็นต่างจากพรรคประชาชน ก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของกำแพง เป็นฝ่ายขวางความเปลี่ยนแปลง หรือเป็นประชาชนที่ยัง ‘ไม่เข้าใจ’ นี่ต่างหากที่ดิฉันคิดว่าคุณศิริกัญญาควรระวัง”
“เพราะเมื่อเราเชื่อมานานว่า สิ่งที่ขวางเราอยู่คือ ‘กำแพง’ เราก็จะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจ้องว่ามันจะพังเมื่อไร แทนที่จะหันกลับมาถามว่า วิธีคิด วิธีพูด และวิธีมองคนที่ไม่ได้คิดเหมือนเรา มีอะไรต้องเปลี่ยนบ้างหรือเปล่า”
“ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ คุณศิริกัญญาบอกว่า ‘ไม่อยากให้ค่า’ เหมือนคนว่างโพสต์ไปเรื่อย แต่ก็ยังหยิบเรื่องนั้นมาตอบ ยังอธิบาย ยังเปรียบเปรย และยังฝากคำทำนายเรื่องกำแพงเสียยาว อันนี้ก็ชวนงงเล็กน้อยค่ะ เพราะโดยปกติสิ่งที่เรา‘ไม่ให้ค่า’ เรามักไม่ต้องเสียเวลาอธิบายว่าทำไมถึงไม่ให้ค่าขนาดนี้”
“ส่วนรัฐบาลและนายกฯ ก็ปล่อยให้เขาทำงานไปค่ะ รัฐบาลมีหน้าที่บริหาร ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ถ้ารัฐบาลทำผิดก็ตรวจสอบด้วยข้อเท็จจริง ถ้าบริหารไม่ดีก็วิจารณ์ด้วยข้อมูล ถ้านโยบายมีปัญหาก็เสนอทางเลือกที่ดีกว่า”
“นั่นมีน้ำหนักกว่าการสร้างภาพ ‘กำแพงสูงแต่กลวง’ แล้วเฝ้าประกาศว่าสักวันมันจะถล่มลงมา เพราะผ่านไป 8 ปีแล้ว หากยังต้องใช้คำเปรียบเปรยเดิมเพื่ออธิบายว่าเหตุใดสิ่งต่างๆ จึงไม่เป็นอย่างใจ บางทีคำถามใหม่ที่น่าสนใจกว่า ‘กำแพงจะพังเมื่อไร’ อาจเป็นว่า เรามองกำแพงผิดมาตั้งแต่แรกหรือเปล่า? และก่อนจะชี้ว่าของคนอื่น ‘เปราะบาง’ ลองตรวจดูสิ่งที่ตัวเองยืนอยู่สักนิดก็ดีค่ะ”
“เพราะบางครั้งเสียงที่ดังว่า‘กำแพงกำลังจะพัง’ อาจไม่ได้เป็นหลักฐานว่ากำแพงกำลังพังเลย แต่อาจเป็นเพียงเสียงของคนที่ ยืนอยู่หน้ากำแพงเดิมมานานถึง 8 ปี แล้วก็ยังเลือกจะพูดกับกำแพง มากกว่าทบทวนวิธีของตัวเอง”
นอกจาก“ดร.ธารินี วรินทรากุล” ยังมีอีกหนึ่งคน คือ “วิมล ไทรนิ่มนวล” นักเขียนรางวัลซีไรต์ และคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์“ฝากฟ้า ฝากดิน”ของหนังสือพิมพ์แนวหน้าและแนวหน้าออนไลน์ ซึ่งได้เขียนเรื่อง“กำแพง”ไว้อย่างน่าคิด และโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า “คุณศิริกัญญาบอกว่าพวกตน ‘ชนกำแพง’ ที่หมายถึงสถาบันหลักของชาติ ผมก็จะบอกว่าสิ่งที่พรรคส้มและลิ่วล้อชนอยู่นั้นไม่ใช่กำแพง แต่เป็น ‘กะลา’ และไม่ใช่กะลาของคนอื่น แต่เป็นกะลาที่พวกตนสร้างขึ้นครอบกันเอง”
“วิมล ไทรนิ่มนวล” สรุปว่า “ถ้าพรรคส้มยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ในกะลาที่พวกตนสร้างไว้ครอบตัวเอง ก็จะต้องดราม่าบีบน้ำตาบ้าง ก่นด่าอาฆาตแค้นคนอื่นบ้าง จนสุดท้ายก็สามัคคีกันเน่าตายอยู่ในกะลานั้นเอง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี