ในโลกกว้าง ณ วันนี้มีความขัดแย้งระหว่างประเทศทั่วโลก โดยประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่กรณี เป็นคู่อริกันที่เห็นชัดก็มีดังนี้
1.อิสราเอล - อิหร่าน
2.อินเดีย - ปากีสถาน
3.จีนแผ่นดินใหญ่ - จีนเกาะไต้หวัน
4.เกาหลีเหนือ - เกาหลีใต้
5.รัสเซีย - ญี่ปุ่น
6.รัสเซีย - ยูเครน
7.สหรัฐอเมริกา - คิวบา
8.อิสราเอล - โลกมุสลิม
9.ไทย - กัมพูชา เป็นต้น
การเป็นคู่กรณีหรือคู่อริกันนั้นบ่งบอกซึ่งการตั้งกองกำลังทหารที่เผชิญหน้ากัน มีการยั่วยุ คุกคาม ต่อกันเป็นระยะๆ บางกรณีมีเหตุมาจากการที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันเช่น ในกรณีเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ หรือกรณีสหรัฐฯ-คิวบา บางกรณีก็มีที่มาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์แฝงด้วยความคิดอ่านเรื่องชาติพันธุ์นิยมหรือการคลั่งชาติ เช่น กรณีไทย-กัมพูชา หรือกรณีโลกชาวยิวกับโลกชาวอาหรับในกรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอิสราเอลกับประเทศอาหรับ
ทั้งหมดนี้ก็มีนัยของการเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทหาร ซึ่งต้องใช้งบประมาณอย่างมากมาย ทำให้การพัฒนาระบบการรักษาพยาบาล ระบบการศึกษา ระบบการประกันสังคม และที่อยู่อาศัย เป็นไปอย่างค่อนข้างจำกัด กระท่อนกระแท่น
ในการนี้ก็หมายความว่า เรื่องการสงครามมีความสำคัญเหนือการรักษาและเสริมสร้างสันติภาพและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ทว่าการเตรียมการเพื่อสงคราม และการสงครามสู้รบ ก็จะมี
แต่เรื่องการสูญเสียกันถ้วนหน้า การแพ้-ชนะไม่เด็ดขาดเพราะความอาฆาตแค้น การจะเอากลับเอาคืนก็คงจะยังค้างคาอยู่ไม่จบไม่สิ้น
แล้วไฉนมนุษย์จะต้องอยู่กันในสภาพการณ์แบบนั้น? ทำไมไม่คิดอ่านที่จะหาทางแก้ไขข้อขัดแย้งด้วยสติปัญญาและด้วยจิตใจที่เอื้ออาทร เอื้ออารีต่อกันและกัน? ความประเสริฐของมนุษย์ก็คือการมุ่งหน้าไปในทิศทางของสันติภาพ จริงอยู่ที่การรบราฆ่าฟันกันก็ถือเป็นแค่การเป็นสัตว์โลกของมนุษย์เหมือนกับสัตว์โลกอื่นๆทั้งหมด แต่ต้องไม่ลืมว่า มนุษย์นั้นมีทั้งความเป็นสัตว์ และความเป็นมนุษย์ผู้มีสติปัญญานึกคิด มนุษย์จึงมีความสามารถที่จะเอาความเป็นมนุษย์มาอยู่เหนือความเป็นสัตว์โลก
มวลมนุษย์มีภาระหน้าที่ต่อกันในการร่วมกันเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มนุษย์ไม่มีภาระหน้าที่ที่จะทำลายล้างต่อกันและกันมนุษย์ได้มีการวิวัฒนาการและการพัฒนาต่างๆ มามากมายมหาศาล ฉะนั้นเรื่องการรบราฆ่าฟันกันน่าจะเป็นเรื่องล้าสมัย เป็นเรื่องในประวัติศาสตร์เท่านั้น ก็ถึงเวลาแล้วที่บรรดาคู่กรณีระดับโลกต่างๆ จะหันหน้าเข้าหากันที่โต๊ะเจรจาเพื่อออมชอม และอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้แล้ว
แต่นั่นก็อาจจะเป็นแค่ทฤษฎีและความหวัง เพราะผู้นำโลกก็ยังยึดติดอยู่กับเรื่องการสงคราม ขณะที่ประชาชนพลเมืองโลกส่วนหนึ่งก็ยังติดกับอยู่กับประวัติศาสตร์แห่งความเคียดแค้น และกับลัทธิเอาคืนเอาชนะ แต่เรื่องก็คงจะไม่ริบหรี่สิ้นหวังไปเสียทีเดียว เพราะบัดนี้โลกได้มีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งทำให้การติดต่อระหว่างมนุษย์ด้วยกันสามารถเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ ต่อเนื่องและทันทีทันควัน อีกทั้งคนรุ่นหนุ่มรุ่นสาวในยุคสมัยนี้อยากอยู่กับความสุขสบาย อยากท่องไปในโลกกว้าง อยากรู้จักกัน และเหนื่อยหน่ายเอือมระอากับการขัดแย้งและการสงคราม โลกจึงมีความหวังที่จะฝากอนาคตไว้กับคนหนุ่มคนสาว อีกทั้งผู้นำทางศาสนาทุกศาสนาก็ต้องออกมาเคลื่อนไหว และกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พระผู้เป็นเจ้าและธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์นั่นคือสันติภาพ
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี