Logo วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ประชานิยมปลายเหตุ

ทุกครั้งที่ราคาสินค้าเกษตรและอาหาร ปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบค่าครองชีพของประชาชน เรามักจะได้เห็น “ฉากทัศน์ซ้ำซาก” จากกระทรวงพาณิชย์ นั่นคือการจัดคิกออฟปล่อยขบวนรถพุ่มพวง หรือการนำสินค้าไฮไลต์มาเปิดจุดขายในราคาต่ำกว่าตลาด เพื่อประกาศชัยชนะทางการเมืองว่าภาครัฐได้ยื่นมือเข้ามา “ช่วยลดค่าครองชีพ” ให้กับประชาชนแล้ว


ล่าสุด กับกรณี “ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้น” มาตรการสำเร็จรูปที่ถูกงัดออกมาใช้อีกครั้ง คือการจัดงบประมาณอุดหนุนเพื่อนำไข่ไก่มาวางจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดประมาณ
10% ผ่านโครงการธงฟ้าหรือจุดจำหน่ายชั่วคราว

พฤติกรรมทางการเมืองเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการ “แจกลูกอมผสมยาแก้ปวด” ให้กับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง—บรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดได้เพียงชั่วครู่ สะใจด้วยรสหวานชั่วคราว แต่กลับปล่อยให้โรคร้ายที่กัดกินโครงสร้างเศรษฐกิจเติบโตและลุกลามต่อไปอย่างไร้การควบคุม

1.ล้มเหลวตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก : มองข้าม “ต้นทุนและสภาพอากาศ” ที่เป็นต้นเหตุจริง

การที่ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคชะตาหรือการดลบันดาล หากแต่เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเชิงอุปทาน (Supply-side factors) ที่เห็นเด่นชัด
5 ด้าน ที่การกำหนดนโยบายจะต้องคำนึงถึง :

● วิกฤตต้นทุนอาหารสัตว์ :อาหารสัตว์คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 60-70%ของต้นทุนการผลิตไข่ไก่ทั้งหมดวัตถุดิบหลักอย่างกากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสารเสริมโภชนาการที่นำเข้า
มีราคาพุ่งสูงและผันผวนตามตลาดโลกรวมถึงภาระทางภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าในประเทศ

● วิกฤตราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเมื่อราคาอาหารไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู และเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ราคาสูงขึ้น ผู้บริโภคย่อมหันบริโภคไข่ไก่มากขึ้น ทำให้ราคาไข่ไก่สูงขึ้นตามไปด้วย

● สภาพอากาศร้อนจัดและแปรปรวน : ผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนส่งผลกระทบตรงต่อแม่ไก่ไข่ไก่เกิดภาวะความเครียดจากความร้อน(Heat Stress) กินอาหารน้อยลงอัตราการให้ไข่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดและไข่ที่ออกมาส่วนใหญ่มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนไข่ไก่เบอร์ใหญ่ในตลาด

● การรวมตัวของผู้ผลิตไข่ไก่รายใหญ่ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตร ในนาม Egg Board ควบคุมปริมาณไข่ไก่ในประเทศให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อให้ไข่ไก่ มีราคาสูงอย่างสม่ำเสมอ (บางครั้งมีการสนับสนุนการส่งออก ด้วยการให้เงินสนับสนุนผู้ส่งออกไข่ไก่ใบละ 50 สตางค์)

● โครงสร้างตลาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม :คำถามที่ภาครัฐไม่เคยกล้าตอบอย่างตรงไปตรงมา คือ ส่วนต่างราคาระหว่าง “ราคาหน้าฟาร์ม” กับ “ราคาขายปลีกในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือโมเดิร์นเทรด” นั้นมี ส่วนต่างการตลาด(Marketing Margin) ที่สูงเกินจริงหรือไม่ พ่อค้าคนกลางและทุนใหญ่ระดับผู้ค้าปลีกกำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากภาวะสินค้าขาดแคลนอยู่หรือเปล่า

การที่กระทรวงพาณิชย์เลือกแก้ไขด้วยการ “ตั้งโต๊ะขายไข่ราคาถูก” จึงเป็นการปฏิเสธที่จะมองความจริง และหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาที่ต้นตออย่างสิ้นเชิง

2.งบประมาณที่ละลายแม่น้ำ : ช่องโหว่ ทุจริตและการไม่ถึงมือผู้บริโภคจริง

การนำงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนไปใช้ในการอุดหนุนส่วนต่างราคา 10% เพื่อสร้างภาพ“ไข่ไก่ราคาถูก” ไม่เพียงแต่ไร้ประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างผลข้างเคียงที่เป็นพิษต่อระบบเศรษฐกิจ :

● เกิดช่องว่างการฉวยโอกาส (Arbitrage) และการทุจริต : เมื่อเกิดส่วนต่างราคา 10% ระหว่างไข่อุดหนุนกับไข่ในตลาดทั่วไป ย่อมเกิดกลไกตลาดมืดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พ่อค้าคนกลาง ร้านอาหารขนาดใหญ่ หรือผู้ค้าปลีกรายอื่นสามารถส่งคนมากว้านซื้อไข่ไก่ราคาถูกจากจุดธงฟ้า เพื่อนำไปหมุนเวียนขายต่อในราคาตลาดปกติ รับกำไรส่วนต่างจากเงินภาษีประชาชนเข้ากระเป๋าตัวเองทันที โดยที่รัฐบาลไม่มีระบบสแกนหรือติดตาม (Traceability) ที่มีประสิทธิภาพ

● ช่วยผู้บริโภคไม่ได้จริง : ผู้ที่ได้รับประโยชน์มีเพียง“คนกลุ่มน้อย” ที่มีเวลาและตระเวนไปต่อคิวซื้อ ณ จุดจำหน่ายเฉพาะแห่ง ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศยังคงต้องซื้อไข่ไก่ในราคาแพงตามตลาดสดและร้านค้าใกล้บ้านตามปกติ

● ไม่ได้ช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ : งบประมาณอุดหนุนส่วนนี้วิ่งตรงไปหาผู้จัดการจุดจำหน่ายและผู้จัดหาไข่สดในโครงการ ไม่ได้สะท้อนกลับไปเป็นรายได้หรือการลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรรายย่อยที่กำลังแบกรับภาระค่าอาหารสัตว์และค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นแม้แต่น้อย

3.สู่มาตรการ “พุทธิปัญญา” : แก้ไขที่โครงสร้างไม่ใช่ฉายหนังซ้ำ

หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผู้บริหารระดับสูงต้องการแก้ปัญหาด้วย “พุทธิปัญญา” (IntellectualWisdom) และความจริงใจ การดำเนินงานจะต้องมุ่งไปที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและการสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรม ดังนี้ :

ก. ปลดล็อกและลดภาระต้นทุนอาหารสัตว์ (Upstream Intervention)

● ปฏิรูปภาษีและมาตรการนำเข้า : ทบทวนมาตรการโควตาและภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ (เช่น มาตรการกำหนดสัดส่วนการซื้อวัตถุดิบในประเทศต่อการนำเข้า 3:1)ในช่วงที่เกิดวิกฤตราคาสินค้า เพื่อเปิดทางให้ต้นทุนอาหารสัตว์ลดต่ำลงมาอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผล

● อุดหนุนที่ปัจจัยการผลิต :ย้ายงบประมาณจากการอุดหนุนราคาไข่ปลายน้ำ ไปเป็นการอุดหนุนปัจจัยการผลิตโดยตรง เช่น การให้คูปองส่วนลดค่าอาหารสัตว์แก่ฟาร์มเกษตรกร
รายย่อยที่ลงทะเบียนไว้

ข. รับมือสภาพอากาศและการปรับตัวของฟาร์ม (Climate Resilience)

● บูรณาการข้ามกระทรวงเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยี : ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)หรือมาตรการอุดหนุนร่วม (Co-paying)เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยปรับเปลี่ยนโรงเรือนเป็นระบบปิด (EVAP) หรือติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าอันเกิดจากการเปิดพัดลมระบายความร้อนตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง
อากาศร้อนจัด

ค. สลายการกุมอำนาจตลาดและควบคุมการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Market Governance)

● ลดปริมาณการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อให้ปริมาณไข่ใก่ในประเทศอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม กระทรวงพาณิชย์ต้องคิดที่จะคานและดุลอำนาจกับ Egg Board ที่มุ่งจะสร้างเสถียรภาพราคาไข่ไก่ในระดับสูงด้วยการสนับสนุนการส่งออก (ในบางครั้งผู้ส่งออกเคยได้รับเงินสนับสนุนถึงใบละ50 สตางค์ เพราะเมื่อส่งออกมากขึ้นปริมาณไข่ไก่ภายในประเทศก็น้อยลง ราคาภายในก็จะสูงเกินจริง)

● ตรวจสอบและควบคุมส่วนต่างการตลาด :ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ตรวจสอบโครงสร้างราคาตั้งแต่หน้าฟาร์ม ล้ง พ่อค้าคนกลางไปจนถึงห้างสรรพสินค้า/โมเดิร์นเทรด หากพบการตั้งส่วนต่างกำไรที่สูงเกินสมควร (Excessive Margin) หรือการเอาเปรียบเชิงโครงสร้าง ต้องลงโทษและจัดระเบียบอย่างเด็ดขาด

4.ปรับวิธีคิดทางการเมือง : เลิกสร้างความนิยมชั่วคราวบนความเดือดร้อนเรื้อรัง

ประวัติศาสตร์การทำงานของกระทรวงพาณิชย์เต็มไปด้วยภาพจำของการ “แก้ปัญหาแบบอีเวนต์” ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตมะพร้าวราคาตก ทุเรียนราคาผันผวน การปล่อยขบวนรถพุ่มพวงธงฟ้า หรือการเปิดร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัด

ทั้งหมดนี้คือผลผลิตของ วิสัยทัศน์ระยะสั้น (Short-termism) ที่เน้นสร้างข่าวและภาพลักษณ์ทางการเมืองว่า “รัฐบาลได้ทำอะไรบางอย่างแล้ว”

แต่ผลลัพธ์ที่ทิ้งไว้หลังจากขบวนรถพุ่มพวงวิ่งผ่านไปหรือหลังจากงบประมาณอุดหนุนหมดลง คือ โครงสร้างปัญหาเดิมที่ยังคงอยู่ครบถ้วน เกษตรกรยังคงแบกรับต้นทุนสูง ผู้บริโภคยังคงซื้อของแพง และเงินภาษีแผ่นดินนับร้อยนับพันล้านบาทต้องสูญเปล่าไปกับการแสดงละครทางการเมือง

ถึงเวลาแล้วที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะต้องเลิกแจก “ลูกอมผสมยาแก้ปวด” แล้วหันมาสวมหัวใจของผู้กำกับดูแลนโยบายเศรษฐกิจจริงจัง ด้วยการกล้าชนกับโครงสร้างต้นทุน กล้าตรวจสอบการแข่งขันในระบบการค้า และลงมือแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรหลุดพ้นจากวงจรอันเลวร้ายนี้อย่างยั่งยืนเสียที

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว  เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

14 ส.ค. 2569

วันแม่ 12 สิงหาคม  ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

วันแม่ 12 สิงหาคม ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

12 ส.ค. 2569

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย  สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

7 ส.ค. 2569

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’  มาตรการกวดขันวินัยจราจร  หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

5 ส.ค. 2569

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’  เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย  รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’ เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

31 ก.ค. 2569

ถอดตลับเมตรศีลธรรม  เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

ถอดตลับเมตรศีลธรรม เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

29 ก.ค. 2569

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ  ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

24 ก.ค. 2569

ล้างบางระบบอุปถัมภ์  เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล...   ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

ล้างบางระบบอุปถัมภ์ เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล... ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

22 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved