Logo วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ในโลกของการบริหารนโยบายสาธารณะ มีคำกล่าวหนึ่งที่มักเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ “นโยบายเจตนาดี แต่ออกแบบระบบผิดพลาด”

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กำลังเดินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ เมื่อกองทุนที่เคยพึ่งพาตนเองได้ในช่วงปี 2561-2567 กลับต้องเผชิญวิกฤตสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนต้องกลับมาขอเงินงบประมาณแผ่นดินนับหมื่นล้านบาทอุ้มชู พร้อมกับตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์มีผู้ผิดนัดชำระหนี้สูงถึง 2.3 ล้านราย จากผู้กู้ทั้งหมด 3.6 ล้านราย


บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึงคุณค่าของนโยบายนี้ บาดแผลทางเทคนิคปฏิบัติ ปัจจัยที่ทำให้ระบบล้มเหลว และทางออกที่ไม่ใช่การ “ทุบทิ้ง” แต่เป็นการ “รื้อโครงสร้างวิธีคิด”

1. คุณค่าที่ต้องรักษา : กยศ. คือสะพานลดความเหลื่อมล้ำที่ไม่ควรถูกทำลาย

แนวคิดพื้นฐานของ กยศ. ที่มุ่งหวังให้บุตรหลานจากครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับสูง คือสิ่งที่ “ถูกต้อง เที่ยงธรรม และควรได้รับการส่งเสริมอย่างที่สุด”

การศึกษาคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการเลื่อนชั้นทางสังคม (Social Mobility) หากปราศจาก กยศ. เด็กยากจนจำนวนมหาศาลจะต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา กลายเป็นแรงงานทักษะต่ำ และติดอยู่ใน “กับดักความยากจนข้ามรุ่น”

กยศ. จึงไม่ใช่งานสงเคราะห์ แต่คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์เพื่อสร้างเม็ดเงินภาษีและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ประโยชน์ของกองทุนนี้มีเชิงประจักษ์ เพราะได้เปลี่ยนชีวิตเด็กลูกชาวบ้านให้กลายเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพและผู้ประกอบการมาแล้วนับไม่ถ้วน

2. บาดแผลทางปฏิบัติการ : เมื่อ “รัฐ” ตั้งตัวเป็น “ธนาคาร”

วิกฤตของ กยศ. ในปัจจุบัน แยกออกเป็น2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ปัญหาเชิงพฤติกรรม (MoralHazard) และ ปัญหาทางเทคนิคขั้นรุนแรงในระบบปฏิบัติการ ดังนี้

● ปัญหาเชิงพฤติกรรม : ชาวบ้านมอง “เงินรัฐคือเงินฟรี”

เมื่อรัฐบาลทำตัวเป็นเจ้าหนี้ โครงสร้างการจูงใจจึงบิดเบี้ยว ผู้กู้บางส่วน ที่อยู่กับระบบอุปถัมภ์มองรัฐหรือผู้มีอำนาจว่าต้องช่วยเหลืออุปถัมภ์

จึงมองเงินกู้ กยศ. เป็นสวัสดิการ สงเคราะห์หรือเงินช่วยเหลือ ประกอบกับดอกเบี้ยที่ต่ำมากและไม่มีการติดตามทวงถามอย่างใกล้ชิด

เมื่อผู้จบใหม่ และครอบครัวของเขาเผชิญค่าครองชีพที่สูงและมีหนี้หลายก้อน (เช่น หนี้ธนาคาร หนี้นอกระบบหนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์) พวกเขาจึงเลือกจ่ายหนี้ ประเภทอื่นรวมถึงสถาบันการเงินที่คิดดอกเบี้ยแพงและทวงถามอย่างจริงจังก่อน ส่วนเงินกู้ กยศ.ดอกเบี้ยต่ำ ติดตามทวงถามก็น้อย จึงถูกผลัก การชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ในอันดับสุดท้ายเสมอ

● วิกฤตทางเทคนิค : ระบบรวนและการหักเงินที่ขาดการประมวลผลที่แม่นยำ

● ระบบไอทีล้มเหลว : แอปพลิเคชัน กยศ. Connectไม่อัปเดตแบบ Real-time ข้อมูลระบบเก่าและระบบใหม่ภายใต้ พ.ร.บ.กยศ. ฉบับปี 2566 (ที่เปลี่ยนไปหักเงินต้นก่อนดอกเบี้ย) ไม่เชื่อมโยงกัน ยอดหนี้ผันผวนสร้างความตื่นตระหนกแก่ผู้กู้

● มาตรการ Auto Debit ผิดพลาด : การสั่งตัดเงินเกลี้ยงบัญชีออมทรัพย์รายปีในครั้งเดียวโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำลายการดำรงชีพของผู้กู้ ซ้ำร้ายยังเกิดการหักเงินซ้ำซ้อนในกลุ่ม “คนดี” ที่จ่ายตรงเวลา หรือกระทั่งคนที่ “ปิดยอดบัญชีไปแล้วหลายปี” แต่สถานะหนี้ในระบบไม่ปรับปรุง

● ช่องทางการสื่อสารล้มเหลว : เมื่อเกิดปัญหาระบบรวน Call Center กลับอัมพาต ทอดทิ้งให้ลูกหนี้เผชิญชะตากรรมโดยไม่มีผู้ชี้แจง

3. ทางออกเชิงปฏิรูป : อย่ายุบ กยศ. แต่ต้อง “ยุบวิธีคิดแบบราชการ”

การแก้ปัญหาระบบรวนหรือการไล่บี้ทวงหนี้แบบเดิมเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทางออกที่ยั่งยืนคือการ เปลี่ยนบทบาทของรัฐจากการเป็น “ธนาคาร” มาเป็น “ผู้สนับสนุน” โดยดึงสถาบันการเงินมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ

“ระบบราชการไม่มีความเชี่ยวชาญในการประเมินสินเชื่อ บริหารบัญชี หรือติดตามหนี้ เท่ากับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารของรัฐที่มีสิ่งเหล่านี้เป็นอาชีพหลัก”

กลไกการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ :

1. ให้ธนาคารเป็นผู้ปล่อยกู้ รัฐค้ำประกันความเสี่ยงบางส่วน : เปลี่ยนให้ธนาคารเป็นผู้ปล่อยกู้และบริหารบัญชีทั้งหมด โดยรัฐบาลทำสัญญาแบ่งเบาความเสี่ยง (Risk Sharing) เช่น หากเกิด NPL รัฐช่วยรับผิดชอบเช่น 20-40% ของหนี้เสีย ธนาคารรับผิดชอบส่วนที่เหลือ เพื่อให้ธนาคารยังคงมีแรงจูงใจในการคัดกรองและติดตามหนี้อย่างรอบคอบ (ข้อควรระวัง : ต้องเป็น
ความลับทางการค้า ห้ามให้ผู้กู้รู้ว่ารัฐค้ำประกัน มิฉะนั้นวินัยทางการเงินของผู้กู้ยืมจะพังทลายทันที)

2. ใช้กลไกอุดหนุนดอกเบี้ย (Interest Subsidy) สร้างแรงจูงใจ : รัฐไม่ต้องเอาเงินก้อนไปปล่อยกู้เอง แต่เอาเงินงบประมาณมา“ช่วยจ่ายดอกเบี้ย” ให้กับผู้กู้ที่มีวินัย สมมุติธนาคารคิดดอกเบี้ย 8%ต่อปี หากผู้กู้จ่ายตรงเวลา รัฐอาจช่วยออกให้ 4-5% (คนละครึ่ง) ทำให้ผู้กู้จ่ายจริงต่ำมาก แต่ถ้าใครผิดนัดชำระหนี้ รัฐจะไม่จ่ายเงินอุดหนุนดอกเบี้ย และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการฟ้องร้องทางกฎหมายของธนาคารพาณิชย์

3. เปลี่ยนหนี้ให้เป็น “เครดิตชีวิต” : การให้เยาวชนเข้าสู่ระบบธนาคารตั้งแต่เรียน จะช่วยสร้างประวัติทางการเงินในเครดิตบูโร หากพวกเขารักษาวินัยชำระหนี้กยศ. ได้ดี เมื่อเรียนจบและต้องการทำธุรกิจ สตาร์ทอัพ หรือซื้อบ้าน ประวัติเครดิตที่ดีนี้จะกลายเป็นใบเบิกทางให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น

4. ผลกระทบฉากทัศน์ (Scenario) หากเลือกที่จะ “ยกเลิก” นโยบาย กยศ.

หากรัฐบาลถอดใจและเลือกที่จะยกเลิกนโยบายนี้เนื่องจากทนแบกรับภาระหนี้เสียไม่ไหว ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้านทันที :

● วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาดิ่งลึก : เด็กยากจนนับแสนคนต่อปีจะหมดสิทธิ์เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เกิดภาวะสมองไหลออกนอกระบบการศึกษา (Education Dropouts)

● ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาวหดหาย :ประเทศจะขาดแคลนแรงงานทักษะสูง (High-skilled labor) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคต ทำให้ประเทศติดหล่มอยู่กับกับดักรายได้ปานกลางต่อไป

● ปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น : เยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและขาดทางเลือกในชีวิต มีแนวโน้มจะหลุดเข้าสู่วงจรอภิสิทธิ์ชน สีเทา หรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเนื่องจากไร้ต้นทุนทางสังคม

บทสรุป

กยศ. คือนโยบายที่มีโครงสร้างเจตนาอันดีงามและสร้างประโยชน์ให้ประเทศอย่างมหาศาล ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่ความผิดของตัวแนวคิด แต่เป็นความล้มเหลวของ “วิธีการจัดการแบบราชการ” ที่พยายามฝืนทำในสิ่งที่ไม่ถนัด

ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องถอยออกจากการเป็น“คนปล่อยกู้และคนทวงหนี้” แล้วผันตัวไปอยู่เบื้องหลังในฐานะ “ผู้ค้ำประกันความเสี่ยงและผู้ให้รางวัลคนมีวินัย” ปล่อยให้ระบบการเงินมืออาชีพทำหน้าที่ของมัน เพื่อรักษาความฝันของเด็กยากจนรุ่นต่อไปควบคู่ไปกับการสร้างวินัยทางการเงินที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว  เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

14 ส.ค. 2569

วันแม่ 12 สิงหาคม  ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

วันแม่ 12 สิงหาคม ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

12 ส.ค. 2569

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย  สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

7 ส.ค. 2569

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’  มาตรการกวดขันวินัยจราจร  หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

5 ส.ค. 2569

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’  เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย  รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’ เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

31 ก.ค. 2569

ถอดตลับเมตรศีลธรรม  เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

ถอดตลับเมตรศีลธรรม เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

29 ก.ค. 2569

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ  ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

24 ก.ค. 2569

ล้างบางระบบอุปถัมภ์  เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล...   ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

ล้างบางระบบอุปถัมภ์ เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล... ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

22 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved