Logo วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

มองมุม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การเริ่มต้นบังคับใช้มาตรการเชื่อมโยงข้อมูลค้างชำระใบสั่งจราจรระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมการขนส่งทางบก ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของรัฐบาลในการงัดมาตรการเด็ดขาดมาแก้ปัญหา “ใบสั่งไร้ความหมาย” ที่เรื้อรังมานาน หากผู้ขับขี่ค้างชำระค่าปรับ แม้จะยังชำระภาษีประจำปีได้ แต่จะได้รับเพียง “ใบเสร็จชั่วคราว 30 วัน” โดยรัฐจะ “ระงับการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี (ป้ายวงกลม)” จนกว่าจะเคลียร์ค่าปรับทั้งหมด หากพ้น 30 วันแล้วยังนำรถไปใช้ จะถูกปรับเพิ่มในข้อหาไม่ติดป้ายภาษีสูงสุดอีก 2,000 บาท

แม้เจตนา อารมณ์ของรัฐจะมุ่งสร้างวินัยจราจร แต่หากพิเคราะห์ผ่านเลขาธิการกฎหมายและหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง มาตรการนี้กลับสร้าง “คำถามเชิงโครงสร้าง” ที่แหลมคม 5 ประการ ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถให้คำตอบที่กระจ่างชัดได้:


1. การลบล้าง “หลักผู้บริสุทธิ์”: เมื่อใบสั่งตำรวจมีอำนาจเหนือศาล?

ตามหลักนิติรัฐ ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด (Presumption ofInnocence) แต่การออกใบสั่งจราจรเป็นเพียง “การกล่าวหาฝ่ายเดียว”โดยเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือระบบกล้องตรวจจับ

l คำชี้แจงของรัฐ: รัฐอ้างว่ามีช่องทางให้ประชาชนโต้แย้งใบสั่งออนไลน์หรือแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาได้ และระหว่างโต้แย้ง อายัดจะถูกชะลอไว้

l โจทย์ที่ยังไม่ตอบ: ในความเป็นจริง กระบวนการโต้แย้งของไทยยังมีภาระพิสูจน์ที่ซับซ้อนและสร้างภาระให้แก่ประชาชนเกินสมควร ประชาชนส่วนใหญ่จำใจต้องจ่ายค่าปรับเพียงเพราะ “ต้องการป้ายภาษีไปทำงาน” การนำมาตรการทางปกครองมาบีบบังคับเช่นนี้ เท่ากับรัฐได้สรุปความผิดและตัดสินลงโทษล่วงหน้า โดยตัดข้ามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไปโดยสิ้นเชิงหรือไม่?

2. การเอารายได้ภาษีเป็นตัวประกัน: การใช้อำนาจข้ามขอบเขต (Unrelated Burden)

ในทางกฎหมายปกครอง มีหลักการสำคัญคือ “ห้ามผูกเงื่อนไขที่ไม่เกี่ยวข้องกัน” การเสียภาษีรถยนต์ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดเก็บรายได้บำรุงทางและควบคุมมาตรฐานยานพาหนะ ส่วนค่าปรับจราจรเป็นมาตรการบังคับทางอาญาเฉพาะบุคคล

l คำชี้แจงของรัฐ: รัฐระบุว่าได้แก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก (มาตรา 141/1) ให้อำนาจเชื่อมโยงข้อมูลไว้อย่างถูกต้องตามกระบวนการนิติบัญญัติแล้ว

l โจทย์ที่ยังไม่ตอบ: การออกกฎหมายให้อำนาจ ไม่ได้แปลว่ากฎหมายนั้นชอบด้วยหลักนิติธรรม การนำหน้าที่ทางภาษีมาผูกติดกับโทษทางจราจร คือการใช้ “ภาษีเป็นตัวประกัน” รัฐรับเงินภาษีไปแล้ว แต่ปฏิเสธการออกหลักฐานการชำระฉบับจริง เพื่อใช้อำนาจปรับซ้ำสองฐานไม่ติดป้ายภาษี นี่คือการสร้างเงื่อนไขซ้ำซ้อนและเป็นการใช้อำนาจฝ่ายปกครองที่ล้ำเส้นเกินขอบเขตหรือไม่?

3. ความรับผิดเฉพาะบุคคล vs ภาระของเจ้าของรถ

หลักกฎหมายอาญายึดถือความรับผิดเฉพาะบุคคล (Personal Liability) ผู้ใดกระทำผิด ผู้นั้นต้องรับโทษ แต่ระบบกล้องตรวจจับในปัจจุบันจับภาพเฉพาะ “ทะเบียนรถ”ไม่ใช่ “ใบหน้าผู้ขับขี่”

l คำชี้แจงของรัฐ: กฎหมายให้ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นตกอยู่กับเจ้าของรถ หากไม่ได้เป็นคนขับ สามารถแจ้งชื่อ-ที่อยู่ของผู้ขับขี่จริงต่อเจ้าพนักงานภายในเวลาที่กำหนดได้

l โจทย์ที่ยังไม่ตอบ: หากเป็นกรณีรถเช่า รถองค์กร หรือกรณีผู้ขับขี่เป็นบุคคลในครอบครัวที่ปฏิเสธความรับผิด ภาระในการตามตัวและภาระทางเอกสารกลับตกอยู่กับเจ้าของรถทั้งหมดการลงโทษเจ้าของรถซึ่งอาจไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดจริง จึงเป็นการลงโทษที่คลุมเครือและละเมิดสิทธิของเจ้าของทรัพย์สินอย่างเด่นชัด

4. ช่องว่างการทุจริต: อำนาจหน้างานที่สูงขึ้นของเจ้าหน้าที่

เมื่อโทษของการได้รับใบสั่งรุนแรงถึงขั้นกระทบต่อการใช้รถในชีวิตประจำวัน (เนื่องจากต่อภาษีไม่ได้) “อำนาจในการเจรจา” ของเจ้าหน้าที่ย่อมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

l คำชี้แจงของรัฐ: รัฐพยายามชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันใช้ระบบกล้องอัตโนมัติและระบบ e-Ticket ซึ่งบันทึกข้อมูลเข้าฐานข้อมูลกลางโดยตรง ป้องกันการแก้ไขหรือลบใบสั่ง

l โจทย์ที่ยังไม่ตอบ: การกวดขันวินัยจราจรในประเทศไทยไม่ได้มาจากกล้อง 100% ด่านตรวจและการใช้ดุลพินิจหน้างานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีอยู่มาก การเพิ่มแรงกดดันทางภาษีอาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเรียกรับ “เงินนอกระบบ” หน้างานเพื่อแลกกับการไม่ออกใบสั่ง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งแต่กลับไปเพิ่มอีกปัญหาหนึ่งให้รุนแรงขึ้น

5. ยิงไม่ตรงเป้า: มาตรการนี้ลดอุบัติเหตุได้จริง หรือแค่ “เกาไม่ถูกที่คัน”?

ข้ออ้างหลักของรัฐบาลในการเค้นใช้มาตรการนี้ คือการมุ่งหวังให้เกิดการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างสถิติตามความเป็นจริง กลับพบความย้อนแย้งอย่างร้ายแรง

l ความจริงเชิงสถิติ: อุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนนในประเทศไทย มากกว่า 75–80% เกิดจากรถจักรยานยนต์ และจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่อยู่บนถนนสายรองหรือถนนในชุมชนชนบท

l โจทย์ที่ยังไม่ตอบ: ใบสั่งจราจรที่ถูกส่งเข้าระบบอายัดทะเบียนส่วนใหญ่ มาจากกล้องตรวจจับความเร็วบนทางหลวงหรือเมืองใหญ่ ซึ่งเป็น “รถยนต์ 4 ล้อขึ้นไป” ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงสูงที่สุดอย่างจักรยานยนต์ในชนบทจำนวนมาก

กลับมีอัตราการไม่ต่อภาษีและไม่มีทะเบียนถูกต้องอยู่แล้

มาตรการนี้จึงแทบไม่มีผลบังคับใช้กับกลุ่มต้นเหตุหลักของอุบัติเหตุเลย

แล้วรัฐบาลจะอ้างว่ามาตรการนี้ลดอุบัติเหตุได้อย่างไร?

หากรัฐบาลต้องการลดอุบัติเหตุอย่างแท้จริง มาตรการที่ควรทำคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การปรับปรุงกายภาพถนนให้ปลอดภัย (Forgiving Roads), การยกระดับมาตรฐานการสอบใบอนุญาตขับขี่, การกวดขันเรื่องเมาแล้วขับและหมวกนิรภัยในระดับชุมชน รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดการใช้รถจักรยานยนต์

ข้อเสนอแนะ: หากรัฐบาลตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

หากมาตรการวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นี้ ถูกบังคับใช้โดยที่รัฐบาลยังไม่สามารถลบข้อสงสัยด้านความเป็นธรรม สิทธิมนุษยชน และนิติรัฐได้ ภาคประชาชนและสถาบันทางสังคมมีทางออกในการตอบโต้ตามกลไกประชาธิปไตย ดังนี้:

1. การรวมตัวฟ้องต่อศาลปกครอง: ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือองค์กรผู้บริโภค สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนประกาศหรือกฎกระทรวงดังกล่าวด้วยเหตุผลว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตแห่งกฎหมาย (Ultra Vires) และสร้างภาระแก่ประชาชนเกินสมควร (Unproportionate Burden)

2. การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย: ผ่านช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือศาลปกครอง เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มาตรา 141/1 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบกขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญในประเด็นสิทธิในทรัพย์สิน และหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่

3. การใช้อำนาจผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ควรเปิดยื่นญัตติด่วนเพื่อทบทวน พ.ร.บ.จราจรทางบก ปรับเปลี่ยนมาตรการบังคับคดีจากการอายัดป้ายภาษี ไปเป็นการบังคับคดีทางแพ่งหรือปรับทางปกครองตามขั้นตอนปกติที่ไม่กระทบต่อสิทธิการใช้ยานพาหนะ

4. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากองค์กรอิสระ: คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และสภาผู้บริโภค ควรออกข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างเป็นทางการเพื่อกดดันให้ ครม. ชะลอและปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมสากล

ความลงท้าย:

การสร้างวินัยจราจรเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเกิดขึ้นไม่ได้บนฐานของการละเมิดหลักนิติรัฐหากรัฐบาลเลือกใช้วิธีรวบรัดด้วยการยึดป้ายภาษีเป็นตัวประกัน นอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาอุบัติเหตุได้อย่างตรงจุดแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศอย่างน่าเสียดาย

รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว  เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

‘ลูกอมผสมยาแก้ปวด’อีกแล้ว เมื่อกระทรวงพาณิชย์แก้ราคาไข่แพงด้วยการขายไข่เอง

14 ส.ค. 2569

วันแม่ 12 สิงหาคม  ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

วันแม่ 12 สิงหาคม ‘ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง’ ออกจากบ้านของเรา

12 ส.ค. 2569

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย  สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าไม่เปลี่ยน ประเทศก็ป่วย สังคายนาวุฒิสภา องค์กรอิสระ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

7 ส.ค. 2569

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’  มาตรการกวดขันวินัยจราจร  หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

ดาบสองคม ‘ชะลอใบต่อทะเบียน บังคับจ่ายใบสั่ง’ มาตรการกวดขันวินัยจราจร หรือการลิดรอนสิทธิ์บนความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง?

5 ส.ค. 2569

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’  เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย  รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

วิกฤต‘ภาษาไทยไร้ลักษณนาม’ เมื่อการรับอิทธิพลภาษาอังกฤษกำลังทำลาย รหัสพันธุกรรมทางปัญญาของชาติ

31 ก.ค. 2569

ถอดตลับเมตรศีลธรรม  เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

ถอดตลับเมตรศีลธรรม เมื่อ ‘ความละอาย’ คือทางรอดเดียวของบ้านเมือง

29 ก.ค. 2569

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ  ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

อย่ายุบ กยศ. แต่ต้องทำลายวิธีคิดแบบราชการ ผ่าวิกฤต กยศ. พบทางออกที่ยั่งยืน

24 ก.ค. 2569

ล้างบางระบบอุปถัมภ์  เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล...   ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

ล้างบางระบบอุปถัมภ์ เมื่อ ‘ลูกชาวบ้าน’ รับโทษ แต่ ‘คนคุมตั๋ว’ ลอยนวล... ถึงเวลาปฏิวัติระบบสอบไทย!

22 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved