ท่ามกลางข่าวใหญ่การกวาดล้างขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการที่มีการสั่งฟ้องและลงโทษผู้กระทำผิด(จ่ายเงิน)ไป 5,924 ตำแหน่ง สิ่งที่สังคมไทยเห็นร่วมกันไม่ใช่แค่ความโล่งใจที่ระบบได้รับการสะสาง แต่กลับเป็น “ความเจ็บปวดอันขมขื่น” และคำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับมาตรฐานความยุติธรรม
เราเห็นลูกชาวบ้าน คนธรรมดาที่ดิ้นรนยอมจ่ายเงินก้อนสุดท้ายเพื่อซื้ออนาคต ถูกตราหน้าถูกดำเนินคดี และสูญเสียทุกอย่างในชีวิต แต่คำถามคือ “คนรับเงิน” และ “ผู้อุปถัมภ์” ที่อยู่บนยอดพีระมิดหายไปไหนหมด?
กระบวนการยุติธรรมแบบ “เลือกตัดตอน”:ความอยุติธรรมที่เคลือบทอง
ความเลวร้ายของระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย คือการสร้างวัฒนธรรม “คนผิดที่มีเส้น...คือคนไม่ผิด”
กลุ่มคนที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ฝากฝังลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนดัง หรือฝากเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐแบบ “ไร้ร่องรอยเงินสด”มักลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
เพียงเพราะกฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงเนื่องจากไม่มีหลักฐานการโอนเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริง พฤติกรรม “ฝากฝัง” และ “รับฝาก” คือความผิดทางจริยธรรมขั้นร้ายแรงไม่ต่างจากการโกงข้อสอบ ทั้งสองฝ่ายคือเนื้อร้ายที่ร่วมกันปล้นอนาคตของคนเก่งที่ไม่มีเส้นสาย
สำหรับกลุ่มที่ “ฝากฝังสำเร็จแต่หลักฐานกฎหมายเอาผิดไม่ได้” สังคมต้องช่วยกันกดดันผ่านมาตรการทางจริยธรรม เช่น การร้องเรียนไปยังคณะกรรมการจริยธรรมของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมาตรฐานการพิสูจน์ที่ยืดหยุ่นกว่าคดีอาญา
ถ้าภาครัฐจะล้างบางทุจริต แต่กลับลงโทษได้แค่คนตัวเล็กๆ ที่ทิ้งหลักฐานไว้ ส่วนเหล่านักการเมืองบิ๊กข้าราชการ และผู้อุปถัมภ์ยังนั่งเสวยสุขบนเก้าอี้ตัวเดิม นี่ไม่ใช่การปราบโกง แต่เป็นเพียงการ“จัดระเบียบผลประโยชน์” และตบตาประชาชนไปวันๆ เท่านั้น!
ดาบอาญาของรัฐต้องฟันให้ถึงต้นตอต้องเอาผิดทั้งผู้ให้ ผู้รับ และผู้ใช้อำนาจแทรกแซงโดยไม่มีข้อยกเว้น!
3 มาตรการปฏิวัติระบบสอบ: ทลายกำแพงเส้นสายให้สิ้นซาก
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดฝากความหวังไว้กับ “จิตสำนึก” ของคน และหันมาสร้าง“ระบบที่คนโกงไม่ได้”
.jpeg)
ต่อไปนี้คือ 3 ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม จริงจัง และเปลี่ยนผ่านกระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานและเข้าเรียนของประเทศไทยให้โปร่งใส 100%
1. ล้างวิธีการสัมภาษณ์: “จับสลากจับคู่” หน้าห้องสอบ
ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดของระบบอุปถัมภ์คือ “คะแนนสัมภาษณ์” ซึ่งมักถูกใช้เป็นเครื่องมือชุบตัวให้เด็กเส้นที่คะแนนภาคทฤษฎี ความรู้ความเข้าใจ ต่ำต้อย ดุลยพินิจของกรรมการเพียงไม่กี่คนสามารถเปลี่ยนอนาคตคนได้ จึงต้องสร้างระบบใหม่ดังนี้
l เมื่อผู้เข้าสอบมาถึง จะไม่มีใครรู้ว่าตนเองจะได้เข้าห้องไหน ใครคือผู้สอบสัมภาษณ์
l คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์จะถูกเก็บตัว และสุ่มจับสลากหมายเลขห้องก่อนเริ่มสอบเพียง 15 นาที และสอบเสร็จก็ต้องให้คะแนนทันที
l ผลลัพธ์: ผู้อุปถัมภ์ไม่สามารถสั่งการกรรมการล่วงหน้าได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะได้เจอเด็กฝากคนไหน การวิ่งเต้นในชั้นสัมภาษณ์จะกลายเป็นอัมพาตทันที
2. ประกาศคะแนนดิบทุกประเภทสู่สาธารณะ (Total Transparency)
หมดเวลาของยุค “ประกาศแค่รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก” โดยหมกเม็ดคะแนนไว้ในลิ้นชัก ระบบราชการและโรงเรียนชื่อดังต้องกล้าเปิดเผย “คะแนนดิบทุกภาคส่วน” (คะแนนข้อเขียน คะแนนปฏิบัติ คะแนนสัมภาษณ์) ของผู้เข้าสอบทุกคนลงบนระบบออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้
เมื่อคะแนนถูกกางแผ่หลาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต สังคมจะช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีใครที่ได้คะแนนข้อเขียนต่ำติดดิน แต่พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นที่หนึ่งด้วยคะแนนสัมภาษณ์เต็มร้อย หน่วยงานนั้นจะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ การเปิดเผย คือยากันยุงที่ดีที่สุดในการไล่พวกหากินบนความมืด
3. สิทธิในการตรวจสอบ: เปิดข้อสอบและเฉลยคำตอบ
ความโปร่งใสที่แท้จริงคือความกล้าที่จะถูกตรวจสอบ หากผู้เข้าสอบรายใดเกิดความคลางแคลงใจในผลคะแนน ต้องมีกฎหมายรองรับให้พวกเขาสามารถขอดูสมุดคำตอบของตนเอง พร้อมคู่มือการตรวจ (AnswerKey/Rubric) ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก
หากตรวจสอบแล้วพบว่าการตรวจข้อสอบมีความลำเอียง หรือเอนเอียงไปให้ประโยชน์กับผู้ใด คณะกรรมการตรวจข้อสอบต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและทางอาญา
ส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจ
ระบบอุปถัมภ์ไม่ใช่เรื่อง “น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” หรือระบบตอบแทนด้วยบุญคุณส่วนตัว แต่เป็น “มะเร็งร้าย” ที่กัดกินความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ถ้าเรายังปล่อยให้คนไร้ความสามารถคาบคัมภีร์ตระกูลดังเข้ามาบริหารบ้านเมืองในขณะที่คนมีความสามารถต้องหนีไปต่างประเทศเพราะสู้ระบบตั๋วไม่ไหว ประเทศไทยก็ไม่มีวันเจริญ
ลงโทษให้ครบทุกฝ่าย โดยเฉพาะระบบเส้นสายที่ต้องใช้เงิน ล้างบางคนรับเงิน และเปลี่ยนระบบสอบให้โปร่งใส... คืนความยุติธรรมให้ลูกชาวบ้านเดี๋ยวนี้!
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี