วันพุธ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ท่ามกลางข่าวใหญ่การกวาดล้างขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการที่มีการสั่งฟ้องและลงโทษผู้กระทำผิด(จ่ายเงิน)ไป 5,924 ตำแหน่ง สิ่งที่สังคมไทยเห็นร่วมกันไม่ใช่แค่ความโล่งใจที่ระบบได้รับการสะสาง แต่กลับเป็น “ความเจ็บปวดอันขมขื่น” และคำถามตัวโตๆ เกี่ยวกับมาตรฐานความยุติธรรม
เราเห็นลูกชาวบ้าน คนธรรมดาที่ดิ้นรนยอมจ่ายเงินก้อนสุดท้ายเพื่อซื้ออนาคต ถูกตราหน้าถูกดำเนินคดี และสูญเสียทุกอย่างในชีวิต แต่คำถามคือ “คนรับเงิน” และ “ผู้อุปถัมภ์” ที่อยู่บนยอดพีระมิดหายไปไหนหมด?
กระบวนการยุติธรรมแบบ “เลือกตัดตอน”:ความอยุติธรรมที่เคลือบทอง
ความเลวร้ายของระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย คือการสร้างวัฒนธรรม “คนผิดที่มีเส้น...คือคนไม่ผิด”
กลุ่มคนที่ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ฝากฝังลูกหลานเข้าเรียนโรงเรียนดัง หรือฝากเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐแบบ “ไร้ร่องรอยเงินสด”มักลอยตัวอยู่เหนือปัญหา
เพียงเพราะกฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงเนื่องจากไม่มีหลักฐานการโอนเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริง พฤติกรรม “ฝากฝัง” และ “รับฝาก” คือความผิดทางจริยธรรมขั้นร้ายแรงไม่ต่างจากการโกงข้อสอบ ทั้งสองฝ่ายคือเนื้อร้ายที่ร่วมกันปล้นอนาคตของคนเก่งที่ไม่มีเส้นสาย
สำหรับกลุ่มที่ “ฝากฝังสำเร็จแต่หลักฐานกฎหมายเอาผิดไม่ได้” สังคมต้องช่วยกันกดดันผ่านมาตรการทางจริยธรรม เช่น การร้องเรียนไปยังคณะกรรมการจริยธรรมของหน่วยงานนั้นๆ เพื่อให้ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีมาตรฐานการพิสูจน์ที่ยืดหยุ่นกว่าคดีอาญา
ถ้าภาครัฐจะล้างบางทุจริต แต่กลับลงโทษได้แค่คนตัวเล็กๆ ที่ทิ้งหลักฐานไว้ ส่วนเหล่านักการเมืองบิ๊กข้าราชการ และผู้อุปถัมภ์ยังนั่งเสวยสุขบนเก้าอี้ตัวเดิม นี่ไม่ใช่การปราบโกง แต่เป็นเพียงการ“จัดระเบียบผลประโยชน์” และตบตาประชาชนไปวันๆ เท่านั้น!
ดาบอาญาของรัฐต้องฟันให้ถึงต้นตอต้องเอาผิดทั้งผู้ให้ ผู้รับ และผู้ใช้อำนาจแทรกแซงโดยไม่มีข้อยกเว้น!
3 มาตรการปฏิวัติระบบสอบ: ทลายกำแพงเส้นสายให้สิ้นซาก
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหยุดฝากความหวังไว้กับ “จิตสำนึก” ของคน และหันมาสร้าง“ระบบที่คนโกงไม่ได้”
.jpeg)
ต่อไปนี้คือ 3 ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม จริงจัง และเปลี่ยนผ่านกระบวนการคัดเลือกคนเข้าทำงานและเข้าเรียนของประเทศไทยให้โปร่งใส 100%
1. ล้างวิธีการสัมภาษณ์: “จับสลากจับคู่” หน้าห้องสอบ
ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดของระบบอุปถัมภ์คือ “คะแนนสัมภาษณ์” ซึ่งมักถูกใช้เป็นเครื่องมือชุบตัวให้เด็กเส้นที่คะแนนภาคทฤษฎี ความรู้ความเข้าใจ ต่ำต้อย ดุลยพินิจของกรรมการเพียงไม่กี่คนสามารถเปลี่ยนอนาคตคนได้ จึงต้องสร้างระบบใหม่ดังนี้
l เมื่อผู้เข้าสอบมาถึง จะไม่มีใครรู้ว่าตนเองจะได้เข้าห้องไหน ใครคือผู้สอบสัมภาษณ์
l คณะกรรมการสอบสัมภาษณ์จะถูกเก็บตัว และสุ่มจับสลากหมายเลขห้องก่อนเริ่มสอบเพียง 15 นาที และสอบเสร็จก็ต้องให้คะแนนทันที
l ผลลัพธ์: ผู้อุปถัมภ์ไม่สามารถสั่งการกรรมการล่วงหน้าได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะได้เจอเด็กฝากคนไหน การวิ่งเต้นในชั้นสัมภาษณ์จะกลายเป็นอัมพาตทันที
2. ประกาศคะแนนดิบทุกประเภทสู่สาธารณะ (Total Transparency)
หมดเวลาของยุค “ประกาศแค่รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก” โดยหมกเม็ดคะแนนไว้ในลิ้นชัก ระบบราชการและโรงเรียนชื่อดังต้องกล้าเปิดเผย “คะแนนดิบทุกภาคส่วน” (คะแนนข้อเขียน คะแนนปฏิบัติ คะแนนสัมภาษณ์) ของผู้เข้าสอบทุกคนลงบนระบบออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้
เมื่อคะแนนถูกกางแผ่หลาอยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต สังคมจะช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีใครที่ได้คะแนนข้อเขียนต่ำติดดิน แต่พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นที่หนึ่งด้วยคะแนนสัมภาษณ์เต็มร้อย หน่วยงานนั้นจะต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ การเปิดเผย คือยากันยุงที่ดีที่สุดในการไล่พวกหากินบนความมืด
3. สิทธิในการตรวจสอบ: เปิดข้อสอบและเฉลยคำตอบ
ความโปร่งใสที่แท้จริงคือความกล้าที่จะถูกตรวจสอบ หากผู้เข้าสอบรายใดเกิดความคลางแคลงใจในผลคะแนน ต้องมีกฎหมายรองรับให้พวกเขาสามารถขอดูสมุดคำตอบของตนเอง พร้อมคู่มือการตรวจ (AnswerKey/Rubric) ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก
หากตรวจสอบแล้วพบว่าการตรวจข้อสอบมีความลำเอียง หรือเอนเอียงไปให้ประโยชน์กับผู้ใด คณะกรรมการตรวจข้อสอบต้องรับผิดชอบทั้งทางวินัยและทางอาญา
ส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจ
ระบบอุปถัมภ์ไม่ใช่เรื่อง “น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” หรือระบบตอบแทนด้วยบุญคุณส่วนตัว แต่เป็น “มะเร็งร้าย” ที่กัดกินความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ถ้าเรายังปล่อยให้คนไร้ความสามารถคาบคัมภีร์ตระกูลดังเข้ามาบริหารบ้านเมืองในขณะที่คนมีความสามารถต้องหนีไปต่างประเทศเพราะสู้ระบบตั๋วไม่ไหว ประเทศไทยก็ไม่มีวันเจริญ
ลงโทษให้ครบทุกฝ่าย โดยเฉพาะระบบเส้นสายที่ต้องใช้เงิน ล้างบางคนรับเงิน และเปลี่ยนระบบสอบให้โปร่งใส... คืนความยุติธรรมให้ลูกชาวบ้านเดี๋ยวนี้!
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี