วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ในยุคสารสนเทศไร้พรมแดน ภาษาไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุดยุคหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แฝงไว้ด้วยพิษร้ายทางวัฒนธรรม ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลที่สุดในเวลานี้คือ “การล่มสลายของระบบลักษณนาม” ซึ่งเริ่มลุกลามจากพาดหัวข่าวของสื่อมวลชน วงการแปลซับไตเติล สื่อสังคมออนไลน์ จนกลืนกลายเข้ามาสู่ภาษาพูดและภาษาเขียนในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
เราเริ่มเห็นประโยคพิการทางไวยากรณ์อย่าง “เจ้าภาพจัดแข่งขัน5 ชนิดกีฬา”, “ทัพนักกีฬาไทยคว้า3 เหรียญทอง”, “ช่วยเหลือ 3 คนไทยที่ติดค้างในต่างประเทศ” หรือแม้กระทั่งการขายของออนไลน์อย่าง “เปิดจอง 39 สุนัขพันธุ์ดี” และ “สั่ง 3 แก้วน้ำตั้งไว้บนโต๊ะ”
การอุบัติขึ้นของสำนวนเหล่านี้ไม่ใช่ความร่วมสมัย แต่เป็น “ความวิบัติทางภาษา” ที่เกิดจากการลอกเลียนโครงสร้างภาษาอังกฤษ (English Syntax) มาวางทับลงบนภาษาไทยอย่างไร้เดียงสา หากเรายังปล่อยให้กระแสนิยมที่ผิดเพี้ยนนี้ดำเนินต่อไป เอกลักษณ์และความงดงามของภาษาไทยที่สั่งสมมานับร้อยปีจะเสื่อมสลายไปจนหมดสิ้น
รหัสพันธุกรรมของภาษาไทย : ทำไมเราต้องมี“ลักษณนาม”
ในทางภาษาศาสตร์ ภาษาไทยจัดอยู่ในกลุ่ม ภาษาที่มีระบบลักษณนาม (Classifier Language) ซึ่งเป็นระบบที่สะท้อนอัจฉริยภาพและความละเอียดอ่อนในการมองโลกของบรรพบุรุษไทย ระบบนี้มีคุณค่าและประโยชน์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่หลายคนคาดคิด :
● มิติแห่งการจำแนกรูปทรง (VisualizingProperty) : ภาษาไทยไม่ได้มองสิ่งของเป็นเพียงวัตถุแห้งแล้งแต่มองลึกลงไปถึงรูปทรงและธรรมชาติของสิ่งนั้น การใช้คำว่า“เล่ม” กับหนังสือและมีด เพราะสะท้อนถึงการเย็บรวมแผ่นและการมีรูปทรงยาวแหลม การใช้ “ปาก” กับแหหรืออวนเพราะเป็นเครื่องมือที่ต้องอ้าออกรับเหยื่อ หรือการใช้ “องค์”กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงความเคารพสูงส่ง ลักษณนามจึงทำหน้าที่เป็น “ผู้วาดภาพ” ให้ผู้รับสารเห็นรูปทรง สัณฐาน และระดับความสำคัญของวัตถุนั้นทันที
● การขจัดความคลุมเครือ (Disambiguation) :หากเราตัดลักษณนามออกแล้วเขียนแบบภาษาอังกฤษ ความแม่นยำในการสื่อสารจะพังทลายลงทันที ลองเปรียบเทียบคำว่า “กระดาษ 5 แผ่น” (ชิ้นบาง) กับ “กระดาษ 5 รีม”(มัดใหญ่) หรือ “ยา 2 เม็ด” (สำหรับทาน) กับ “ยา 2 ซอง”(สำหรับพกพา) หากเราเขียนตามสมัยนิยมว่า “5 กระดาษ”หรือ “2 ยา” สังคมจะเกิดความสับสนในการสื่อสารอย่างรุนแรง
● ความสละสลวยและความเป็นดนตรี (Aesthetics& Melody) : โครงสร้างแบบ [คำนาม + จำนวน + ลักษณนาม](เช่น คน 3 คน, บ้าน 2 หลัง) เป็นโครงสร้างที่สร้างจังหวะจะโคนในการออกเสียง ทำให้ภาษาไทยมีความลื่นไหล เป็นระเบียบ และมีสุนทรียภาพในตัวเอง
มายาคติการรับอิทธิพลภาษา “ผู้ชนะ” กับข้อเสียที่คาดไม่ถึง
.jpg)
เหตุผลที่สื่อมวลชนและคนรุ่นใหม่นิยมเขียน “5 ชนิดกีฬา”หรือ “3 คนไทย” ส่วนหนึ่งมาจากความมักง่ายในการแปลคำต่อคำจากภาษาอังกฤษ (5 sports, 3 Thais) และอีกส่วนหนึ่งมาจาก “มายาคติลึกๆ ในใจ” ที่มองว่าโครงสร้างภาษาตะวันตกเป็นรูปแบบที่สากล ทันสมัย และกระชับกว่า
อย่างไรก็ตาม การเอาโครงสร้างของภาษาอังกฤษที่ไม่มีลักษณนามมาฝืนยัดเยียดให้ภาษาไทย ก่อให้เกิดข้อเสียร้ายแรง 3 ประการ :
1.ทำลายโครงสร้างทางปัญญาของภาษา : ภาษาอังกฤษใช้ระบบนามนับได้พหูพจน์ (เติม -s/-es) ในการบอกจำนวน ซึ่งเป็นธรรมชาติของเขา แต่ภาษาไทยไม่มีการเปลี่ยนรูปคำ การตัดลักษณนามออกแล้วเอาตัวเลขมาวางหน้าคำนามจึงทำให้ประโยคกลายเป็นภาษาที่พิการ หยาบกระด้าง และขาดความเชื่อมโยง
2.สูญเสียความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม : เมื่อเราเลิกใช้ลักษณนามที่ถูกต้อง คำว่า เล่ม, ตัว, ใบ, สาย, ดวง, ตน, องค์ จะค่อยๆ เลือนหายไปจากสมองของคนรุ่นหลัง สุดท้ายภาษาไทยจะเหลือเพียงโครงสร้างทื่อๆ ที่ลดทอนมิติอันงดงามของโลกให้เหลือเพียงตัวเลขกับคำนามเท่านั้น
3.การยอมจำนนทางวัฒนธรรม (CulturalHegemony) : การปรับภาษาตัวเองให้เลียนแบบชาติอื่นอย่างไร้หลักเกณฑ์ ไม่ใช่ความเจริญ แต่คือความอ่อนแอทางอัตลักษณ์ เป็นการยอมให้ภาษาอื่นเข้ามากลืนกินและทำลายรากเหง้าของตนเอง
สังคมต้องตื่นรู้ หน่วยงานรัฐต้องเลิก “นิ่งดูดาย”
วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ของเหล่านักไวยากรณ์หรือคนรักภาษาโบราณ แต่มันคือเรื่องของ ความมั่นคงทางวัฒนธรรม หากปล่อยไว้ อีกไม่เกินสองทศวรรษ ภาษาไทยจะกลายเป็นเพียง “ภาษาอังกฤษเวอร์ชันคำศัพท์ไทย” ที่ไร้จิตวิญญาณ
สื่อมวลชน : ต้องเป็น “เขื่อนกั้นน้ำเสีย” ไม่ใช่ “ผู้แพร่เชื้อ”
สื่อมวลชน บรรณาธิการข่าว และสำนักข่าวออนไลน์ ต้องหยุดพาดหัวข่าวด้วยสำนวนพิการเพื่อแลกกับความสั้นกระชับหรือยอดคลิก คำว่า “3 คนร้าย”,“5 สายการบิน” ต้องถูกเปลี่ยนกลับมาเป็น “คนร้าย 3 คน” และ “สายการบิน5 สาย” สื่อต้องตระหนักว่าตนเองคือผู้นำทางปัญญาและเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานภาษาของสังคม
ท่าทีที่ควรจะเป็นของ “ราชบัณฑิตยสภา” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่ผ่านมา ราชบัณฑิตยสภา และ กระทรวงวัฒนธรรม มักถูกมองว่าทำงานเชิงรับ ตั้งคณะกรรมการประชุมออกหลักเกณฑ์ที่อยู่แต่ในตำรา แต่ขาดการรุกคืบในโลกความเป็นจริง ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ราชบัณฑิตยสภา และ กระทรวงวัฒนธรรม จำเป็นต้องมีท่าทีที่ “หนักแน่น เชิงรุก และทันเกม” ดังนี้ :
● ออกแถลงการณ์และแนวทางเตือนสติสังคมโดยด่วน : ต้องมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการถึงโทษภัยของสำนวนต่างประเทศ (Translationese) ชนิดนี้ ให้สังคมเข้าใจว่าการเขียนแบบนี้คือ “ความผิดพลาด” ไม่ใช่ “ความทันสมัย”
● สร้างมาตรการความร่วมมือกับสมาคมสื่อ : ควรกำหนดดัชนีชี้วัดหรือมีการมอบรางวัลให้แก่สื่อที่ใช้ภาษาไทยดีเยี่ยม และตักเตือนสื่อที่ละเลยโครงสร้างภาษาไทยอย่างรุนแรง
● ปรับเปลี่ยนชุดสื่อสารให้ทันสมัย : ผลิตคอนเทนต์รูปแบบสั้น (Short-form video) หรืออินโฟกราฟิกที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่ออธิบายความงามและประโยชน์ของลักษณนามให้เห็นภาพชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้คำแนะนำจมอยู่ในหนังสือเล่มหนาที่ไม่มีใครเปิดอ่าน
บทสรุป
ภาษาเป็นสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาได้ แต่ต้องไม่ใช่วิวัฒนาการที่มุ่งไปสู่ความเสื่อมทราม การรักษา “ระบบลักษณนาม” ในภาษาไทย ไม่ใช่เรื่องของการอนุรักษนิยมที่คลั่งไคล้อดีต แต่เป็นการรักษา “เครื่องมือทางปัญญา” ที่ทำให้คนไทยมีวิธีคิดที่ละเอียดอ่อน มีระบบระเบียบ และมีอารยธรรมเป็นของตนเอง
ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในสังคม โดยเฉพาะสื่อมวลชนและหน่วยงานทางนโยบาย จะต้องร่วมมือกันยุติค่านิยม“5 สุนัข 3 แก้วน้ำ” แล้วหันกลับมาส่งเสริม “สุนัข 5 ตัวแก้วน้ำ 3 ใบ” อย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่ภาษาไทยที่งดงามจะเหลือเพียงชื่อในประวัติศาสตร์
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

วัชระพล ชง ครม.สัปดาห์หน้า ขยายนมโรงเรียนถึง ม.3 ดูดซับน้ำนมดิบส่วนเกิน
แพทย์แนะเรื่องต้องรู้! ก่อนตัดสินใจเลิก 'ยานอนหลับ'
เอ็ดดี้ ซัดกลับพวกโลกแคบ หลังคอมเมนต์แรงถึง ฮลุน โซโล่
พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ บำเพ็ญกุศลพิธีกงเต๊ก ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ครีเอเตอร์แนะคนไทยโหลดแอปฯ Thai Consular กดปุ๊บ ส่งตรงถึงสถานทูตปั๊บ!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี