วันพุธ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ในสภาวการณ์ที่หลักฐานเชิงประจักษ์แจ่มชัดต่อสายตาประชาชนว่า ระบบการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ควรจะเป็นเสาหลักแห่งสติปัญญาและการตรวจสอบของประเทศ กลับถูกวางโครงข่าย จัดตั้ง และ “ฮั้ว” กันอย่างเป็นขบวนการ
ภาพความเชื่อมโยงที่ปรากฏคล้ายด่านกลไกสามประสาน: ผู้บงการวางแผนและอุดหนุนทุนทรัพย์ (ที่มีชื่อ หัวหน้าพรรค รัฐมนตรี และ สส. พัวพัน) - ผู้เข้าสู่ตำแหน่ง สว. นับร้อยชีวิต - และกรรมการองค์กรอิสระที่ได้รับการเห็นชอบภายใต้อาณัติ
คำถามที่ดังหึ่มอยู่ในใจของสังคมเวลานี้ ไม่ใช่เพียงคำถามทางกฎหมายว่า “ใครจะถูกลงโทษ?” แต่เป็นคำถามเชิงมนุษยธรรมและจริยธรรม
ที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือ “เรายังหลงเหลือ ‘ความละอายต่อบาป’ ในจิตใจของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะอยู่อีกหรือไม่?”
ทำไม “ความละอาย” จึงเป็นลมหายใจของบุคคลสาธารณะ?
กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญเป็นเพียง “เกราะนอก” ที่คอยตีตารางบังคับ แต่ “หิริ-โอตตัปปะ” (ความละอายและเกรงกลัวต่อความชั่ว) คือ “หัวใจ” ที่ขับเคลื่อนระบบ ศักดิ์ศรีของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะไม่ได้มาจากรถประจำตำแหน่ง หรือคำสรรเสริญในพิธีการ แต่มาจาก ความชอบธรรม(Legitimacy) ที่ประชาชนมอบให้
เมื่อบุคคลสาธารณะไร้ซึ่งความละอาย ย่อมมองอำนาจเป็นเพียงเครื่องมือตักตวงผลประโยชน์ และมองประชาชนเป็นเพียงหมากบนกระดาน แต่ในความเป็นจริง ลึกลงไปในจิตวิญญาณของมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะเคยถลำลึกไปในวังวนแห่งผลประโยชน์เพียงใด ย่อมมีความปรารถนาที่จะเป็น “คนดี” และได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงซ่อนอยู่ ความละอายไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่คือ “เสียงเรียกแห่งสติ” ที่กระตุ้นให้เรากลับมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
สปิริตแห่งการสำนึก : แต่ละฝ่ายควรแสดงความรับผิดชอบอย่างไร?
หากเราเชื่อมั่นว่า “จิตสำนึก” ยังไม่ดับสูญ บุคคลสาธารณะในแต่ละส่วนเครือข่าย ควรกล้าหาญที่จะแสดงออกดังนี้:
1. กลุ่มผู้บริหาร ผู้กำหนดแผน และนักการเมือง (หัวหน้าพรรค, รัฐมนตรี, สส.)
ท่านคือผู้ถือแส้และคุมกุมกลไกการบริหารประเทศ การใช้อำนาจรัฐและทุนทรัพย์เพื่อการครอบงำนิติบัญญัติ คือการทำลายดุลยภาพแห่งอำนาจอย่างร้ายแรงที่สุด
ความละอายที่แท้จริงของท่าน ไม่ใช่การแก้ตัวข้างๆ คูๆ ดำเนินการโจมตีเพื่อด้อยค่าคนออกมาเปิดเผยข้อมูลพร้อมทั้ง ฟ้องปิดปาก
แต่คือการยับยั้งวงจรชั่วร้าย ยุติการแทรกแซง หยุดสั่งการ และกล้าที่จะยอมรับความจริงต่อสาธารณชนว่าระบบนี้มีความผิดพลาดและพร้อมคืนอำนาจเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่บนความถูกต้อง
2. กลุ่มผู้ได้รับการเลือกเป็น สว. (นับร้อยชีวิต)
ท่านอาจเข้าสู่วงจรนี้ด้วยเงื่อนไข ข้อตกลง หรือสายสัมพันธ์ที่ยากจะปฏิเสธในขณะนั้น แต่เมื่อท่านสวมเสื้อครุยแห่งวุฒิสภา ท่านย่อมรู้แก่ใจดีว่า “การได้มา” นั้นสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนหรือไม่
การนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานหรือสมาชิกวุฒิสภาที่ได้มาจากบล็อกโหวต ย่อมทำให้ทุกการยกมือและการอภิปรายของท่านสว.ไร้ซึ่งน้ำหนัก
การแสดงความละอายของ สว. คือการปฏิเสธการเป็น “หุ่นเชิด” หยุดรับฟังคำสั่งจากผู้มีอำนาจ และถอยออกมาเมื่อรู้ว่าตนเองคือส่วนหนึ่งของเงื่อนไขที่ทำลายสภา ทำลายระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
3. กรรมการองค์กรอิสระ
ท่านคือ “ผู้ถือดุลยพินิจสุดท้าย” แห่งความยุติธรรม หากกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งของท่านมีมลทินจากการวิ่งเต้นหรือการตกลงแลกเปลี่ยน ศักดิ์ศรีขององค์กรอิสระทั้งระบบจะพังทลายลงในทันที
ความละอายของท่านคือการไม่ยอมเป็นเกราะคุ้มกันให้ผู้มีอำนาจ ละเว้นจากการลงมติในคดีที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และกล้าที่จะปฏิเสธสัญญามืดทุกฉบับที่เคยทำไว้ สวมวิญญาณของผู้กล้าทำตามหน้าที่ และจิตสำนึกส่วนลึกที่ดีของตน เพื่อสังคมไทยสักครั้ง
หากไร้ซึ่งความละอาย... บ้านเมืองจะเดินไปสู่จุดไหน?
หากผู้ปกครองและบุคคลสาธารณะสิ้นไร้ซึ่งความละอายใจอย่างสมบูรณ์ สังคมไทยจะตกอยู่ในภาวะ “วิกฤตความไว้วางใจ”(Crisis of Trust)
กฎหมายจะกลายเป็นเพียง “กระดาษที่ไร้ความศักดิ์สิทธิ์” เพราะประชาชนจะมองว่ากฎหมายมีไว้ใช้อภิสิทธิ์ชนบังคับคนยากจน
ระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมจะกลายเป็นเครื่องมือรับใช้กลุ่มทุนและฝ่ายการเมือง
ความขัดแย้งในสังคมจะทวีความรุนแรงขึ้น เพราะเมื่อช่องทางตามระบบถูกปิดตายด้วยการฮั้วและการสืบทอดอำนาจ สังคมจะสิ้นหวังและเลือกการปะทะนอกระบบในที่สุด
เสียงเรียกถึง “ผู้กล้า” : โอกาสสุดท้ายในการกอบกู้ศักดิ์ศรี
ประวัติศาสตร์ไม่ได้จารึกชื่อบุคคลจาก “ความยาวนานในการดำรงตำแหน่ง” แต่จารึกจาก “ความกล้าหาญในยามวิกฤต”
ถึงเวลาแล้วที่ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะในระบบฮั้ว สว. ครั้งนี้ - ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายบริหารรัฐ วุฒิสภา ประธานวุฒิสภา หรือองค์กรอิสระ -จะต้องฟังเสียงหัวใจของตนเอง มนุษย์ทุกคนเคยผิดพลาดได้ แต่มีเพียง “ผู้กล้า” เท่านั้นที่กล้ายอมรับและแก้ไข
“การประกาศเจตนารมณ์ ถอดถอนตัวเองและลาออกจากตำแหน่งที่ไม่ชอบธรรม” ไม่ใช่การพ่ายแพ้ทางการเมือง แต่คือการสถาปนาชัยชนะทางจริยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
หากท่านกล้าถอยออกมาจากวงจรนี้ สังคมไทยจะไม่เพียงแค่ลืมความผิดพลาดในอดีตของท่าน แต่จะ “จารึกและให้อภัย” ในฐานะบุรุษและสตรีผู้กล้า ที่ยินดีสละลาภยศตำแหน่งส่วนตน เพื่อกอบกู้และฟื้นฟูจิตวิญญาณของประเทศไทยให้กลับคืนสู่วิถีแห่งความถูกต้องอีกครั้ง
ความละอายใจในวันนี้...คือจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงในวันหน้า
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

ชาคริต-แอน แทบช็อก! น้องโพธิ์ ป่วยหนักเป็นเคสหายาก 3 โรคซ้อน
นายกฯ-ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
SEC Watch ประกาศชุมนุม 4 ส.ค.นี้ หลัง อนุทิน เบี้ยวข้อตกลงแลนด์บริดจ์-แผนแม่บทพัฒนาภาคใต้
ญี่ปุ่นเร่งกู้ภัย! คาดเหยื่อเสียชีวิตจำนวนมากในห้างดัง หลังแผ่นดินไหวรุนแรง
ทภ.1 นำมวลชน-นร.-นศ. รวมพลังความจงรักภักดี เฝ้ารับเสด็จฯ และร่วมพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี