เมื่อดอกมะลิถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรักของแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเรามักจะได้ยินคำอวยพรภาพความอบอุ่น และบทเพลงชื่นชมความเสียสละของแม่ดังระงมไปทั่วทุกพื้นที่
แต่หากเราลองมองผ่านฉากหน้าอันงดงาม แล้วหันมาส่องสว่างในมุมมืดของสังคมไทยยุคปัจจุบัน เราจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า “บ้าน” ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็น “สมรภูมิแห่งความรุนแรง” ที่แม่และเด็กจำนวนมากต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
1. วงจรอุบาทว์: จากพ่อตีแม่ พ่อแม่ตีลูก สู่เมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง
ข่าวคราวความรุนแรงในสังคมไทยทุกวันนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเรามักเห็นการใช้อารมณ์ ทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นรายวัน
คำถามคือ ความรุนแรงเหล่านี้เริ่มมาจากไหน?
คำตอบส่วนใหญ่มักซ่อนอยู่ใน “บ้าน” นั่นเอง
[ พ่อทำร้ายแม่ / พ่อแม่ตีลูก ]
[ ลูกเรียนรู้ว่า “ความรุนแรงคือทางออก” ]
[ เมล็ดพันธุ์ความรุนแรงฝังลึกในใจ ]
[ เติบโตไปส่งต่อความรุนแรงสู่สังคม ]
ภาพที่พ่อลงมือตีแม่ หรือพ่อแม่ใช้อารมณ์ทุบตีลูกโดยอ้างว่า “รักหรอกจึงสั่งสอน”ไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัว แต่มันคือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง ลงไปในหัวใจของเด็กโดยไม่รู้ตัว
เด็กที่เติบโตมาในบรรยากาศเช่นนี้จะซึมซับและเกิดความคุ้นเคย คิดว่าการลงไม้ลงมือและการใช้กำลังคือเรื่องปกติ เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยอมรับได้ เมล็ดพันธุ์พิษนี้จะค่อยๆ เติบโตงอกงาม และเมื่อเด็กเหล่านี้ออกไปเผชิญโลกภายนอก ความรุนแรงที่ถูกฝังไว้จะระเบิดออกในรูปแบบที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม กลายเป็นการส่งต่อความเจ็บปวดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
2. รื้อกรอบ “ความเป็นพ่อ-แม่”:เลิกใช้ความรักเป็นข้ออ้างในการลงมือ
หลายครั้งที่ความรุนแรงถูกซุกไว้ใต้พรมด้วยคำว่า “หน้าที่” หรือ “ความหวังดี”
l แม่ มักถูกสังคมกดดันให้ต้อง “อดทนเพื่อลูก” ยอมถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจากสามี เพียงเพราะไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก หรือถูกมองว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี
.jpeg)
l พ่อ มักถูกปลูกฝังให้เป็นผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาด และบ่อยครั้งที่การแสดงออกถึงความรักหรือการสลายความตึงเครียดทำไม่เป็น จึงปลดปล่อยความเครียดออกมาเป็นความรุนแรงในบ้าน
แท้จริงแล้ว บทบาทของพ่อและแม่อาจมีความแตกต่างกันตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่ไม่ควรรวมอยู่ในบทบาทของใครเลย คือ “สิทธิในการทำร้ายคนอื่น”
ความเป็นแม่และพ่อที่แท้จริง ไม่ใช่การใช้อำนาจกดทับ หรือการตบตีเพื่อดัดนิสัย แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กันและกัน แม่ไม่ควรต้องเสียสละจนกลายเป็นเหยื่อ และพ่อก็ไม่ควรใช้ความเป็นผู้นำมาเป็นตั๋วช้างในการทำร้ายคนในครอบครัว
3. ออกแบบชีวิตครอบครัวใหม่:ถอดสลักความรุนแรงเพื่อสังคมที่ดีกว่า
หากเราอยากเห็นสังคมไทยปลอดภัยและนุ่มนวลขึ้น การแก้ปัญหาไม่ได้เริ่มที่ใครอื่น แต่เริ่มที่การ “ถอดสลักความรุนแรงในบ้าน” ผ่านการร่วมกันออกแบบชีวิตจริงอย่างสร้างสรรค์:
❑ เปลี่ยน “กำปั้น” เป็น “ความเข้าใจ” (Positive Parenting)
หยุดวาทกรรม “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”ครอบครัวยุคใหม่ต้องรับฟังอารมณ์ของลูก สื่อสารด้วยเหตุผล และตั้งขอบเขตด้วยความเคารพ เพื่อหยุดการฉีดวัคซีนความรุนแรงเข้าสู่ตัวเด็ก
❑ พ่อและแม่คือ “คู่หู” ไม่ใช่“ผู้ปกครองกับผู้น้อย”
แบ่งปันภาระการเลี้ยงดู รับฟัง และช่วยกันแบกรับความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน เมื่อพ่อแม่จับมือกันเป็นทีม ความกดดันในบ้านจะลดลง โอกาสที่จะใช้อารมณ์ใส่กันและใส่ลูกก็จะน้อยลงตามไปด้วย
❑ สังคมและรัฐต้องไม่เป็นเพียง“ผู้เฝ้ามอง”
ความรุนแรงในบ้าน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว สังคมต้องหยุดมองข้าม และรัฐต้องมีระบบช่วยเหลือ เหยื่อต้องเข้าถึงศูนย์พักพิงที่ safe จริงมีบริการดูแลสุขภาพจิต และมีกฎหมายคุ้มครองที่พึ่งพาได้ เพื่อให้แม่และเด็กมีทางออก ไม่ต้องทนอยู่ในวงจรอุบาทว์นั้นอีกต่อไป
บทสรุป
วันแม่ปีนี้ หากเราอยากจะมอบของขวัญที่มีค่าที่สุดให้แก่กันและกัน คงไม่ใช่แค่ดอกมะลิช่อโตกอดและกราบแม่ พาแม่ไปกินข้าวนอกบ้าน หรือคำหวานบนโลกโซเชียลเท่านั้น
แต่คือการตั้งใจ “ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง” ออกจากบ้านของเรา เปลี่ยนพื้นที่แห่งความเจ็บปวดให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นไปเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นอย่างแท้จริง
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี