วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อดอกมะลิถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความรักของแม่ในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปีเรามักจะได้ยินคำอวยพรภาพความอบอุ่น และบทเพลงชื่นชมความเสียสละของแม่ดังระงมไปทั่วทุกพื้นที่
แต่หากเราลองมองผ่านฉากหน้าอันงดงาม แล้วหันมาส่องสว่างในมุมมืดของสังคมไทยยุคปัจจุบัน เราจะพบความจริงที่น่าตกใจว่า “บ้าน” ซึ่งควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด กลับกลายเป็น “สมรภูมิแห่งความรุนแรง” ที่แม่และเด็กจำนวนมากต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
1. วงจรอุบาทว์: จากพ่อตีแม่ พ่อแม่ตีลูก สู่เมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง
ข่าวคราวความรุนแรงในสังคมไทยทุกวันนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเรามักเห็นการใช้อารมณ์ ทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่คดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นรายวัน
คำถามคือ ความรุนแรงเหล่านี้เริ่มมาจากไหน?
คำตอบส่วนใหญ่มักซ่อนอยู่ใน “บ้าน” นั่นเอง
[ พ่อทำร้ายแม่ / พ่อแม่ตีลูก ]
[ ลูกเรียนรู้ว่า “ความรุนแรงคือทางออก” ]
[ เมล็ดพันธุ์ความรุนแรงฝังลึกในใจ ]
[ เติบโตไปส่งต่อความรุนแรงสู่สังคม ]
ภาพที่พ่อลงมือตีแม่ หรือพ่อแม่ใช้อารมณ์ทุบตีลูกโดยอ้างว่า “รักหรอกจึงสั่งสอน”ไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัว แต่มันคือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง ลงไปในหัวใจของเด็กโดยไม่รู้ตัว
เด็กที่เติบโตมาในบรรยากาศเช่นนี้จะซึมซับและเกิดความคุ้นเคย คิดว่าการลงไม้ลงมือและการใช้กำลังคือเรื่องปกติ เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ยอมรับได้ เมล็ดพันธุ์พิษนี้จะค่อยๆ เติบโตงอกงาม และเมื่อเด็กเหล่านี้ออกไปเผชิญโลกภายนอก ความรุนแรงที่ถูกฝังไว้จะระเบิดออกในรูปแบบที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม กลายเป็นการส่งต่อความเจ็บปวดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
2. รื้อกรอบ “ความเป็นพ่อ-แม่”:เลิกใช้ความรักเป็นข้ออ้างในการลงมือ
หลายครั้งที่ความรุนแรงถูกซุกไว้ใต้พรมด้วยคำว่า “หน้าที่” หรือ “ความหวังดี”
l แม่ มักถูกสังคมกดดันให้ต้อง “อดทนเพื่อลูก” ยอมถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจจากสามี เพียงเพราะไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก หรือถูกมองว่าเป็นแม่ที่ไม่ดี
.jpeg)
l พ่อ มักถูกปลูกฝังให้เป็นผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาด และบ่อยครั้งที่การแสดงออกถึงความรักหรือการสลายความตึงเครียดทำไม่เป็น จึงปลดปล่อยความเครียดออกมาเป็นความรุนแรงในบ้าน
แท้จริงแล้ว บทบาทของพ่อและแม่อาจมีความแตกต่างกันตามธรรมชาติ แต่สิ่งที่ไม่ควรรวมอยู่ในบทบาทของใครเลย คือ “สิทธิในการทำร้ายคนอื่น”
ความเป็นแม่และพ่อที่แท้จริง ไม่ใช่การใช้อำนาจกดทับ หรือการตบตีเพื่อดัดนิสัย แต่คือการสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย” ให้กันและกัน แม่ไม่ควรต้องเสียสละจนกลายเป็นเหยื่อ และพ่อก็ไม่ควรใช้ความเป็นผู้นำมาเป็นตั๋วช้างในการทำร้ายคนในครอบครัว
3. ออกแบบชีวิตครอบครัวใหม่:ถอดสลักความรุนแรงเพื่อสังคมที่ดีกว่า
หากเราอยากเห็นสังคมไทยปลอดภัยและนุ่มนวลขึ้น การแก้ปัญหาไม่ได้เริ่มที่ใครอื่น แต่เริ่มที่การ “ถอดสลักความรุนแรงในบ้าน” ผ่านการร่วมกันออกแบบชีวิตจริงอย่างสร้างสรรค์:
❑ เปลี่ยน “กำปั้น” เป็น “ความเข้าใจ” (Positive Parenting)
หยุดวาทกรรม “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”ครอบครัวยุคใหม่ต้องรับฟังอารมณ์ของลูก สื่อสารด้วยเหตุผล และตั้งขอบเขตด้วยความเคารพ เพื่อหยุดการฉีดวัคซีนความรุนแรงเข้าสู่ตัวเด็ก
❑ พ่อและแม่คือ “คู่หู” ไม่ใช่“ผู้ปกครองกับผู้น้อย”
แบ่งปันภาระการเลี้ยงดู รับฟัง และช่วยกันแบกรับความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน เมื่อพ่อแม่จับมือกันเป็นทีม ความกดดันในบ้านจะลดลง โอกาสที่จะใช้อารมณ์ใส่กันและใส่ลูกก็จะน้อยลงตามไปด้วย
❑ สังคมและรัฐต้องไม่เป็นเพียง“ผู้เฝ้ามอง”
ความรุนแรงในบ้าน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว สังคมต้องหยุดมองข้าม และรัฐต้องมีระบบช่วยเหลือ เหยื่อต้องเข้าถึงศูนย์พักพิงที่ safe จริงมีบริการดูแลสุขภาพจิต และมีกฎหมายคุ้มครองที่พึ่งพาได้ เพื่อให้แม่และเด็กมีทางออก ไม่ต้องทนอยู่ในวงจรอุบาทว์นั้นอีกต่อไป
บทสรุป
วันแม่ปีนี้ หากเราอยากจะมอบของขวัญที่มีค่าที่สุดให้แก่กันและกัน คงไม่ใช่แค่ดอกมะลิช่อโตกอดและกราบแม่ พาแม่ไปกินข้าวนอกบ้าน หรือคำหวานบนโลกโซเชียลเท่านั้น
แต่คือการตั้งใจ “ถอนเมล็ดพันธุ์แห่งความรุนแรง” ออกจากบ้านของเรา เปลี่ยนพื้นที่แห่งความเจ็บปวดให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตขึ้นไปเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความรักที่จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นอย่างแท้จริง
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

วรศิษฎ์ สวน ทวี ยันไม่ได้ยื้อตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ ข้อมูลกว่า 3 แสนคนอยู่ระหว่างส่ง ป.ป.ช. ย้ำไม่ปกป้องใคร
ปกรณ์ จ่อหารือ กรมการปกครอง-กฤษฎีกา แก้พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ
สุชาติ เด้งรับ นโยบายห้ามพกปืน รับมีหลายกระบอก แต่เป็นของสะสม-เล่นกีฬา ตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่ง
ต้อนรับวันแม่ ช่อง 7HD พาเปิดหัวใจคนดัง ในวันที่ฉันเป็นแม่ บอกเล่าเรื่องราวความรัก และแรงบันดาลใจ
ศุภชัย ซัดกลับ สาทิตย์ กางข้อกฎหมายไขปมโจรขึ้นบ้าน ผิดหรือไม่ผิดไปพิสูจน์ในศาล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี