** แม้สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ “สหรัฐอเมริกา” และ “จีน” อาจจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือการแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ย้ายสนามแข่งขันจากกำแพงภาษีเป็นการแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ แม้จะเป็นความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย แต่ก็ถือเป็น “โอกาส” สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ 3 ปีจากนี้ไป ถูกมองเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐฯ เร่งลดการพึ่งพาจีน ขณะที่จีนเดินหน้าสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ สร้างสมดุลใหม่ของการค้าโลก
ช่วง 3 ปีข้างหน้า จึงเป็นเวลาที่ SME ไทยต้องเร่งวางหมาก เพื่อคว้าโอกาสก่อนเกมการค้าโลกจะเปลี่ยนไป สนามแข่งใหม่ ไม่ใช่การตอบโต้กันด้วยกำแพงภาษีที่สูงกว่า 100% อีกแล้ว เพราะการพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ทำให้อัตราภาษีลดลงอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญคือ ในระยะกลางและระยะยาวทั้งสองประเทศยังเดินหน้าลดการพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ซึ่งหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของจีนคือ การครองกำลังการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธกว่า 90% ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมความมั่นคง แต่ข้อได้เปรียบนี้หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นเพียงความได้เปรียบอีกไม่กี่ปีข้างของช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะหลายประเทศกำลังเร่งสร้างห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธทางเลือกของตนเอง ทำให้จีนต้องเร่งสร้าง "ไพ่ใบใหม่" ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีแห่งอนาคต
เกมการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในวันนี้ขยายวงกว้างจากการค้าไปสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะจีนกำลังเร่งลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติอย่างจริงจัง ปัจจุบันมีบริษัทหุ่นยนต์มากกว่า 190,000 แห่ง และมีบริษัทเกิดขึ้นใหม่เฉพาะในปี 2024 ปีเดียวมีมากถึงกว่า 44,000 แห่ง นอกจากนี้ จีนยังเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกหลายด้าน ทั้ง Quantum Technology, Brain-Computer Interface, 6G, พลังงานแห่งอนาคต และ Biomanufacturing ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพนี้นับเป็นตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพปฏิวัติการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยา วัสดุใหม่ และพลังงานสะอาด นวัตกรรมทั้งหมดนี้จึงกำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างต้นทุนอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างสิ้นเชิง
อีกปรากฏการณ์ที่มาเปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าคือ “ทุนจีน” จำนวนมากเร่งปรับกลยุทธ์และขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศจำนวนมาก ภายใต้แรงกดดันของการแข่งขันภายในประเทศ และกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงกระแสต่อต้านสินค้าจีนในหลายตลาด โดยรูปแบบที่เห็นได้ชัด ได้แก่ 1. ส่งออกวัตถุดิบและชิ้นส่วนไปประกอบในประเทศปลายทาง 2. ร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น 3. ใช้อาเซียนเป็นฐานการผลิตและส่งออกสู่ตลาดตะวันตก
การบุกของทุนจีนเป็นดาบสองคมมีทั้ง “โอกาส” และ “การแข่งขัน” SME ไทย ต้องอ่านให้ออก โดยด้านหนึ่งเป็นโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี เครื่องจักร และวัตถุดิบที่มีต้นทุนแข่งขันได้มากขึ้น แต่อีกด้านคือ แรงกดดันมหาศาล ต้องรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้าจีนราคาถูกเข้ามาตีตลาด
4 ความเสี่ยงสำคัญที่ SME ต้องจับตา 1. การพึ่งพาจีนสูง: ปัจจุบัน SME ไทยนำเข้าสินค้าจากจีนราว 50% ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณากระจายแหล่งจัดหาสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว 2. ความผันผวนของค่าเงิน: กำไรของธุรกิจอาจหายไปหากค่าเงินมีความผันผวนหนัก จึงต้องมีการวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับรูปแบบรายรับและรายจ่ายของธุรกิจ 3. ทิศทางดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1% ต่ำกว่าสหรัฐฯ ที่สูงราว 3.5% ถือเป็นช่วงที่ต้นทุนการเงินยังเอื้อต่อการลงทุน ผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจจึงควรใช้โอกาสนี้พิจารณาการลงทุน ควบคู่กับการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม 4. การเติบโตของเศรษฐกิจไทย: คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.5% ในขณะที่เศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.7% และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงถึง 87% ของ GDP การหวังพึ่งพากำลังซื้อในบ้านอาจไม่เพียงพอ ทำให้การมองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าและตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต
โจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในวันนี้ คือการสร้างธุรกิจให้ “เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” เพราะในโลกการค้ายุคใหม่ ผู้ชนะอาจไม่ใช่ธุรกิจที่แข็งแรงที่สุด แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด จากนี้ไปอีก 3 ปี คือช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่กติกาเศรษฐกิจใหม่ ทั้งการแยกตัวของห่วงโซ่อุปทาน การปฏิวัติ AI และเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงการขยายบทบาททางเศรษฐกิจของจีนในอาเซียน ผู้ประกอบการที่พร้อมกระจายความเสี่ยง เปิดรับความร่วมมือใหม่ และใช้เทคโนโลยีเข้ามายกระดับธุรกิจ จะสามารถเปลี่ยนแรงกระแทกจากความผันผวนให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน
ในโลกการค้า 2569 แม้จะมีปัจจัยนอกต่าง ๆ ที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ การทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างรอบด้านและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ “ความพร้อม” และ “ความยืดหยุ่น” คือ แต้มต่อสำคัญของ SME ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือทางการเงินหลากหลายมิติที่เข้ามาช่วยปิดความเสี่ยงและสร้างโอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้สกุลเงินท้องถิ่น: การชำระเงินหยวนโดยตรงกับคู่ค้าจีน เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน บัญชีหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Account): ช่วยจัดการรายรับ-รายจ่ายต่างประเทศได้อย่างยืดหยุ่นในบัญชีเดียว การป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า: การล็อกต้นทุนหรือรายรับค่าเงินล่วงหน้าเพื่อคงกำไรของธุรกิจ สินเชื่อเพื่อ SME โดยเฉพาะ: เติมสภาพคล่องด้วยโครงสร้างทางการเงินที่ออกแบบมาให้สอดรับกับความผันผวน
ช่วงเวลา 3 ปีทองจากนี้ กติกาเศรษฐกิจกำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ที่พร้อม การมีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและการปรับตัวที่รวดเร็ว จะเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนความผันผวนของโลกให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมั่นคง
** finbiz by ttb **

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี