วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
** การลงทุนที่จะสร้างธุรกิจทุกวันนี้มีแค่”เงินลงทุน”อย่างเดียวไม่ได้...แต่มันมีองค์กระกอบอื่นมากมายที่ต้องให้สอดรับกับบริบทของสังคมและบริบทของธุรกิจที่เปลี่ยนไปและเปลี่ยนเร็วด้วย...ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาว่ากันว่าสินค้าตัวไหนจะปังนอกจากคุณภาพสินค้าต้องดีต้องมี content…แต่มาถึงนาทีนี้...การสร้างธุรกิจ การสร้าง content ในวันนี้ ไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพของสินค้า หรือ content แต่ยังวัดกันที่ “ความสามารถในการสร้างความเชื่อมั่น” และ “การสื่อสารตัวตน” ที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ในระยะยาว
ด้วยแนวคิดดังกล่าว บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ร่วมกับสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จึงจัดเวที SME x Influencer ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “PROUD TO BE MINE, MY SME เพราะแบรนด์ที่เติบโตในยุคนี้ คือแบรนด์ที่กล้าเป็นตัวเอง” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ที่ประสบความสำเร็จ ให้ผู้ประกอบการ SME อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ได้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเอง
ตลอดเวทีสัมมนา ผู้เข้าร่วมได้รับมุมมองสำคัญจาก วิว-วรรณรท สนธิไชย เจ้าของแบรนด์ VBrand, แบงค์กิ-ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII และ ไอซ์-ณภัทร ศิลาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Commerce ซึ่งต่างสะท้อนตรงกันว่า การสร้างแบรนด์ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้เริ่มต้นจากการใช้งบโฆษณาจำนวนมาก แต่เริ่มจากการค้นหาตัวตน เข้าใจผู้บริโภค และสื่อสารอย่างจริงใจจนเกิดความไว้วางใจ
ในฐานะนักแสดงที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน วิว-วรรณรท สนธิไชย เล่าถึงแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอาง VBrand (วีแบรนด์) ว่า เส้นทางการเติบโตตลอด 9 ปี ของ VBrand เริ่มต้นจาก Passion ความชอบส่วนตัวเรื่องการแต่งหน้า ถ่ายคลิปแต่งหน้าลงช่องไปเรื่อยๆ แล้วเกิดความผูกพันกับกลุ่มคนดู ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าเราทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางได้ จึงหยิบ Pain Point ในวัยเรียนที่เด็กๆ มักจะแอบทา “ติ๊นท์” (Tint) ด้านในริมฝีปาก สู่การพัฒนาเป็นสินค้าชิ้นแรกในชื่อ “VTint” วางขายครั้งแรกในเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากด้วยแนวคิดง่ายๆ “สวยได้แบบไม่ต้องจ่ายแพง” ขณะเดียวกัน วิวยังมองว่า การทำการตลาดในยุคที่เทรนด์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคผ่านคอนเทนต์ที่จริงใจ สนุก และสอดแทรกสาระ โดยไม่เน้นการขายแบบฮาร์ดเซลล์ แต่ปล่อยให้สินค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ผู้ชมอยากติดตาม
“คนติดตามช่องเราไม่ได้แค่ซื้อสินค้า แต่ซื้อเพราะเชื่อใจในเจ้าของแบรนด์ ดังนั้นการสร้าง Personal Branding ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่คือการสื่อสารตัวตนที่แท้จริง และ Passion ที่เราต้องการจะทำจริงๆ วิวจึงต้องทำคอนเทนต์ที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ ใช้จริง อินจริง เพราะผู้บริโภคในยุคนี้ต้องการความเรียลและความจริงใจจากแบรนด์ จนทำให้ผู้บริโภคกล้าเปิดใจทดลองใช้สินค้าจริง” วิว วรรณรท กล่าว
ปัจจุบัน VBrand มีสินค้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ ทั้งหมด 4 รายการ ได้แก่ VTint, VEyebrow, VEyeliner และ VMascara ได้รับการตอบรับทั้งจากคนไทยและแฟนคลับชาวต่างชาติ มีหลายคนถามว่าทำไมขายแค่ในเซเว่นฯ ไม่ส่งออกต่างประเทศบ้าง ด้วยความที่เธอเป็นลูกค้าประจำของเซเว่นฯ และต้องเดินทางถ่ายทำละครทั่วประเทศ ชอบความสะดวก เข้าถึงง่าย จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกที่จะนำสินค้าเข้าวางจำหน่ายในเซเว่นฯ เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยมีทีมงาน 7-Eleven ร่วมพัฒนาตรวจสอบและทดลองใช้สินค้าจริง
แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย จากเด็กวัดที่เริ่มต้นจากศูนย์ หาเงินตั้งแต่ยังเด็ก ชื่นชอบการกินสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์สาย Foodie แถวหน้าของไทยที่มีผู้ติดตามรวมกว่า 20 ล้านคน แบงค์กิ –ทินกร ศรีวิชัย เจ้าของช่อง BANKII มองว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ชมไม่ได้เลือกติดตามเพียงเพราะคอนเทนต์ แต่เลือกติดตาม “ตัวตน” ของผู้สร้างคอนเทนต์มากกว่า ดังนั้นการยัดเยียดการขายแบบฮาร์ดเซลล์จึงไม่ใช่คำตอบ เพราะหากเนื้อหาไม่น่าสนใจ ผู้ชมก็พร้อมเลื่อนผ่านภายในไม่กี่วินาที
แบงค์กิ แนะนำว่า คอนเทนต์ที่ดีต้องดึงความสนใจให้ได้ตั้งแต่ 1-2 วินาทีแรก พร้อมทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจอสไตล์ของตัวเอง วาง Storytelling ให้คอนเทนต์น่าติดตามต่อ และวางเป้าหมายให้ชัดว่าตัวตนคือแบบไหน แล้วอยากให้คนจดจำเราในแบบไหน เพราะทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพยายามเลียนแบบใคร ไม่ต้องพยายามตลก แต่ควรหยิบความเชี่ยวชาญของตัวเองมาสร้างจุดเด่น เพราะคอนเทนต์อาจทำให้คนรู้จัก แต่ Personal Branding ความเป็นตัวตนของเราจะทำให้ผู้ติดตามอยู่กับเราในระยะยาว
ในช่วงท้ายของการเสวนา ไอซ์-ณภัทร ศิลาพันธ์ กรรมการผู้จัดการ จาก THE LEMON SHOT ได้แชร์ประสบการณ์จริงจากเส้นทางการสร้างแบรนด์และการเติบโตบนโลก Social Commerce ที่ต้องเข้าใจ Insight ของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ว่า การตลาดในปี 2026 เปลี่ยนเข้าสู่ยุค Hyper-Personalization อย่างเต็มรูปแบบ ผู้บริโภคแต่ละคนเสพคอนเทนต์แตกต่างกันตามอัลกอริทึม ทำให้การตลาดแบบหว่านในวงกว้างไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป แต่กลับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SME ที่สามารถสร้างแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบโฆษณาจำนวนมาก หากเข้าใจผู้คน พูดอย่างจริงใจ สร้าง Community ที่ชัดเจน และสื่อสารอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสเติบโตได้เช่นเดียวกับแบรนด์ใหญ่
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่า การเติบโตของแบรนด์ในยุคดิจิทัล ควรเชื่อมโยงการทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน Tiktok มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้ สร้างกระแสและสร้างยอดขายไปพร้อมกัน ขณะที่ร้านเซเว่นฯ เป็นจุดสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้า ผ่านสินค้าขนาดทดลองหรือขนาดพกพาที่เข้าถึงง่าย ช่วยลดข้อจำกัดในการตัดสินใจซื้อ และยังเป็นหน้าร้านที่ช่วยสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ในวงกว้าง รวมถึงต่อยอดโอกาสสู่ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อีกด้วย
** กระบองเพชร**

‘ฟ้าขาว’โกงความตาย!ตามอียิปต์สองลูก-เมสซี่ยิง-รัวแซงทดเจ็บ3-2
สว.วีระพันธ์ เปิดคำต่อคำ กับ 9 คำถามที่ สปสช. ตอบ เรื่องฮอร์โมนข้ามเพศ
ใครใกล้หมดถัง อดใจรอ! พรุ่งนี้ราคาน้ำมันลงแรง เบนซินลด 2.51 บาท ดีเซลลด 2.56 บาท
เผยเส้นทาง 'ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร' เริ่มจากข่าวกรอง ผ่านงานโชกโชน ก่อนนั่งเก้าอี้ปลัด ก.ยุติธรรม
เจ้าชายแฮร์รี่ ล้มยักษ์ไม่ลง! พ่ายแพ้ราบคาบคดีประวัติศาสตร์ฟ้องบิ๊กสื่อ หลังสู้ยิบตาเพื่อเมแกน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี