** ปัจจุบันมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยเติบโตจากประมาณ 20,000 ล้านบาทในปี 2558 สู่ระดับกว่า 50,000 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่ประเทศไทยมีโรงงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมนี้กว่า 267 แห่ง โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม 152 แห่ง หรือคิดเป็นราว 57% ของทั้งระบบ สะท้อนถึงความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศในการรองรับการเติบโตระยะต่อไป
.jpg)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ระบุว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศกำลังก้าวจากบทบาทด้านความมั่นคงสู่การเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย โดยมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การจ้างงาน และการส่งออก ควบคู่กับการเสริมความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ
จากมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดความร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐขึ้นจนนำไปสู่การจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศครั้งแรกของไทยภายใต้ชื่อ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เพื่อความมั่นคงและการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับกระทรวงกลาโหม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เชื่อมโยงงานวิจัย สู่ภาคการผลิต สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศสู่ระดับสากล
.jpg)
การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และ ภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะขับเคลื่อนการพัฒนาใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถผลิตชิ้นส่วน วัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้ตามมาตรฐานสากล 2. การยกระดับมาตรฐานการผลิตและระบบทดสอบรับรองผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรม 3. การผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเทคโนโลยีของไทย และ 4. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งในประเทศและระดับสากล
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้รับมอบหมายในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและยกระดับขีดความสามารถในการผลิต และวิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งจะช่วยทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงได้ด้วยศักยภาพของตนเองอย่างแท้จริง
.jpg)
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) มองว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะยกระดับสู่การเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต โดยมีการใช้แรงงาน วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) ซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่จะช่วยเป็นทางรอดให้กับอุตสาหกรรมไทยอีกทางหนึ่ง โดยดีพร้อมได้ผลักดันและสนับสนุนผู้ประกอบการบางรายที่เป็นอุตสาหกรรมเดิม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนยานยนต์ให้มีโอกาสในการปรับเปลี่ยน (Transform) ไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ การสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยกันเอง ซึ่งการที่ภาครัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างจะเป็นปัจจัยกระตุ้นจากอุตสาหกรรมเดิมให้ไปสู่อุตสาหกรรมใหม่จะทำให้กลุ่ม SMEs ได้มีมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตชิ้นส่วน (Tier)ต่างๆและเป็นซัพพลายเชน (Supply Chain) ที่สำคัญให้กับอุตสาหกรรม และทำให้กลุ่มชิ้นส่วนเกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งมั่นใจได้ว่าผลิตโดยคนไทย ใช้วัตถุดิบของไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยถือเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน โดยมีศักยภาพในการผลิตและส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเอกชนไทย คือ บริษัท ชัยเสรีเม็ททอลแอนด์รับเบอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์และยานเกราะที่มีชื่อเสียงระดับโลก ดังนั้นไทยจึงมีความพร้อมสามารถเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในภูมิภาคได้อย่างแน่นอน โดยที่ผ่านมาดีพร้อมเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการในการพัฒนาชิ้นส่วนเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโดรน หรือระบบแอนตี้โดรน (Anti-Drone) ซึ่งในช่วงสงครามที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อใช้ในสถานที่จริง รวมถึงร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมในการทดลองใช้รองเท้าป้องกันการ เหยียบระเบิด และชุดพยุง (Exoskeleton) ให้กับกลุ่มทหารในการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ในสมรภูมิ
.jpg)
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผ้ากันรังสี ซึ่งตามปกติจะมีเทคโนโลยีอินฟราเรดในการตรวจจับ ก็ได้มีการพัฒนาผ้าคลุมไว้ เพื่อให้มีอุณหภูมิที่เย็นลง เพื่อป้องกันการตรวจจับพบรังสีอินฟราเรดช รวมทั้งยังมีการพัฒนาบังเกอร์ ซึ่งได้มีการทดสอบการใช้งานจริง โดยเป็นรูปแบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันตามความต้องการใช้ของแต่ละภารกิจและหน่วยงาน
จากทิศทางดังกล่าวจะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการบูรณาการระหว่างการลงทุนของภาครัฐ การส่งเสริมผู้ประกอบการภายในประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิต ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไทยในตลาดโลก
** กระบองเพชร**
.jpg)
.jpg)
.jpg)

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี