การออกมาขอโทษของ อ.วีระ ธีรภัทร กรณีข้อมูลเกี่ยวกับที่พักในอุทยานแห่งชาติฯที่คลาดเคลื่อน นับเป็นเรื่องที่สังคมควรรับฟังและให้คุณค่า เพราะในยุคที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกปฏิเสธความรับผิดชอบ หรือพยายามหาคำอธิบายเพื่อรักษาภาพลักษณ์ การยอมรับว่าตนเองเข้าใจผิด และกล่าวคำขอโทษต่อสาธารณะถือเป็นสิ่งที่ควรได้รับการชื่นชม
การยอมรับความผิดพลาด ไม่ได้ทำให้ผู้พูดด้อยค่าลง ตรงกันข้าม กลับสะท้อนความกล้าหาญทางจริยธรรม และแสดงให้เห็นว่าความจริงมีความสำคัญมากกว่าอัตตาของผู้พูด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง คำขอโทษอาจยังไม่สมบูรณ์
เพราะสิ่งที่สังคมตั้งคำถาม ไม่ได้มีเพียงเรื่องข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หากยังรวมถึงถ้อยคำที่ถูกใช้ระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะคำว่า “เลวทรามมาก” ซึ่งเป็นถ้อยคำที่รุนแรงอย่างยิ่ง
ไม่ว่าผู้พูดจะมีเจตนาตำหนิการบริหารงาน หรือการดำเนินการในเรื่องใดก็ตาม การเลือกใช้คำเช่นนี้ ย่อมมีผลกระทบเกินกว่าบุคคลที่กำลังถูกวิพากษ์ เพราะปลายทางของคำพูดไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้บริหาร หากยังสะเทือนไปถึงเจ้าหน้าที่อุทยานฯจำนวนมากที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทั่วประเทศหลายคนทำงานด้วยความเสียสละ อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ รับมือกับการลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์และเผชิญความเสี่ยงในภาคสนามอยู่ทุกวัน
การเหมารวมด้วยถ้อยคำรุนแรง ย่อมทำให้คนทำงานสุจริตจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองถูกดูหมิ่น ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบ
นี่คือเหตุผลที่คำขอโทษควรครอบคลุมไปถึงมิติของการใช้ภาษา ไม่ใช่เฉพาะการแก้ไขข้อเท็จจริง
ในระบอบประชาธิปไตย คณะกรรมาธิการรัฐสภามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร อำนาจดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ และเป็นกลไกแทนประชาชนในการค้นหาความจริง
แต่อำนาจในการตรวจสอบ ไม่ใช่อำนาจในการตัดสิน หรือประณาม
ยิ่งเป็นเวทีของรัฐสภา ซึ่งประชาชนติดตามและสื่อมวลชนนำเสนออย่างกว้างขวาง ทุกถ้อยคำยิ่งมีน้ำหนัก และอาจสร้างผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคลหรือองค์กรได้ในวงกว้าง ผู้ทำหน้าที่กรรมาธิการจึงควรใช้อาวุธที่ทรงพลังที่สุด คือ ข้อเท็จจริง หลักฐาน และเหตุผล มิใช่อารมณ์หรือถ้อยคำที่รุนแรง
ข้อเท็จจริงสามารถหักล้างได้ด้วยข้อเท็จจริงเหตุผลสามารถโต้แย้งได้ด้วยเหตุผล แต่อารมณ์ มักนำไปสู่อารมณ์
เมื่อการอภิปรายเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ร้อนแรง สิ่งที่ประชาชนจดจำกลับไม่ใช่เนื้อหาของปัญหา หากเป็นประโยคที่สร้างแรงกระแทกทางความรู้สึก สุดท้ายการถกเถียงจึงเปลี่ยนจากการหาทางออกให้ประเทศ ไปเป็นการโต้เถียงว่า “ใครพูดแรงกว่าใคร” นี่คือความน่าเสียดายที่สุด
เพราะประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการตรวจสอบอาจถูกกลบด้วยดราม่าของคำพูด
สังคมไทยกำลังต้องการการเมืองและการตรวจสอบที่มีคุณภาพ มากกว่าการสร้างวาทกรรมที่เรียกเสียงฮือฮา การตั้งคำถามที่คมคาย ย่อมทรงพลังกว่าการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และหลักฐานที่แน่นหนา ย่อมหนักแน่นกว่าคำตำหนิที่เกิดจากอารมณ์
ในอีกด้านหนึ่ง หน่วยงานของรัฐเองก็ไม่ควรถือโอกาสใช้ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นเกราะกำบังเพื่อปฏิเสธทุกคำวิจารณ์ หากมีข้อบกพร่องก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบและปรับปรุง เพราะการตรวจสอบอย่างสุจริต คือหัวใจของการบริหารราชการที่ดี
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงควรเป็นบทเรียนของทุกฝ่ายผู้ตรวจสอบ ต้องระมัดระวังข้อเท็จจริง และระมัดระวังถ้อยคำ
ฝ่ายบริหาร ต้องพร้อมเปิดรับการตรวจสอบด้วยเหตุผล และสังคม ต้องยืนอยู่บนหลักการเดียวกัน ไม่เลือกใช้มาตรฐานตามความชอบหรือความไม่ชอบบุคคล
การขอโทษเมื่อข้อมูลผิด เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
แต่การขอโทษต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากถ้อยคำที่เกินเลย ย่อมทำให้ความรับผิดชอบนั้นสมบูรณ์ยิ่งกว่า
เพราะในท้ายที่สุด ผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะจะได้รับความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่จากการพูดเสียงดังที่สุด แต่จากการใช้เหตุผลหนักแน่นที่สุด และการยอมรับความผิดพลาดได้อย่างสง่างามที่สุด
นั่นต่างหาก คือมาตรฐานที่สังคมไทยควรคาดหวังจากทุกคนที่ทำหน้าที่แทนประชาชน

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี