วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คดีโกงสอบท้องถิ่นมีความคืบหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง หลังจากนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ได้ประชุมนัดสุดท้ายไปแล้ว และจะทำเป็นรายงานสรุปส่งให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อย่างเป็นทางการต่อไป
แฟ้มรายงานชิ้นนี้ ถือว่าเป็นสารตั้งต้นที่จะบอกว่ากระบวนการมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง รวมทั้งข้อเสนอแนะต่างๆ โดยสรุปสาระสำคัญก็คือ พบข้อบกพร่องในเกือบทุกขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบ และหลังสอบ ตลอดทีโออาร์ และการทำสัญญา ซึ่งมีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกว่าร้อยคน
ในเบื้องต้น ผลการตรวจสอบดังกล่าวถูกตีตราเป็นชั้นความลับไว้ก่อน ฉะนั้นผู้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลรายละเอียดนั้น มีอยู่ไม่กี่คนและคนที่จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการใดๆ ในขั้นตอนสุดท้ายก็คือนายกรัฐมนตรี ซึ่งในบทสรุปนั้นยังได้เสนอการลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทางอาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม เอาไว้ด้วย
จากนี้ไปน้ำหนักของคดีนี้ จะไปตกอยู่ที่ข้อพิจารณาสั่งการของนายกรัฐมนตรีว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้อมูลที่ถืออยู่ในมือภายใต้นโยบายปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งนายอนุทินขีดเส้นใต้เอาไว้ว่า เปิดชื่อมา ใครโดนแจ๊กพอตคนไหนก็คนนั้นไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก จะเป็นการเมืองหรือฝ่ายประจำ ก็ต้องดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายทั้งหมด
นายอนุทิน ได้ให้เหตุผลที่ต้องปิดชื่อถือพฤติกรรม เพราะต้องการทำอย่างตรงไปตรงมา จึงไม่จำเป็นต้องรู้รายชื่อว่ามีใครบ้าง แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน โดยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว หากมีใครติดต่อมาก็ตอบได้เต็มปากว่าไม่รู้เรื่อง มีเพียงแนวทางเดียวคือ ใครทำผิดก็ต้องโดนคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุก โทษเบาก็ลดหลั่นกันไป
นี่คือคำมั่นสัญญาที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ต่อการจัดการปัญหาคดีโกงสอบ มูลค่า 4,500 ล้านบาท ประเด็นที่สังคมจับตาก็คือว่า นายกรัฐมนตรีจะทำอย่างไรต่อไปกับรายชื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องอีกกว่าร้อยคน และในบัญชีดำนั้นมีนักการเมืองด้วยหรือไม่ การปิดชื่อถือพฤติกรรม อีกด้านหนึ่งจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายความคาดหวัง และไวต่อความรู้สึกเช่นกัน
เพราะฉะนั้นที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบแข่งขัน ออกมาใช้คำว่า “เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ”จึงไม่น่าจะเกินจริงมากนัก เพราะด้วยจำนวนของผู้เกี่ยวข้อง ข้อมูลหลักฐาน และขั้นตอนต่างๆ ที่มีจำนวนมากมาย และซับซ้อนอย่างมโหฬารนั้น คำถามคือคดีโกงสอบจะจบแบบไหน
ประเด็นที่ประชาชนรอคอยคือ ใกล้สาวถึงตัวคนสั่งการอยู่เบื้องหลังหรือยัง เพราะด้วยมูลค่า 4,500 ล้านบาทที่สะพัดอยู่ในวงจร ไม่มีใครเชื่อว่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่กี่คนจะทำได้ ดังนั้น หากการปิดชื่อถือพฤติกรรมแล้วตอบความคาดหวังได้ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่ถ้าปิดชื่อถือพฤติกรรมแล้วจบแบบสังคมคาใจ หนังยาวเรื่องนี้คนที่จะตายตอนจบไม่บอกก็คงจะรู้ว่าใคร

น้ำตาซึมทั้งโซเชียล เพจดัง เผย พระดำรัส เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ตรัสเล่านาทีตาซ้ายมองไม่เห็น
มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว
อนุทิน พลิ้ว จ๊อกกิ้งหนีสื่อ หลังถูกถามโพสต์ หัวชนกำแพง สื่อถึงใคร ตอบสั้น วันนี้ออกกำลังกาย
นายกฯ นำเต้นแอโรบิค ประกาศความสำเร็จ 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ตั้งเป้า 153 ล้านแคลอรี ชู สุขภาพดี
หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี