วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
พลาดแล้ว นายหัว ชาวเน็ตงัดข้อมูลสวน ชัยชนะ หลังไล่ เอกนิติ-ศุภจี ไปกินน้ำมันตับปลา

พลาดแล้ว นายหัว ชาวเน็ตงัดข้อมูลสวน ชัยชนะ หลังไล่ เอกนิติ-ศุภจี ไปกินน้ำมันตับปลา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.03 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองทันที หลังจาก นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์พาดพิงถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ อย่างดุเดือด

       โดยนายชัยชนะ กล่าวด้วยถ้อยคำที่กลายเป็นที่พูดถึงว่า “เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้า ทั้งสองท่าน ทราบข่าวว่าท่านมีปัญหาทั้ง 2 กระทรวงกับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันตับปลาเยอะ ๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชัยชนะ เล่นใหญ่!! ไล่ เอกนิติ-ศุภจี ไปกินน้ำมันตับปลา สมองจะได้ดีขึ้น

       ภายหลังคำสัมภาษณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น พร้อมนำข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันปลาและน้ำมันตับปลามาโต้แย้ง

ชาวเน็ตบางส่วนระบุว่า น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) มีสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินเอและวิตามินดี มีส่วนช่วยด้านการมองเห็น บำรุงกระดูกและฟัน รวมถึงมีคุณสมบัติเกี่ยวกับการลดการอักเสบ ขณะที่ น้ำมันปลา (Fish oil) เป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 โดยเฉพาะ EPA และ DHA ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองและระบบประสาท

       พร้อมแสดงความคิดเห็น เช่น “อยากแซะแต่ข้อมูลผิด น้ำมันตับปลาช่วยบำรุงสายตา กระดูกและฟัน ส่วนน้ำมันปลาต่างหากที่มี EPA DHA ช่วยเรื่องสมอง” , “น้ำมันตับปลากินเพื่อบำรุงสายตา เพราะมีวิตามิน A สูง แต่ถ้าต้องการบำรุงสมองต้องน้ำมันปลา ซึ่งมี DHA คนละตัวกัน” , “น้ำมันตับปลาไม่ได้ช่วยบำรุงสมอง ที่บำรุงสมองคือน้ำมันปลา เพราะมี DHA”


น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา แตกต่างกันอย่างไร ?

1. น้ำมันปลา (Fish Oil) 

แหล่งที่มา
น้ำมันปลา (Fish Oil) คือ น้ำมันที่ได้จากกระบวนการสกัดเอาน้ำมันออกมาจากส่วนต่างๆ ของปลา เช่น เนื้อปลา หนังปลา หางปลา หัวปลา โดยปลาทะเลที่นำมาสกัดนั้นเป็นปลาที่อยู่ในทะเลน้ำลึกเขตหนาวเย็น ซึ่งมีกรดไขมัน Omega-3  ปริมาณมากกว่าปลาน้ำจืด อาทิ ปลาแองโชวี่ ปลาแมคเคอเรล หรือปลาทูน่ามีไขมัน เป็นต้น

สารอาหารสำคัญของน้ำมันปลา (Fish Oil)
น้ำมันปลาอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ประกอบด้วยกรดไขมันสำคัญ 2 ชนิด ก็คือ EPA  (Eicosatetraenoic Acid)  และ DHA (Docosahexaenoic Acid) โดยมีผลวิจัยทางการแพทย์มากมายสรุปอย่างชัดเจนว่าน้ำมันปลา (Fish Oil) มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ และลดโอกาสการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ สมองอุดตัน นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมองและหัวใจ เป็นต้น

น้ำมันปลา (Fish Oil)  เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่ต้องการบำรุงหัวใจ สมอง ป้องกันหลอดเลือดหัวใจ และสมองอุดตัน หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงหรือต้องการลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ ลดอักเสบโรคข้อรูมาตอยด์ โรคซึมเศร้า และโรคสมองเสื่อม เป็นต้น
อ่านต่อ: น้ำมันปลา กับประโยชน์มากมายที่หลายคนยังไม่รู้

2. น้ำมันตับปลา (Cod liver oil)

แหล่งที่มา
น้ำมันตับปลาจะสกัดมาจากตับของปลาทะเลน้ำลึก โดยเฉพาะปลาค็อด หรือที่หลายคนคุ้นหูกันในชื่อของ Cod liver oil

สารอาหารสำคัญของน้ำมันตับปลา (Cod liver oil)
น้ำมันตับปลาจะมีกรดไขมัน EPA และ DHA ในปริมาณที่น้อยกว่าน้ำมันปลา แต่มีวิตามินเอ และวิตามินดี ปริมาณสูง

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) เหมาะกับใคร
น้ำมันตับปลา เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลในเรื่องของสายตาและกระดูก เนื่องจาก วิตามินเอ ได้ชื่อว่าเป็น วิตามินสำหรับดวงตา เพราะมีประโยชน์ต่อสมรรถภาพในการมองเห็น ช่วยให้มองเห็นในที่ที่มีแสงสว่างน้อยได้ดีขึ้น ในส่วนของ วิตามินดี เองนั้นก็มีคุณสมบัติในการบำรุงกระดูก ป้องกันกระดูกพรุนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รวมถึงยังถูกนำมาใช้เสริมในผู้ป่วยที่มีภาวะขาดวิตามินเอ และวิตามินดี อีกด้วย

ข้อควรระวังในการใช้น้ำมันตับปลา (Cod liver oil)
น้ำมันตับปลามีปริมาณของวิตามินเอ และ วิตามินดี สูง ซึ่งวิตามินทั้งสองตัวนี้เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปอาจเกิดการสะสมและก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ อาหารไม่ย่อย ผิวหนังเป็นผื่น และนอนไม่หลับได้ในบางคน รวมถึงในหญิงตั้งครรภ์ควรระมัดระวังการรับประทานสารอาหารชนิดนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากปริมาณวิตามินเอที่สูง อาจส่งผลให้ทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติได้

ขอบคุณข้อมูลจาก  : megawecare

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top