วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
อัษฎางค์ ซัด ชัยชนะ โหนคนเด่นหาแสง จ้องซัด เอกนิติ-ศุภจี เจ้าตัวร้อนโผล่เมนต์ตอบ ยันสะท้อนเสียงประชาชน

อัษฎางค์ ซัด ชัยชนะ โหนคนเด่นหาแสง จ้องซัด เอกนิติ-ศุภจี เจ้าตัวร้อนโผล่เมนต์ตอบ ยันสะท้อนเสียงประชาชน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 11.49 น.

6 สิงหาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตรวจสอบรัฐมนตรี หรือ เลือกโหนคนเด่นเพื่อหาแสง? ฝ่ายค้านที่เลือกใช้ “ชัยชนะบนความพ่ายแพ้” #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

ผมขอใช้สิทธิ์ของผู้ที่มีความชื่นชมและความศรัทธาในการทำงานฝ่ายค้านของหัวหน้าอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งความชื่นชมและศรัทธาในการทุ่มเททำงานของคุณเอกนิติและคุณศุภจี
ผมไม่ปฏิเสธสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล และไม่ได้หมายความว่า คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ กับคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะอยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์


______________________________________________

แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ เหตุใดนายชัยชนะ เดชเดโช จึงเลือกพุ่งเป้าและใช้ถ้อยคำรุนแรงกับสองคนนี้ โดยเฉพาะคุณศุภจีซึ่งถูกวิจารณ์ซ้ำหลายครั้ง
ในรัฐบาลชุดนี้ยังมีรัฐมนตรีและนักการเมืองอีกหลายคนที่ควรถูกตรวจสอบ ทั้งเรื่องประสิทธิภาพการทำงาน ความโปร่งใส และความเหมาะสมทางการเมือง แต่เหตุใดเป้าที่ถูกเลือกมาสร้างพาดหัวครั้งแล้วครั้งเล่า จึงมักเป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์โดดเด่นและได้รับความสนใจจากสังคม
การเลือกตรวจสอบคนที่อยู่ในความสนใจย่อมทำให้ “ผู้วิจารณ์ ได้รับพื้นที่ข่าวมากกว่าการตรวจสอบรัฐมนตรีที่ไม่มีใครสนใจ”
นี่จึงทำให้เกิดคำถามว่า เป้าหมายคือการตรวจสอบรัฐมนตรีอย่างจริงจัง
“หรือกำลังอาศัยชื่อเสียงและความโดดเด่นของผู้อื่นมาสร้างพื้นที่ทางการเมืองให้ตนเอง”

______________________________________________

ถ้านายชัยชนะมีหลักฐานว่าคุณเอกนิติและคุณศุภจีทำงานเพื่อ “สร้างบารมี” ก็ควรระบุให้ชัดว่าเป็นนโยบายใด การใช้งบประมาณรายการใด หรือการตัดสินใจเรื่องใดที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเอง
ถ้ามีหลักฐานว่ารัฐมนตรีขัดแย้งกับข้าราชการจนราชการเสียหาย ก็ควรเปิดเผยว่าเกิดขึ้นที่หน่วยงานใด ใครเกี่ยวข้อง และประชาชนเสียประโยชน์อย่างไร
แต่การใช้เพียงคำว่า “ได้ข่าวมา” แล้วตามด้วยคำเหน็บว่าให้กินน้ำมันตับปลาเพื่อจะได้มีสมอง ไม่ใช่การตรวจสอบที่มีข้อมูลรองรับ แต่เป็นการลดระดับการเมืองจากการโต้แย้งด้วยผลงานและนโยบาย ให้เหลือเพียงการโจมตีสติปัญญาของบุคคล

______________________________________________

“สำหรับคุณเอกนิติ”
ตัวอย่างงานที่ตรวจสอบได้ เช่น กระทรวงการคลังเสนอชุดมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน ช่วยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.22 ล้านคน เพิ่มวงเงินซื้อสินค้าเป็นการชั่วคราว รวมถึงมาตรการช่วยภาคขนส่ง เกษตรกร และผู้ประกอบการ ตลอดจนจัดทำกรอบการลงทุนใหม่ของประเทศผ่านห้ายุทธศาสตร์
“สำหรับคุณศุภจี”
ตัวอย่างงานที่ตรวจสอบได้ เช่น ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ ได้ผลักดันสองมาตรการห้าโครงการ เป้าหมายบริหารข้าวเปลือก 11.5 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาดประมาณ 10,192 ล้านบาท และขยายกรอบเงินสนับสนุนชาวนาไร่ละ 1,000 บาท จากประมาณ 37,906 ล้านบาทเป็น 39,753 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแต่ยังไม่ได้รับสิทธิ์
การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง หากกล่าวหาว่าทำงานเพื่อสร้างบารมี ขอให้ระบุว่านโยบายใด งบประมาณใด หรือการตัดสินใจใดที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพราะสิ่งที่ดำเนินการอยู่มีทั้งมาตรการช่วยกลุ่มเปราะบาง มาตรการช่วยเกษตรกร การรักษาเสถียรภาพราคาข้าว และการปรับปรุงบริการภาครัฐ ซึ่งสามารถตรวจสอบงบประมาณและผลการดำเนินงานได้ทั้งหมด

______________________________________________

ส่วนข้อกล่าวหา เรื่องการมีปัญหากับข้าราชการประจำ หากมีข้อมูล ขอให้เปิดเผยว่าเป็นใคร เรื่องอะไร และเกิดผลเสียอย่างไร คำว่า ‘ได้ข่าวมา’ ไม่ควรถูกใช้แทนหลักฐาน จึงยังเป็นข้อกล่าวหาที่ตรวจสอบไม่ได้
การมีความเห็นไม่ตรงกันระหว่างรัฐมนตรีกับข้าราชการไม่ใช่ความผิด เพราะฝ่ายการเมืองมีหน้าที่กำหนดนโยบาย ส่วนข้าราชการมีหน้าที่เสนอข้อมูล ข้อกฎหมาย และนำไปปฏิบัติ ประเด็นจะกลายเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อมีหลักฐานว่าเกิดการแทรกแซงที่ไม่ชอบ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือความขัดแย้งจนงานเสียหาย
ตัวอย่างเช่น การทำงานร่วมกับระบบราชการ ตามนโยบายของคุณศุภจี เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลแบบเรียลไทม์กับหน่วยงานภาครัฐเป้าหมาย 320 แห่ง เพื่อลดการเรียกสำเนาเอกสารจากประชาชน ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกรมและหน่วยงานจำนวนมาก ไม่ใช่งานที่รัฐมนตรีทำได้ตามลำพัง

______________________________________________

ส่วนเรื่องน้ำมันตับปลาเป็นถ้อยคำที่ท่านเลือกใช้ แต่การบริหารประเทศควรวัดกันด้วยข้อมูล ตัวชี้วัด งบประมาณ และผลที่ประชาชนได้รับ หากเห็นว่านโยบายใดผิด ขอให้ระบุมาเป็นเรื่อง ๆ แต่การกล่าวว่าผู้อื่นไม่มีสมอง ไม่ได้ทำให้ข้อกล่าวหาของท่านกลายเป็นข้อเท็จจริง

______________________________________________

ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แต่ผู้ตรวจสอบเองก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกันว่า เลือกเป้าจากความสำคัญของปัญหา หรือเลือกเป้าจากโอกาสที่จะได้พื้นที่ข่าว
เพราะท้ายที่สุด คนที่ถูกตั้งคำถามว่า “กำลังทำเพื่อสร้างบารมีให้ตนเอง” อาจไม่ใช่เพียงรัฐมนตรีสองคนที่ถูกกล่าวหา แต่อาจรวมถึงผู้ที่พยายามสร้างชื่อด้วยการโหนโจมตีคนเด่นด้วยเช่นกัน

______________________________________________

ผมเกลียดการเมืองแบบโบราณ ด้วยการหากินไปวันๆ กับการมุ่งโจมตีคนอื่นด้วยการสร้างวาทกรรมมากกว่าการตรวจสอบการทำงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน
เลิกสักทีเถอะครับ กับการเมืองโบราณแบบนี้ ปล่อยให้มันตายไปกับกาลเวลาและนักการเมืองเก่าๆ
ถึงผมจะชื่นชอบและศรัทธาในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เกลียด ”สนิมเกิดแต่เนื้อในตน“ แบบนี้ที่มันทำลายพรรค
ติดตามและเห็นการทำงานของรองหัวหน้าพรรคอย่างคุณกรณ์ ดร.การดี คุณรัดเกล้า อย่างชื่นชม แต่รองหัวหน้าที่ชื่อชัยชนะ จะพาความพ่ายแพ้มาสู่พรรคในที่สุด

______________________________________________

อาจไม่ใช่ “เอกนิติ-ศุภจี” ที่ถูกตั้งคำถามว่า “กำลังทำงานเพื่อสร้างบารมีให้ตนเอง” แต่อาจเป็น“ชัยชนะ”ผู้ที่พยายามสร้างชื่อด้วยการ “โหนกระแสหาแสงให้ตนเอง”

ทั้งนี้ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ ระบุว่า ขอเรียน อาจารย์ด้วยความเคารพ

1.ผมไม่เคยใข้หลักการโหนกระแสหาแสงจากใครครับ

2.สิ่งที่ผมได้ออกไปทวงถามเป็นเรื่องที่ผมได้ลงพื้นที่พบประชาชน

เรื่อง เงินชาวนาไร่ละ1,000 บาท

เรื่องราคาสิ้นค้าที่ปรับราคาขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงานแชะเมื่อน้ำมันลดลงมาแต่ราคาสินค้ายังไม่ปรับลดมาทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น

เรื่องเศรษฐกิจ ขณะนี้ประชาชนบอกว่า

ไม่มีรายได้ ลำบากมาก

เรื่องมาตราการรองรับฤดูผลไม้ที่มาถึง ในภาคใต้ เป็นต้น

3.ในฐานะผมเป็นตัวแทนประชาชนเมื่อได้รับปัญหาก็ต้องมาสะท้อนให้รัฐบาลทราบ

4.เมื่อวานนี้ผมสัมภาษณ์ไปในหลายประเด็น ทำไมอาจารย์เอานำเสนอประเด็นนี้ครับ

5.ผมยินดีรับคำวิจารณ์และแนะนำ ครับ

จากนั้น นายอัษฎางค์ ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ของนายชัยชนะ ระบุว่า ขอบคุณคุณชัยชนะที่เข้ามาชี้แจงด้วยตัวเองครับ

ผมชื่นชมและสนับสนุนบทบาทฝ่ายค้านของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่สำคัญในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน ตรวจสอบรัฐบาล และบังคับให้ผู้มีอำนาจตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินช่วยเหลือชาวนา ราคาสินค้า รายได้ของประชาชน หรือมาตรการรองรับผลไม้ภาคใต้ ล้วนเป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องชี้แจง

แต่การตรวจสอบควรดำเนินไปตามครรลองของการเมืองที่มีคุณภาพ คือใช้ข้อเท็จจริง ตัวเลข หลักฐาน และผลลัพธ์ของนโยบายเป็นเครื่องพิสูจน์ ไม่ควรลดระดับลงไปเป็นการโจมตีด้วยวาทกรรมหรือถ้อยคำดูหมิ่น ซึ่งเป็นวิธีการเมืองแบบเก่าที่ควรหมดสมัยไปแล้ว

ประเด็นที่ผมวิจารณ์จึงไม่ใช่ว่า คุณชัยชนะไม่มีสิทธิตั้งคำถาม แต่เป็นวิธีการตั้งคำถามบางส่วนที่ยังไม่เห็นข้อเท็จจริงรองรับชัดเจน

เมื่อคุณชัยชนะกล่าวว่า คุณเอกนิติและคุณศุภจีไม่ควรทำงานเพื่อสร้างบารมีให้ตนเอง ผมจึงอยากทราบว่า มีนโยบายใด การใช้งบประมาณรายการใด หรือการตัดสินใจเรื่องใด ที่แสดงว่าทั้งสองท่านกำลังทำเพื่อประโยชน์หรือบารมีส่วนตัว

เพราะการวิจารณ์ว่ามาตรการยังไม่เพียงพอ เป็นการวิจารณ์ผลงาน แต่การกล่าวว่าบุคคลทำงานเพื่อสร้างบารมี เป็นการกล่าวถึงเจตนา ซึ่งควรมีข้อเท็จจริงรองรับมากกว่าความเห็น

ส่วนกรณีที่กล่าวว่าได้รับข่าวว่าฝ่ายนโยบายมีปัญหากับข้าราชการประจำ ผมก็อยากทราบว่า เป็นกระทรวงใด หน่วยงานใด เรื่องอะไร และส่งผลเสียต่อการทำงานหรือประชาชนอย่างไร หากมีข้อมูลจริง ผมเห็นด้วยว่าควรเปิดเผยและตรวจสอบ แต่คำว่า “ได้ข่าวมา” โดยไม่มีรายละเอียด ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้

สำหรับคำพูดเรื่องให้กินน้ำมันตับปลาเพื่อจะได้มีสมองบริหารประเทศ ผมเห็นว่าไม่ได้ช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายใดผิด ตัวเลขใดคลาดเคลื่อน หรือมาตรการใดล้มเหลว แต่กลับกลายเป็นการโจมตีสติปัญญาของบุคคล ซึ่งไม่ช่วยยกระดับบทบาทฝ่ายค้าน

ผมไม่อยากเห็นคุณชัยชนะเล่นการเมืองด้วยวิธีนี้ เพราะท้ายที่สุดอาจไม่เป็นผลดีต่อตัวคุณชัยชนะเอง และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่มีประวัติศาสตร์และควรยืนอยู่บนการเมืองที่ใช้เหตุผล หลักการ และความรับผิดชอบ

ผมไม่ได้ปกป้องคุณเอกนิติหรือคุณศุภจีจากการตรวจสอบ และพร้อมรับฟังข้อมูลทุกด้าน หากคุณชัยชนะมีเอกสาร ตัวเลข หรือหลักฐานเกี่ยวกับประเด็นที่กล่าวมา ผมยินดีนำมาพิจารณาและปรับข้อสรุปตามข้อเท็จจริงครับ

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top