Logo วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / อ่านระหว่างบรรทัด
อ่านระหว่างบรรทัด

อ่านระหว่างบรรทัด

สันติสุข มะโรงศรี
วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
การต่างประเทศไทย ทำได้ดีมาก ไม่อยากจะนึก ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคส้ม ?

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กรณีนาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา (UN Special Rapporteur on the situation of human rights in Cambodia) ได้แถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจ (End of Mission Statement) ระหว่างวันที่ 20–31 กรกฎาคม 2569 เนื้อหาข่าวพาดพิง ให้ร้ายประเทศไทย ทำนองว่าจะต้องคืนแผ่นดินให้คนกัมพูชา ฯลฯ

ความจริง... เราห้ามใครไม่ให้ “ปากหมา” หรือ“ปากเสีย” หรือ “ปากมอม” หาได้ไม่


แต่เราสามารถโต้ตอบ ชี้แจง ประท้วง หรือแม้แต่ประณาม รวมถึงดำเนินการทางกฎหมายหากจำเป็น

ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลไทยเรา ไม่ปล่อยผ่าน

1. หนังสือจาก รมว.สีหศักดิ์ ตบปาก Tom Andrews “ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่เป็นกลาง-ไม่เที่ยงธรรม”

รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ส่งบันทึกลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ถึงนายโฟลเคอร์ เติร์ก (Volker TÜrk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

“เรียน ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

ผมขออ้างถึงแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของนาย Tom Andrews ผู้เสนอรายงานพิเศษ แห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ภายหลังการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ ๒๐-๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และขอเรียน ดังนี้

๑. ไทยตระหนักดีว่า แถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดำเนินงานของกลไกพิเศษ อย่างไรก็ดี ไทยรู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือ และการแสดงความรับผิดชอบของการรายงานดังกล่าว ซึ่งกล่าวหาไทยในหลายประการ ทั้งที่แถลงการณ์ฯ ควรมุ่งเน้นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาเป็นหลัก

ไทยเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำเกินกว่าขอบเขตของอาณัติที่ได้รับมอบหมายจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ ไทยรู้สึกผิดหวังที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ไม่ได้เปิดโอกาสและให้เวลาแก่ไทยอย่างเพียงพอในการนำเสนอข้อเท็จจริงและมุมมอง ก่อนการเผยแพร่แถลงการณ์ฯและการจัดการแถลงข่าว ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลที่บิดเบือนหลายประการ โดยปราศจาก การตรวจสอบอย่างรอบด้าน

การดำเนินการดังกล่าว ยังขัดต่อประมวลจริยธรรมสำหรับกลไกพิเศษและผู้ถืออาณัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งกำหนดให้ผู้ถืออาณัติปฏิบัติหน้าที่ตามอาณัติของตน โดยยึดมั่นในการประพฤติปฏิบัติอย่างมีจริยธรรม การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพ การหารืออย่างสร้างสรรค์ และการประเมินข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง บนพื้นฐานของมาตรฐานสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

แท้จริงแล้ว ไทยได้ให้ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติผ่านช่องทางที่มีอยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึงการมีหนังสือถึงสำนักงานของท่าน การกล่าวถ้อยแถลงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รวมทั้งการจัดทำคำชี้แจงต่อข้อร้องเรียนต่างๆ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙

การที่รายงานดังกล่าวไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและมุมมองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน ส่งผลให้แถลงการณ์ฯ เบี่ยงเบนไปจากหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และการยึดถือข้อเท็จจริงเป็นหลัก รวมถึงอาณัติของกลไกพิเศษ ทั้งนี้ ประเด็นที่น่าห่วงกังวลยิ่งไปกว่านั้น คือ การที่แถลงการณ์ดังกล่าวได้ถูกนำไปปลุกกระแสเพื่อแสวงประโยชน์ทางการเมืองโดยฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

๒. ตามที่ท่านน่าจะรับทราบดี จากการหารือระหว่างกันที่นครเจนีวา

ซึ่งผมได้แจ้งไปแล้วว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาและผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ได้เริ่มต้นจากไทย หากแต่เริ่มจากการที่กัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยโดยปราศจากการยั่วยุและโดยไม่เลือกเป้าหมายเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ส่งผลให้พลเรือนไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ และยังทำให้ประชาชนหลายแสนคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตน

ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้รับการสะท้อนในแถลงการณ์ฯ หากแต่กลับนำเสนอข้อเท็จจริงและ สถิติที่บิดเบือนหลายประการ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้แล้ว ตามที่แนบมาพร้อมนี้ เพื่อโปรดทราบ

๓. นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเริ่มต้นขึ้นไทยได้ให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษและผู้ถืออาณัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอย่างต่อเนื่อง

โดยไทยคาดหวังว่า กลไกพิเศษจะตอบสนองความร่วมมือดังกล่าวในลักษณะเดียวกัน

เป็นที่น่าเสียดายที่แนวทางการดำเนินงานของกลไกพิเศษข้างต้น ยังมีข้อบกพร่องอย่างมากในด้านความเป็นมืออาชีพและความเที่ยงธรรม โดยไม่ได้คำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองที่เกี่ยวข้องของทุกฝ่ายอย่างรอบด้านและสมดุล ก่อนการเผยแพร่แถลงการณ์ฯ ต่อสาธารณชน

การดำเนินการดังกล่าว ไม่ได้ให้เกียรติแก่ไทยในฐานะประเทศที่เกี่ยวข้อง และยังเสี่ยงต่อการเปิดช่องทางให้อาณัติของกลไกพิเศษถูกนำไปใช้ประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง

ในฐานะสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความร่วมมือกับสำนักงานของท่านและกลไกพิเศษของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติต่อไป”

เนื้อความในหนังสือของ รมว.ตปท. สีหศักดิ์ ในข้างต้น เนื้อหากระชับ ชัดเจน หนักแน่น สุภาพ และยังมุ่งเน้นในการทำงานเชิงสร้างสรรค์

เรียกว่า ไม่ได้คุยกับ Tom Andrews แต่คุยกับเจ้านายมันโน่น ว่าพฤติกรรมบุคคลในอาณัตินั้น ทำงานเลวร้ายอย่างไร

2. ออกแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทย ตอบโต้ หักล้าง Tom Andrews

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ทันที หลังจากนาย Tom Andrews แถลงข่าวพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทย–กัมพูชา

เนื้อหาสาระสำคัญพึงบันทึกไว้ ทั้งหมด 7 ข้อ ดังนี้

“1. ไทยรับทราบแถลงการณ์ดังกล่าว และขอย้ำอีกครั้งว่า ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่นำมาสู่ผลกระทบต่างๆ ไม่ใช่ความขัดแย้งที่เริ่มโดยฝ่ายไทย แต่มาจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนในไทยโดยฝ่ายกัมพูชา

2. กรณีที่ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชา (Internally Displaced Persons: IDPs) จำนวน 650,000 คน นั้น ไทยขอชี้แจงว่า จำนวนที่กล่าวอ้างนั้น ในความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไทยเคยเปิดให้เป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1970 อันเป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากไทย อย่างไรก็ดี ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวมิได้ย้ายออกจากพื้นที่ แม้ว่าฝ่ายไทยได้ทำการประท้วงฝ่ายกัมพูชาหลายครั้งแล้วก็ตาม จึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และไม่เข้านิยามของการเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs)

3. ไทยเห็นว่า ประเด็นเรื่องสิทธิในการเดินทางกลับคืนสู่มาตุภูมิ (right of return) ไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองหรือเพื่อการประชาสัมพันธ์ในลักษณะโฆษณาชวนเชื่อ มากกว่าการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลและคุ้มครองประชาชนของตนที่ได้รับผลกระทบจากความ
ขัดแย้ง จนต้องพลัดถิ่นภายในกัมพูชา ทั้งในด้านสิทธิในชีวิตและความปลอดภัย และการให้หลักประกันว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงที่พักพิงที่เหมาะสม มาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ อาหาร น้ำสะอาด สุขาภิบาล และบริการด้านสาธารณสุขที่จำเป็น

4. สำหรับกรณีแรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับจากประเทศไทย ซึ่งผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อ้างว่ามีจำนวน 900,000 คน ไทยขอชี้แจงว่า แรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับประเทศภายหลังเกิดสถานการณ์ข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ประกอบด้วยทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายและผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน โดยแรงงานดังกล่าวเดินทางกลับกัมพูชาโดยสมัครใจภายหลังการเชิญชวนของรัฐบาลกัมพูชา ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้ให้คำมั่นมาโดยตลอดว่าให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของแรงงานกัมพูชาในไทย และไม่เคยมีนโยบายที่จะผลักดันแรงงานกัมพูชาออกจากประเทศแต่อย่างใด

5. ขอย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมา ไทยได้ให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council: HRC) มาอย่างต่อเนื่อง และได้มีคำชี้แจงเรื่องนี้ต่อกลไกดังกล่าว ซึ่งได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการไว้แล้ว สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

6. ไทยเห็นว่า กลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ควรยึดมั่นในหลักความเป็นกลาง ความเที่ยงธรรม และการพิจารณาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งคำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุม เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเป็นไปอย่างสมดุล และสอดคล้องกับอาณัติของกลไกพิเศษอย่างแท้จริง

7. ไทยพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชา อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างจริงจังและจริงใจจากฝ่ายกัมพูชาด้วย โดยร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ผ่านการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) วันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด รวมถึงการลดระดับความตึงเครียด และการงดเว้นการกระทำหรือการกล่าวหาที่เป็นการยั่วยุและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือบั่นทอนความไว้วางใจ เพื่อเปิดทางสู่การแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงตามแนวชายแดนด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกทวิภาคีร่วมกันต่อไป”

3. นอกจากแถลงการณ์ กต. และหนังสือจาก รมว.ตปท. นายสีหศักดิ์ ในข้างต้น ยังมีการให้สัมภาษณ์ การชี้แจง การทำหนังสือประท้วง หรือการประสานความเข้าใจอีกหลากหลายรูปแบบ ทำให้เห็นว่า กระทรวงการต่างประเทสในยุครัฐบาลปัจจุบัน มีความมุ่งมั่น แอ๊กทีฟ ตอบโต้รักษาสิทธิผลประโยชน์ และศักดิ์ศรีของประเทศไทยอย่างดีเยี่ยมในทางปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน ทหาร ตำรวจฝ่ายปกครอง หรือแม้แต่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงท่องเที่ยว ฯลฯ ก็ล้วนแต่ดำเนินการสอดประสานกันภายใต้การขับเคลื่อนของรัฐบาลนายกฯ อนุทิน

แตกต่างจากในยุครัฐบาลหลานอังเคิล อย่างชัดเจน

ยิ่งกว่านั้น ภาคประชาชนจำนวนมาก ต่างช่วยกันเผยแพร่ข้อมูล ภาพ คลิป ความจริงของประวัติศาสตร์การช่วยเหลือคนกัมพูชาบนแผ่นดินไทย ในช่วงที่หนีตายมาอยู่ค่ายผู้อพยพหลบหนีภัยสงครามเขมรแดง

ตรงกันข้าม กลับเป็นฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม โดยเฉพาะสีส้ม ที่คอยปล่อยข้อมูลเท็จแซะกองทัพ (เช่น ข่าวปลอมบังเกอร์ ข่าวปลอมเปิดด่าน ฯลฯ) เซาะกร่อนความไว้วางใจกันของคนในประเทศไทย

4. ปัจจุบัน ปมขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลกแหลมคม อันตราย ห่างไกลกับคำว่า “โลกสวย”

ประเทศไทยเราเอง รับมือกับปัญหาการต่างประเทศรอบด้าน หนักหน่วง

ฝั่งทิศตะวันตก สงครามความขัดแย้งในเมียนมา ปัญหาหมอกควันข้ามแดน มลพิษในแม่น้ำ สแกมเมอร์ อาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ การพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากเมียนมา พึ่งพาแรงงานต่างด้าวเมียนมา ฯลฯ

ฝั่งทิศใต้ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัจจัยเกี่ยวข้องกับการหลบหนีข้ามแดนไปมา กลุ่มอิทธิพลการเมือง

ฝั่งตะวันออก ปมขัดแย้งกัมพูชา ก็ยังไม่จบ ยังตึงเครียดชิงเหลี่ยม ฯลฯ

นโยบายการต่างประเทศและความมั่นคง จึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศโดยรวม

สมมติ ถ้าการเมืองไทยเปลี่ยนขั้ว พรรคส้มเป็นแกนนำรัฐบาล ลองนึกดูว่า การต่างประเทศและการแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้ จะเป็นอย่างไร? ไทยจะกลายเป็นเหมือนยูเครน หรือไม่?

จะเดินตามนโยบายสีส้มแบบนี้หรือไม่ เช่น การเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งแม่ทัพนายกอง จับผิดกองทัพ เซาะกร่อนทำลายกองทัพ เปิดด่านมนุษยธรรมเขมรรักษาคนกัมพูชาสนับสนุนชนกลุ่มน้อยรบรัฐบาลเมียนมา เปิดทาง USA เต็มสูบภาคใต้ยกเลิก กอ.รมน. บีอาร์เอ็นสุดจะดีใจ ฯลฯ

ดูแล้ว ก็ยิ่งมั่นใจว่า การต่างประเทศยุคนี้ ทำได้ดีมากๆ แล้วครับ

สันติสุข มะโรงศรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:44 น. น้ำตาซึมทั้งโซเชียล เพจดัง เผย พระดำรัส เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ตรัสเล่านาทีตาซ้ายมองไม่เห็น
21:17 น. มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว
20:55 น. อนุทิน พลิ้ว จ๊อกกิ้งหนีสื่อ หลังถูกถามโพสต์ หัวชนกำแพง สื่อถึงใคร ตอบสั้น วันนี้ออกกำลังกาย
20:32 น. นายกฯ นำเต้นแอโรบิค ประกาศความสำเร็จ 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ตั้งเป้า 153 ล้านแคลอรี ชู สุขภาพดี
20:28 น. หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี
ดูทั้งหมด
เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงตรัสกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
สะเทือนราชวงศ์บรูไน สุลต่านถอดพระอิสริยยศพระชายาเจ้าชายอับดุล มาลิก ชี้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
แม่เกตุ น้ำตาคลอ ยอมรับจบความสัมพันธ์ ลุงวิทย์ ขอเดินหน้ากลับมารักตัวเอง
พลาดแล้ว นายหัว ชาวเน็ตงัดข้อมูลสวน ชัยชนะ หลังไล่ เอกนิติ-ศุภจี ไปกินน้ำมันตับปลา
จ๊ะ นงผณี บริจาคเครื่องควบคุมให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ 3 เครื่อง แก่ รพ.ศิริราชกาญจนา
ดูทั้งหมด
รายงานวิเคราะห์ภูมิทัศน์การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทย ปี 2569 (2)
นิ้วนักการเมือง
คิดถึง ‘หัวคิว/ส่วย-นายหน้าแรงงานต่างด้าว’ เอ๊ะ เอ๊ะ ตาวิเศษเห็นนะ !
บุคคลแนวหน้า : 10 สิงหาคม 2569
การต่างประเทศไทย ทำได้ดีมาก ไม่อยากจะนึก ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคส้ม ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

น้ำตาซึมทั้งโซเชียล เพจดัง เผย พระดำรัส เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ตรัสเล่านาทีตาซ้ายมองไม่เห็น

มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

คลิปมัจจุราชลอยฟ้า! ราวเหล็กพร้อมผ้าร่วงจากตึกสูงใส่มอไซค์-ลุงซ้อนท้าย ทำเสียหลักพุ่งชนรถยนต์

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

ดัง พันกร จัดให้! สวนนิ่ม แต่เจ็บจี๊ด หลังโดนแซะต้องพ่อรวย ถึงไม่โดนบูลลี่

  • Breaking News
  • น้ำตาซึมทั้งโซเชียล เพจดัง เผย พระดำรัส เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ตรัสเล่านาทีตาซ้ายมองไม่เห็น น้ำตาซึมทั้งโซเชียล เพจดัง เผย พระดำรัส เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ ตรัสเล่านาทีตาซ้ายมองไม่เห็น
  • มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว มท.2 บุกจับ โรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ขอเคลียร์ อ้างจ่ายเป็นงวดให้ จนท.รัฐแล้ว สั่งสาวถึงตัว
  • อนุทิน พลิ้ว จ๊อกกิ้งหนีสื่อ หลังถูกถามโพสต์ หัวชนกำแพง สื่อถึงใคร  ตอบสั้น วันนี้ออกกำลังกาย อนุทิน พลิ้ว จ๊อกกิ้งหนีสื่อ หลังถูกถามโพสต์ หัวชนกำแพง สื่อถึงใคร ตอบสั้น วันนี้ออกกำลังกาย
  • นายกฯ นำเต้นแอโรบิค ประกาศความสำเร็จ 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ตั้งเป้า 153 ล้านแคลอรี ชู สุขภาพดี นายกฯ นำเต้นแอโรบิค ประกาศความสำเร็จ 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ตั้งเป้า 153 ล้านแคลอรี ชู สุขภาพดี
  • หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

การต่างประเทศไทย ทำได้ดีมาก  ไม่อยากจะนึก ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคส้ม ?

การต่างประเทศไทย ทำได้ดีมาก ไม่อยากจะนึก ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคส้ม ?

10 ส.ค. 2569

ถ้าฟ้องปิดปาก  ต้องเจอยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง

ถ้าฟ้องปิดปาก ต้องเจอยกฟ้องชั้นตรวจคำฟ้อง

3 ส.ค. 2569

ผลกระทบและความเสี่ยง ไม่คุ้มกับโอกาสและผลตอบแทน  พับแผน ‘แลนด์บริดจ์’

ผลกระทบและความเสี่ยง ไม่คุ้มกับโอกาสและผลตอบแทน พับแผน ‘แลนด์บริดจ์’

27 ก.ค. 2569

จากบัตรลุงตู่  สู่การยกเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพ

จากบัตรลุงตู่ สู่การยกเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพ

20 ก.ค. 2569

ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท  ผลประโยชน์ตัวกลางนายหน้า

ต้นเหตุหวยแพงเกิน 80 บาท ผลประโยชน์ตัวกลางนายหน้า

13 ก.ค. 2569

ชะตากรรม 3 อดีตแกนนำธรรมกาย  กับร่องรอยคดีที่เหลืออยู่

ชะตากรรม 3 อดีตแกนนำธรรมกาย กับร่องรอยคดีที่เหลืออยู่

6 ก.ค. 2569

บทเรียนการจัดการ ‘ทุเรียน’  อย่ารีบเชื่อข่าวปั่นด้อยค่าคนทำงาน

บทเรียนการจัดการ ‘ทุเรียน’ อย่ารีบเชื่อข่าวปั่นด้อยค่าคนทำงาน

29 มิ.ย. 2569

เรียนรู้อะไร จากการลงมือทำจริง  ของ ‘คุณหมอเหรียญทอง แน่นหนา’

เรียนรู้อะไร จากการลงมือทำจริง ของ ‘คุณหมอเหรียญทอง แน่นหนา’

22 มิ.ย. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved