วันพุธ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อเร็วๆ นี้เอง การปั่นกระแสถล่มคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ “ซุปเปอร์จี”หนักมาก
ในทำนองว่า จะทำลายกลไกตลาดทุเรียนบ้าง
อินฟลูฯ สั่งสอนว่า แก้ปัญหาผิดพลาดบ้าง
จะทำชาวสวนตายทั้งประเทศบ้าง
พรรคเศรษฐกิจถึงขนาดออกมาไล่ศุภจีออกจากตำแหน่ง โดยหาว่าทุเรียนไทยจะส่งออกไม่ได้เพราะรัฐบาลละเลยการจัดการใบอนุญาตบ้าง ฯลฯ
ใครออกมาให้ข้อมูลอธิบายความจริง ก็ใช้วาทกรรมด้อยค่า หาว่าเป็นพวก “แบกรัฐบาล”
มาถึงวันนี้ ความจริงปรากฏชัดว่า ถ้าไม่ทำแบบที่คุณศุภจีทำ ทุเรียนไทยจะเจ็บหนัก เหมือนที่ประเทศเวียดนาม-มาเลเซีย กำลังเผชิญ
1. ทุเรียนไทยส่งออกทะลุ 1 แสนล้านบาทแล้ว
ล่าสุด ตัวเลขสถิติการรับแจ้งส่งออกสินค้าเกษตรตามมาตรฐานบังคับของไทย ผ่านระบบ TAS-License (นับจาก ม.ค. ถึงวันที่ 26 มิ.ย.2569) ปรากฏว่า
ทุเรียนสด ส่งออกมูลค่า 105,425 ล้านบาท
ปริมาณ 1,110,274 ตัน
ทุเรียนแช่เยือกแข็ง ส่งออกมูลค่า 3,378 ล้านบาท
ปริมาณ 18,964 ตัน
2. ทุเรียนมาเลย์ยับ “สึนามิทุเรียน”
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ปัจจุบัน มาเลเซียกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ “สึนามิทุเรียน” (Durian Tsunami) ภาวะผลผลิตล้นตลาดอย่างรุนแรง จนทำให้ราคาทุเรียนดิ่งลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ทุเรียนพื้นบ้าน (Kampung) ราคาต่ำสุดเหลือเพียง ลูกละ 0.50 ริงกิต หรือประมาณ 4 บาท
พันธุ์อื่นๆ เช่น พันธุ์ 101 และ Red Prawn ราคาลดเหลือ ลูกละ 2 ริงกิต (ประมาณ 15 บาท)
แม้แต่ทุเรียนมูซังคิง (Musang King) ราคาร่วงจากกิโลกรัมละประมาณ 90 ริงกิต (ราว 730 บาท) เหลือเพียง 6-9 ริงกิต (ประมาณ 49-73 บาท) ต่อกิโลกรัม หรือลดลงถึง 90%
สาเหตุหลักมาจากผลผลิตล้นตลาด
สืบเนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกที่ขยายตัวมากในช่วงปี 2558-2563 กำลังเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิตพร้อมกัน
นอกจากนี้ การส่งออกทุเรียนมาเลเซียยังติดปัญหา ทุเรียนส่งออกบางส่วนไม่ผ่านมาตรฐานของตลาดหลัก (เช่น จีน) จึงถูกนำกลับมาขายในประเทศ ทำให้ปริมาณภายในประเทศเพิ่มขึ้น
แม้ทางการมาเลเซียต้องเข้ามาแทรกแซง ด้วยการเปิดจุดจำหน่าย รับซื้อผลผลิตไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม แต่คาดว่าราคาทุเรียนที่ตกต่ำในครั้งนี้ อาจอยู่ไปจนถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของเกษตรกรทุเรียนมาเลเซีย
3. ทุเรียนเวียดนามซวนเซ ส่งออกไปจีนสะดุด
สื่อเวียดนาม รายงานว่า ปีนี้ การส่งออกทุเรียนเวียดนามไปจีนกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่
จีนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารตกค้าง ส่งผลให้การส่งออกสะดุดและราคาตกต่ำ
สารอันตรายที่ถูกตรวจพบ 2 ชนิดหลักๆ ในทุเรียนเวียดนาม ได้แก่ ออรามีนโอ (Auramine O / Basic Yellow 2)และแคดเมียม (Cadmium)
จีนตอบโต้ด้วยมาตรการที่เข้มงวด บังคับให้ตรวจสอบ 100% ทุเรียนทุกลอตต้องผ่านการตรวจสอบสารตกค้างก่อนส่งออก, ผู้ส่งออกต้องแนบผลตรวจจากห้องปฏิบัติการที่จีนรับรองเท่านั้น
ผู้ฝ่าฝืน ถือว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ถูกส่งกลับหรือทำลาย ผู้ส่งออกถูกระงับการส่งออก
ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการส่งออกและราคาของทุเรียนเวียดนามปีนี้
ยอดส่งออกร่วง เกษตรกรขาดทุน ราคาในประเทศตกต่ำ
ยกตัวอย่าง
ราคาทุเรียนพันธุ์ Ri6 เหลือเพียง 20,000-25,000 ดอง/kg(25-32 บาท) ขณะต้นทุนอยู่ที่ 30,000-40,000 ดอง/kg
โรงคัดบรรจุหยุดกิจการ เช่น ที่จังหวัดด่งท้าป (Dong Thap) โรงคัดบรรจุ 80 แห่ง จาก 111 แห่ง ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
สถานการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญด้านมาตรฐานการส่งออกของเวียดนาม
4. “แต๋มทำผิดเหรอคะ”
ย้อนกลับไปช่วงที่ถูกโจมตีดราม่าขายทุเรียนผ่านไลฟ์คอมเมิร์ซคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เคยชี้แจงบนเวทีปาฐกถา ช่วงเดือน พ.ค.
เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี ได้เดินหน้าขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งตะวันออกกลาง เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ ควบคู่กับการรักษาตลาดหลักอย่างจีน พร้อมทั้งทำสัญญา Contract Farming กับสวนทุเรียนจำนวนมาก แม้หลายกิจกรรมจะไม่เป็นข่าว แต่สามารถสร้างยอดขายได้จริง
.png)
.png)
.png)
.png)
.png)
ด้านการส่งออก คุณศุภจี (แต๋ม) เปิดเผยว่า ได้ส่งทีมงานลงพื้นที่หน้าด่านชายแดนตั้งแต่เดือนมีนาคม เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าในการขนส่ง โดยใช้การเจรจาทางการทูตและการอำนวยความสะดวก เพื่อไม่ให้ทุเรียนตกค้างจนเสียหาย เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอายุสั้น
คุณศุภจีไม่รอให้เกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาด แล้วค่อยแก้
แต่เป็นการสร้างดีมานด์ล่วงหน้า ก่อนที่ผลผลิตลอตใหญ่จะออกสู่ตลาดจริง
“ป๊อกแป๊กผิดตรงไหน เขาก็มาจากสวนเดียวกันกับลูกที่เป็นพรีเมียม แต่เขาเกิดมาตัวเล็กเเเละขี้เหร่ด้วย หน้าตาไม่ดี เเต่ถ้าท่านเเกะเปลือกเขาออกมาดู ท่านก็ไม่ได้รับประทานเปลือกไม่ใช่เหรอคะ... เราต้องทำตลาดในสิ่งที่คนเขาไม่นิยม เพราะเดี๋ยวมันจะมีป๊อกแป๊กออกมาจำนวนมาก ซึ่งไม่เรียกป๊อกแป๊กเเล้ว เรียกซูเปอร์จิ๋ว เพราะเขาดูน่ารัก เขาไม่ได้ผิดอะไร”
เรื่องไลฟ์คอมเมิร์ซก็เพื่อป้องกันปัญหาล้นตลาดเช่นกัน ให้คนที่ทำเป็น ที่เชี่ยวชาญไปช่วยสอนคนหน้าสวน อย่าทำไลฟ์คอมเมิร์ซในสตูดิโอเท่านั้น และเราก็ไม่ได้ทำกับใครเพียงเจ้าเดียว
“ทำไมต้องทำตอนนี้ ทุเรียนยังไม่ล้น? ก็ถ้าล้นแล้วเราจะทำทันหรอคะ เราถึงต้องรีบทำ”
“แต๋มทำผิดเหรอคะ... ไม่คิดว่าจะมีหนามรอบตัวขนาดนี้ โดยเฉพาะช่วงนี้ หนามเยอะจริงๆ” – คุณศุภจีเคยกล่าวไว้
5. อุทาหรณ์ “คนทำงานจริง ถูกปั่นข่าวโจมตี”
ปัจจุบัน ทีมไทยแลนด์ คุณศุภจี และผู้เกี่ยวข้อง กำลังเดินหน้าเจรจาการค้า เพื่อเปิดตลาดขายสินค้าไทยชนิดต่างๆ
รัฐบาลอนุทิน 2 ก็กำลังเดินหน้าแก้ปัญหาเกษตรอื่นๆต่อไป เช่น ข้าว มะพร้าวน้ำหอม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อาหารสัตว์ ปุ๋ย กุ้ง ฯลฯ
แต่กรณีศึกษาเรื่องทุเรียน มาถึงตรงนี้ ชัดเจนว่า หากไม่ทำตามแนวทางที่คุณศุภจีทำ ทุเรียนไทยจะเหนื่อยหนักกว่าปัจจุบันแน่นอน ดูจากสิ่งที่มาเลเซียและเวียดนามเผชิญในขณะนี้
ปัจจุบัน ทุเรียนไทย ยังคงเป็น “ราชาผลไม้” อันดับ 1ในใจผู้บริโภค
มูลค่าการส่งออกปีนี้ ทะลุแสนล้านบาท และหนึ่งล้านตันไปแล้ว
ตลาดทุเรียนจีนในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว เพราะยังมีเมืองใหญ่ๆ มหานครใหม่ๆ อีกมากที่เป็นตลาดเปิดใหม่ เมืองฝั่งตะวันตกของจีน
รวมถึงการขยายตลาดไปประเทศอื่นๆ เช่น ตะวันออกกลาง เกาหลีใต้
แต่ประเทศไทยก็ต้องทำงานหนัก และทำงานเป็น บริหารแบบมืออาชีพที่เท่าทันตลาดโลกยุคใหม่
การทำงานของทีมไทยแลนด์ ทำให้การผ่านด่านเข้าจีนฉลุย
โลจิสติกส์สะดวกขึ้น เช่น รถไฟจีน-ลาว ช่วยลดเวลาขนส่งจากกว่า 1 สัปดาห์เหลือเพียง 3-4 วัน คงความสดใหม่, ท่าเรือทันสมัยของจีน เปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกทุเรียนไทย
จีนลดระดับการตรวจเข้มให้ไทย (ไทยต้องป้องกันการปลอมแปลงเอกสาร)
ภาพลักษณ์และการตลาด ก็ทำให้ทุเรียนไทยมีชื่อเสียงด้านรสชาติ ความเป็นพรีเมียม เจ้าแห่งทุเรียน เบอร์หนึ่งของโลก
คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ อธิบายไว้เมื่อครั้งยังถูกโจมตี ระบุว่า
“..ขอเริ่มจากสัญญาณที่เราเห็นล่วงหน้าว่า ในปีนี้ พี่น้องชาวสวนทุเรียนจะต้องเผชิญกับปัจจัยที่เป็นตัวกดราคา 3 เรื่องด้วยกัน นั่นคือ
1. ผลผลิตทุเรียนสูงขึ้นจากปีก่อนถึง 33%
2. ประเทศไทยเผชิญสภาวะอากาศร้อนและแล้งจัด ทุเรียนลูกเล็กหรือตกเกรดจะมีจำนวนมากขึ้น
3. ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่จะส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทุเรียนส่งออก
หากเราไม่ลงมือทำอะไรเลย เมื่อถึงช่วงเวลาที่ผลผลิตออกมาจำนวนมาก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็จะถูกกดราคารับซื้อ ถ้ารอให้ถึงจุดนั้น ทุกอย่างก็จะสายเกินแก้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทุกปี เป็นสภาวะเดิมๆ ที่เกิดซ้ำๆ
กระทรวงพาณิชย์ถึงตัดสินใจทำการตลาดในรูปแบบที่เป็นเชิงรุก ไม่ว่าจะเป็นการปลุกกระแสการบริโภคทุเรียนโดยเฉพาะทุเรียนไซซ์เล็กที่เนื้อทุเรียนอร่อย มีคุณภาพ และราคาย่อมเยากว่า
เราสนับสนุนการสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มเติมผ่าน Live Commerce โดยซื้อทุเรียนทุกไซซ์โดยตรงจากชาวสวน ทำให้ชาวสวนมีช่องทางขายเพิ่มขึ้น ไม่เน้นพึ่งพาคนกลางอย่างเดียว และให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคว่า ทุเรียนที่ดี ดูที่เนื้อทุเรียน ไม่ใช่ดูที่ไซซ์อย่างเดียว
เพราะทุเรียนถึงแม้ลูกเล็ก แต่ถ้าออกมาจากสวนที่ดี มีการคัดคุณภาพ เนื้อทุเรียนก็อร่อยไม่แพ้ทุเรียนส่งออกค่ะ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งขับเคลื่อนมาตรการอื่นๆ ได้แก่ การแปรรูปเพื่อการเพิ่มมูลค่าผ่านห้องเย็น การวางระบบน้ำ ควบคู่กับการผลักดันขยายช่องทางการตลาดในต่างประเทศ รุกตลาดส่งออก ทั้งตลาดเดิม คือ จีนฝั่งตะวันออก และตลาดใหม่ คือ จีนฝั่งตะวันตก รวมถึงตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เรายังได้ส่งทีมงานไปดูแลให้การขนส่งและกระจายสินค้าผ่านด่านชายแดนเวียดนามตอนเหนือไปยังจีนตอนใต้เป็นไปได้อย่างคล่องตัวรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
สิ่งที่เรากำลังทำ เป็นการสร้างกลไกตลาดใหม่ เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน เป็นการกระตุ้นดีมานด์หรือความต้องการบริโภค โดยเฉพาะทุเรียนลูกเล็ก ที่ขอเรียกว่า “ทุเรียนซูเปอร์จิ๋ว” ให้มีราคา ให้มีช่องทางการตลาด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแน่นอนว่า หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือไม่แน่ใจ ระหว่างทางจึงมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยคนที่ชื่นชมและคนที่ตำหนิอย่างรุนแรง ซึ่งน้อมรับฟังทั้งหมดจริงๆ ค่ะ
แต่ขอยืนยันว่า ถ้าวันนี้ไม่ทำอะไรเลย และปล่อยให้ทุกอย่างเดินไปในรูปแบบเดิม พอถึงวันที่ทุเรียนไซซ์ซูเปอร์จิ๋วของพี่น้องออกมาล้นตลาดแล้วค่อยปลุกกระแส วันนั้นนอกจากเสียงตำหนิจะมากขึ้น ความเสียหายที่จะเกิดกับพี่น้องเกษตรกรก็จะมากขึ้นจนเกินแก้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรายอมให้เกิดไม่ได้ค่ะ
เราทำนอกกรอบการตลาดแบบเดิมๆ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีผลผลิตลอตใหญ่ออกมาในอีกไม่กี่อาทิตย์ และพร้อมยอมรับคำตำหนิในวันนี้ เพื่อไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องเจ็บตัวมากกว่าในวันข้างหน้า
เราจะเดินหน้าสร้างทางเลือกเพื่อช่วยชาวสวนทุเรียน และรวมถึงทุเรียนลูกเล็ก “ซูเปอร์จิ๋ว” ที่มีคุณภาพดีให้คนไทยได้บริโภคในราคาที่เหมาะสม จะสร้างความต้องการบริโภคหรือดีมานด์ ให้มากกว่าผลผลิตหรืออุปทานที่มีออกมา ซึ่งสุดท้ายแล้วจะช่วยให้ราคาทุเรียนซูเปอร์จิ๋วมีราคาสูงขึ้น
เป็นการเพิ่มทั้งมูลค่า และเพิ่มโอกาสที่มากกว่าให้พี่น้องชาวเกษตรกรสวนทุเรียนค่ะ” - ศุภจี สุธรรมพันธุ์
สุดท้าย... อุทาหรณ์อย่างหนึ่งสำหรับสังคมไทย คืออย่าเพิ่งเชื่อตามข่าวปั่นด้อยค่าโจมตีคนทำงาน เพราะเครือข่ายฝ่ายการเมืองที่ต้องการรักษาผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคพวกตัวเอง มากกว่าการแก้ปัญหาชาวบ้าน ก็มีอยู่จริงๆ
...ถ้ามึงแก้ปัญหาสำเร็จ ประชาชนชื่นชม พวกกูจะอยู่อย่างไร...
สันติสุข มะโรงศรี

ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พร้อมคณะสงฆ์ และบุคคล เฝ้าฯ
‘เมสซี่’เปิดใจครั้งแรกหลังสูญเสียบิดา-รับอาจแขวนสตั๊ด
นายกฯญี่ปุ่น ต่อสายตรงถึง ปธน.อิหร่าน ช่วยสยบกลุ่มฮูตีในทะเลแดง คืนความสงบเส้นทางเดินเรือโลก
ในหลวง-พระราชินี เสด็จในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระพันปีหลวง
เข้าแจ้งความแล้ว! อดีต รมต.บ้านใหญ่ ตบ รอง ผกก. กลางงานศพ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี