ในยุคมหาอาณาจักรธรรมกายรุ่งเรืองสุดขีด แกนนำที่เหมือนเสาค้ำจุนสำคัญ 3 คน
ได้แก่ อดีตพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย -นายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าสัวอสังหาฯ - นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตไวยาวัจกร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ
ชะตากรรมของบุคคลทั้งสาม และร่องรอยคดีที่เหลืออยู่ เป็นบาดแผลของกระบวนการยุติธรรม อย่างไร?
1.“พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย คือ ผู้นำสูงสุดของมหาอาณาจักรธรรมกาย ปัจจุบันไม่ปรากฏกายต่อสาธารณะ แม้คดีสมคบฟอกเงินจะขาดอายุความแล้วก็ตาม (หลบหนีจนคดีขาดอายุความ)
“นายศุภชัย ศรีศุภอักษร” ปัจจุบัน นายศุภชัยยังติดคุกอยู่ เป็นอดีตไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มีพฤติการณ์ทุจริตโกงเงินสหกรณ์คลองจั่น
ผ่องถ่ายจ่ายออกไปหลายเส้นทาง ดีเอสไอสอบสวนขยายผลเส้นทางเงินเช็ค 878 ฉบับที่นายศุภชัยผ่องถ่ายไปให้กับคน 6 กลุ่มส่วนหนึ่งก็คือเครือข่ายธรรมกาย ทั้งวัดธรรมกาย พระธัมมชโย มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และอดีตพระลูกวัด เป็นต้นเหตุแห่งคดีความตามมา ทั้งคดีฟอกเงินและคดีอื่นๆ มีการติดตามยึดอายัดทรัพย์สินกลับมาคืนผู้เสียหาย ปปง.ยึดอายัดทรัพย์ไว้หลายรายการ ศาลพิพากษาให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินหรือชดใช้เงินแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ (บางคดียังไม่ถึงที่สุด)
“นายอนันต์ อัศวโภคิน” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสัวธรรมกาย เพราะเป็นศิษย์พระธัมมชโยคนสำคัญ ทำหน้าที่ดูแลโครงการก่อสร้างทั้งหลายในมหาอาณาจักรธรรมกาย ตั้งแต่สมัยก่อสร้างพระมหาธรรมกายเจดีย์ ทั้งเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน และยังเชิญชวนประชาชนบริจาคเงินให้กับธรรมกาย ถึงขนาดเคยกล่าวว่า “ปิดบัญชี” เพื่อทำบุญถวาย
หลวงพ่อ “ไม่เม้ม” ฯลฯ
ล่าสุด นายอนันต์ไม่เดินทางมาต่อสู้คดีฟอกเงิน ถูกศาลออกหมายจับ
มีรายงานข่าวว่า ป่วยหนัก รักษาตัวอยู่ต่างประเทศ แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานล่าสุดยืนยันแน่ชัด
คดีฟอกเงินของนายอนันต์ น่าจะขาดอายุความ ราวๆ ปี 2573
2.คดีฟอกเงินเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน จุดตายเจ้าสัวธรรมกาย
นายอนันต์ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
ปัจจุบัน ศาลออกหมายจับนายอนันต์ ก็น่าสงสัยว่านายอนันต์ป่วยถึงขนาดนอนห้องไอซียู ไม่สามารถเดินทางมาขึ้นศาลได้จริงๆ หรือป่วยทิพย์ ?
ก่อนหน้านี้ อัยการสูงสุด (ขณะนั้น คือ นายอำนาจเจตน์เจริญรักษ์) ได้มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ต้องหา นายอนันต์อัศวโภคิน ฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุได้มีการสมคบกันตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
เจ้าสัวอนันต์เคยมีบทบาทสำคัญในมหาอาณาจักรธรรมกาย ซึ่งใช้เงินหมุนเวียนภายในจำนวนมหาศาล โดยเป็นที่ปรึกษางานก่อสร้างให้กับมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระธัมมชโย ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลโครงการก่อสร้างต่างๆ ของวัด
พฤติการณ์คดี สืบเนื่องจากว่า นายศุภชัยโกงเงินสหกรณ์คลองจั่นนำไปซื้อหุ้นเอ็มโฮมฯและที่ดิน
สำหรับรายละเอียดเส้นทางการเงินในคดีนี้ ปรากฏตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งเป็นผลจากการตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของนายศุภชัย ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และนำเงินไปลงทุนซื้อที่ดินจำนวน 3 แปลง โฉนดที่ดิน
เลขที่ 31343, 31344 และ 31345 ตั้งอยู่ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ตก)อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และหุ้นของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด โดยวิธีการสั่งจ่ายเช็คจำนวน 11 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 321,400,000 บาท
จากนั้น เอ็มโฮมฯ ทำสัญญาขายที่ดิน 46 ไร่ ให้นายอนันต์ ในราคา 93 ล้านบาท (ต่ำกว่าราคาตลาด)
หลังจากนั้น นายอนันต์ทำสัญญาขายที่ดินแปลงเดิมต่อให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในราคา 492 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับที่ซื้อมาแค่ 93 ล้าน จะเห็นว่ามีส่วนต่างจำนวนมาก
จากนั้น ได้นำเงินส่วนใหญ่ที่ได้มา 303 ล้านบาท บริจาคเข้ามูลนิธิฯ ในเครือมหาอาณาจักรธรรมกาย นำไปใช้ในโครงการก่อสร้างต่อไป
โดยปรากฏข้อพิรุธเกี่ยวกับการซื้อขายถ่ายโอนที่ดินแปลงนี้ เพราะปรากฏหนังสือแสดงเจตนาถวายที่ดินแปลงนี้ให้กับพระธัมมชโยด้วย
.png)
.png)
ปปง. ระบุในคำสั่งอายัดทรัพย์ว่า ภายหลังจากบริษัทเอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้รับเงินลงทุนของนายศุภชัยศรีศุภอักษร กับพวกแล้ว บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน โฉนดเลขที่ 31344 ให้กับนายอนันต์อัศวโภคิน ที่ดินเนื้อที่ 46-3-56.2 ไร่ ราคาไร่ละ 2,000,000 บาทเป็นเงิน 93,781,000 บาท
จากนั้น ได้ปรากฏว่ามีการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาถวายที่ดินของนายศุภชัย ให้กับพระเทพญาณมหามุนี(ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เป็นการส่วนตัว โดยมีนายอนันต์อัศวโภคิน ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนพระเทพญาณมหามุนี และมีพยานลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว เว้นแต่นายศุภชัย ไม่ได้ลงลายมือชื่อ
ต่อมา เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 นายอนันต์ ได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บริษัทไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด ในราคา 492,350,250 บาท และได้รับเงินที่เหลือจากการขายที่ดินจำนวน 468,731,250 บาท นำไปชำระหนี้ให้บริษัท เอ็ม-โฮมเอสพีวี 2 จำกัด และหนี้อื่นบางส่วน โดยนำเงินส่วนใหญ่จำนวน 303,000,000 บาท ไปบริจาคให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพื่อนำไปก่อสร้างอาคารบุญรักษา ในมหาอาณาจักรธรรมกาย...
ขณะที่นายอนันต์ เป็นผู้ดูแลโครงการก่อสร้างของมหาอาณาจักรธรรมกาย...
ในส่วนของทรัพย์สิน ปปง.ได้อายัดอาคารบุญรักษา และที่ดินที่ตั้งอาคารบุญรักษาไว้ด้วย (ที่ดินเกี่ยวพันกับลูกสาวของนายอนันต์ มีคดีอีกต่างหากด้วย) ฟ้องศาลแพ่งแล้วด้วย
.png)
.png)
.png)
3.ร่องรอยคดีที่ดิน อันน่าฉงน
เป็นอันว่า การก่อสร้างอาคารบุญรักษา ส่วนหนึ่งมาจากเงินก้อนที่เป็นปัญหาในคดีฟอกเงินนั่นเอง
ยิ่งกว่านั้น ที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษา ก็มาจากการซื้อขายถ่ายเทที่ถูกตรวจสอบเป็นคดีฟอกเงินด้วย โดยมีชื่อของลูกสาวนายอนันต์เป็นคนรับโอนจากนายศุภชัยศรีศุภอักษร !!!
พ่อ มีชื่อพัวพันกับเงินที่นำมาใช้สร้างอาคารบุญรักษา
ลูกสาว มีชื่อพัวพันกับที่ดินที่นำมาเป็นที่ตั้งโครงการ
จึงน่าสงสัยว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินอาคารบุญรักษา ไปถึงไหนแล้ว? ดีเอสไอดำเนินคดีกับใครบ้าง?
4.“เจ้าสัวอนันต์” พัวพันที่ดินกี่แปลง ? คดีฟอกเงินที่ดินบุญรักษา ไปถึงไหน?
นอกจากที่ดินแปลง 46 ไร่ โฉนดเลขที่ 31344 ซึ่งนายอนันต์ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินแล้วนั้น
อีกด้านหนึ่ง ที่ดินอีกแปลงหนึ่ง อันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษาในปัจจุบัน คดีไปถึงไหนแล้ว
ที่ดินที่ตั้งอาคารบุญรักษานี้ เป็นที่ดินแปลงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวขนานติดรั้วของวัดพระธรรมกาย
ก่อนหน้านี้ ปปง. พิจารณาแล้ว เชื่อได้ว่า ที่ดินแปลงนี้ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อดีตไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย เจ้าพนักงานเชื่อว่า นายศุภชัยรู้ว่าตนถูกดำเนินคดีโกงสหกรณ์คลองจั่น ก่อนจะโอนขายที่ดินจำนวน8 แปลง ให้แก่ นางสาวอลิสา (ลูกสาวนายอนันต์) ราคา 298ล้านบาท และปรากฏต่อมาว่า นางสาวอลิสายินยอมให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ ปลูกสร้างอาคารบุญรักษา จึงอายัดที่ดินไว้ก่อนแล้ว
ปี 2556 หลังนายศุภชัยถูกแจ้งความดำเนินคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกง นายศุภชัยกำลังถูกสอบสวน คดีจวนจะยึดอายัดทรัพย์รอมร่อ ปรากฏเอกสารว่า นายศุภชัยได้ลงนามในสัญญา
ซื้อขายที่ดิน 8 แปลง รวมเนื้อที่ 57 ไร่
ขายให้แก่นางสาวอลิสา อัศวโภคิน ลูกสาวของนายอนันต์ อัศวโภคิน
ระบุราคาตกลงซื้อขาย 298 ล้านบาท
ขณะนั้น ที่ดินทั้งหมด ระบุว่าไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่มีการเช่า ไม่ค้างชำระภาษีบำรุงท้องที่
แต่ไม่ปรากฏว่าจ่ายเงินกันจริงๆ อย่างไร
หนังสือสัญญา ลงวันที่ 7 มิ.ย. 2556 ปรากฏเลขที่โฉนดเสร็จสรรพ
.png)
.png)
น่าสังเกตว่า เอกสารซื้อขายที่ดินจากนายศุภชัย ระบุว่าวันที่7 มิ.ย. 2556 ขณะนั้น นายศุภชัยถูกสอบสวนคดียักยอกทรัพย์และฉ้อโกงแล้ว
เรื่องนี้ ถูกสอบสวนเป็นคดีพิเศษ 70/2558 ดำเนินคดีในความผิดฐานฟอกเงิน นายศุภชัย กับพวก นำเงินที่ยักยอกไปซื้อที่ดินผืนดังกล่าว มูลค่าความเสียหายราว 300 ล้านบาท
ปัจจุบัน คดีไปถึงไหนแล้ว? ได้ดำเนินคดีกับใครบ้าง?
ผู้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารบุญรักษา คือ มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์ของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ที่มีนายอนันต์เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะนั้นดูแลโครงการก่อสร้าง
หากดีเอสไอเห็นว่า น.ส.อลิสา (ลูกสาวนายอนันต์)ไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็น (ทั้งๆ ที่มีชื่อรับโอนที่ดิน)
บุคคลใดเป็นตัวการใช้ชื่อมาดำเนินการ? นายอนันต์เกี่ยวข้องกับคดีที่ดินบุญรักษาด้วยหรือไม่?
มีใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์แก่ผู้ใดในกรณีคดีฟอกเงินที่ดินบุญรักษานี้ หรือไม่?
ล่าสุด ในส่วนคดีแพ่ง ทราบว่า ศาลพิพากษาชี้ขาดให้ดำเนินการขายทอดตลาดที่ดินบุญรักษา เพื่อนำเงินมาชดใช้คืนสหกรณ์คลองจั่นผู้เสียหายประมาณ 200 กว่าล้านบาท และให้ขาย
อาคารบุญรักษา เพื่อนำเงินมาชดใช้คืนสหกรณ์ผู้เสียหาย 303ล้านบาท
5.มหากาพย์มหาอาณาจักรธรรมกาย เดินมาถึงตอนที่ธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลบหนีคดีฟอกเงิน-รับของโจร จนกระทั่งคดีขาดอายุความ
นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ยังติดคุกอยู่ในเรือนจำ
ส่วนนายอนันต์ อัศวโภคิน อดีตเจ้าสัวธรรมกาย ยังเร้นกายหายหน้าไปจากประเทศไทย ศาลออกหมายจับ
ปรากฏร่องรอยคดีที่ตกค้าง ทั้งอาคารบุญรักษา ที่ดินบุญรักษา
ขณะที่การติดตามทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งปปง.สอบสวนเส้นทางเงิน และอายัดทรัพย์ไว้หลายรายการ นำไปฟ้องศาลแพ่ง เพื่อให้ทรัพย์นั้นตกเป็นของแผ่นดิน หรือคืนแก่สหกรณ์คลองจั่นแล้วแต่กรณี
ในส่วนของทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายมหาอาณาจักรธรรมกาย ปรากฏว่า เมื่อไปถึงชั้นศาลแพ่งศาลพิพากษาให้คืนทรัพย์สินหรือชดใช้เงินแก่สหกรณ์คลองจั่นฯ ทุกคดี
ไม่ว่าจะเป็น กรณีเงินในบัญชีเงินฝากชื่อวัดและมูลนิธิเครือธรรมกาย 58 ล้าน
กรณีอาคารที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์เขาใหญ่
กรณีอาคารลูกโลก
กรณีอาคารมหารัตนวิหารคด
กรณีที่ดินและอาคารบุญรักษา (พันกับลูกสาวเจ้าสัวธรรมกาย) ฯลฯ
คำถามที่สำคัญ คือ คดีฟอกเงินกันเกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดินบุญรักษา และที่ดินแปลงที่นายอนันต์ขายแล้วเอาเงินโอนเข้าวัดไปก่อสร้างอาคารบุญรักษานั้น ดำเนินคดีอย่าง
ครบถ้วน ไม่ละเว้น แล้วหรือยัง?
นายอนันต์และคนใกล้ชิด ถูกดำเนินคดีครบถ้วนหรือไม่?
คนในมหาอาณาจักรธรรมกายมีใครเกี่ยวข้องอีกบ้างที่ควรต้องถูกดำเนินคดี?
และใครจะต้องรับผิดชอบ ถ้าขาดอายุความ โดยไม่สามารถเอาผิดใครได้เลย เป็นรอยด่างของกระบวนการยุติธรรม ?
สันติสุข มะโรงศรี

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี