วันเสาร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2569
กระทรวงพาณิชย์ไทยแก้ปัญหาทุเรียนล้นตลาด ด้วยการให้อินฟลูฯการตลาดโพสต์ขายออนไลน์ลูกละ 100 บาทได้รับการชื่นชมจากแฟนคลับเจ้ากระทรวงการค้า
สื่อชื่นชมความอัจฉริยะของเทคโนแครตผู้สละรายได้เป็นแสนเป็นล้าน มาช่วยปฏิรูปการค้าไทยให้เป็นสากล จนกลายเป็นปกติใหม่ (New Normal) ของสังคมไทยที่ใช้สื่อและ IO แก้ปัญหา
ตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 2 ครองทำเนียบเป็นทางการข้อครหาคอร์รัปชัน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในวงราชการผุดขึ้นมาเหมือนเห็ดหน้าฝนและน่าประหลาดใจที่คนไทยพอใจกับการใช้สื่อใช้เอไอปัญหา
ต้นเดือนมีนาคมคนไทยเดือดร้อนเพราะน้ำมันขึ้นราคามหาโหด ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีน้ำมันที่ซื้อก่อนเกิดสงครามไว้สำรองใช้ได้ 101 วัน แต่น้ำมันขึ้นราคาทันทีที่เสียงระเบิดถล่มอิหร่านดังไม่ทันข้ามวัน
รัฐบาลแก้ปัญหา ด้วยการเปลี่ยนรองนายกฯกำกับดูพลังงานจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นนายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีคลัง โดยให้เหตุผลว่าป้องกันข้อครหาผลประโยชน์ทับซ้อนเนื่องจากนายพิพัฒน์ร่ำรวยมาจากการค้าน้ำมัน
การเปลี่ยนแปลงผู้กำกับดูแลพลังงานไม่ได้แก้ปัญหาน้ำมันราคาแพง และน้ำมันที่หายไปจากโรงกลั่นอย่างน้อย 57 ล้านลิตร โดยไม่รู้ว่าใครแอบขายให้เพื่อนบ้านหรือไม่ ได้กำไรเท่าไหร่นักวิชาการประเมินว่า รายได้ราว 19,000 ล้านบาท จากส่วนต่างราคาน้ำมันไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร
เมื่อคนเริ่มชินชากับน้ำมันขึ้นราคา สื่อหันไปทุ่มเทความสนใจใครได้ประโยชน์จากงบประมาณ 1,600 ล้าน ในโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายค้าน นักวิชาการ และสื่อถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มีการตอบโต้กันไปมาระหว่างกระทรวง DE กับฝ่ายค้านและนักวิชาการ ผ่านสื่อ เรื่อง TH-AI Passport ค่อยๆ เลือนหายไปเมื่อมีเรื่องช่วย “สีน้ำเงินหรือไม่” ดังขึ้นมาแทน
ปลัดจังหวัดภูเก็ตถูกย้ายโดยที่เจ้าตัวคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วออกมาระบายผ่านสื่อว่า มาจากสาเหตุผู้บังคับบัญชาสั่งให้เขาช่วย “สีน้ำเงิน” นี่ก็เป็น “ปกติใหม่ของสังคมไทย” ที่ขัดแย้งกันในที่ลับแล้วออกมาแก้ต่างผ่านถ่ายทอดสดทางทีวี
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร พูดกับพีพีทีวี ว่า อธิบดีกรมการปกครอง สั่งให้เขาช่วย “สีน้ำเงิน” ในการเลือกตั้ง มีนาคม 2569 เขาตอบข้อความแชทไลน์ว่า “100% ครับนาย!”
อธิบดีสั่งปลัดจังหวัดช่วยหาเสียงพรรคการเมือง หากเป็นเรื่องจริงดังที่เขาพูดออกทีวี ถือว่าเป็นเรื่องเลวร้าย ไม่มีคุณธรรม ผิดจริยธรรมทั้งฝ่ายการเมืองฝ่ายราชการควรถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 157 และผิดมาตรฐานทางจริยธรรม แต่น่าเสียดายที่ฝ่ายค้านและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง เพียงใช้สื่อตอบโต้กันไปมาไม่นำเรื่องเลวร้ายขึ้นศาลใช้กระบวนการยุติธรรมแก้ปัญหา
และเรื่องเลวร้ายในจังหวัดภูเก็ตก็ถูกกลบด้วยเรื่องร้ายแรงกว่า คือ ขบวนการโกงสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น 15,000 ตำแหน่งที่มีผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการโกงหลายพันคน ผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ข้าราชการท้องถิ่นที่บรรจุ 15,000 ตำแหน่ง ระหว่าง พฤษภาคม 2568 ถึง พฤษภาคม 2569 อาจเกี่ยวข้องกับการโกง 5,890 ตำแหน่ง
การสอบสวนหาผู้กระทำความผิดรวมทั้งในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลดำเนินการจัดสอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายซึ่งต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะหาข้อยุติได้ เนื่องจากสื่อรายงานว่า เงินที่ใช้ในการโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่นกว่า 4.5 พันล้านบาท
จากบัญชีที่แพร่หลายบนสื่อออนไลน์มีโกง 71 จังหวัดสุราษฎร์ธานี มากที่สุด 242 คน ที่เหลือ 70 จังหวัดลดหลั่นกันไป ที่น่าสนใจคือในภาคใต้การโกงมีมากในจังหวัดที่มีชื่อ “เสีย” การซื้อเสียง
หนึ่งเดือนหลังเรื่องแดงขึ้น เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดและส่วนตำบลถูกตั้งข้อหาเจ็ดคน และคาดว่าน่าจะได้แค่ปลาซิวปลาสร้อย ตามปกติการเมืองไทยตัวใหญ่ผู้บงการกฎหมายทำอะไรไม่ได้
กรณีโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย สั่งให้ถอด 5,890 ตำแหน่งออกจากราชการ แต่ที่ประชุมกรรมการเกี่ยวข้อง 5 คน ลงมติปลดไม่ได้ กลัวถูกฟ้องศาลปกครอง
ซึ่งดูไปก็คล้ายคดีที่ดินเขากระโดงสู้กับมา 45 ปี ไม่มีความคืบหน้า เพราะศาลหนึ่งตัดสินคดีไปแล้วนักกฎหมายทนายเขากระโดงก็นำเรื่องไปฟ้องร้องอีกศาล เท่านั้นไม่พอยังมีการแบ่งโฉนดออกเป็นหลายร้อยแปลงซึ่งกรมที่ดินและการรถไฟฯต้องดำเนินคดีตามคำสั่งการของฝ่ายบริหารแต่ละสมัย
อย่างไรก็ดี คดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นกำลังถูกท้าทายว่าจะอยู่ในกระแสสื่อได้นานแค่ไหนเมื่อคดีฮั้ว สว.กำลังมาแรงแซงโค้ง
ขณะที่กระแสโกงสอบข้าราชการท้องถิ่นกำลังแรง คดีฮั๊ว สว.ก็แซงขึ้นมาใหม่ เมื่อนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เปิดเผยข้อมูลฮั้วเลือกตั้ง สว.โดยพาดพิงถึงนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทย
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย สวนกลับว่านายยิ่งชีพ ใส่ร้ายไม่มีมูลความจริง และเมื่อสื่อตื่นข่าวให้ความสนใจทั้งสองฝ่ายก็ทำสงครามน้ำลายกันรุนแรงขึ้น ทำให้เรื่องบานปลายนายยิ่งชีพกลายจำเลยถูกฟ้องหมิ่นประมาท
นักข่าวถามนายกฯรายวันประเด็นฟ้องนายยิ่งชีพหมิ่นประมาท โดยไม่ให้ความสำคัญเรื่องที่ กกต.และดีเอสไอสอบสวนดำเนินคดีมีความคืบหน้าไปถึงไหน
ในขณะที่คดีโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น คดีเขากระโดง คดีฮั้ว สว. กำลังแย่งพื้นที่หน้าจอทีวีกันอยู่นั้น ไอ้โม่งนักปั่นกระแสก็ปล่อยข่าวความขัดแย้ง 2 น. กับ 1 พ. ออกมา สื่อบ้ายอดไลก์
ยอดแชร์ทั้งหลายก็งับไปขยายความ กระแสสอง น.กับ หนึ่ง พ.ไม่ทันจางหาย ก็มี “ปฏิญญาโมนาโก” โผล่ขึ้นมา สื่อตื่นข่าวทั้งหลายพากันพล่านสืบหาที่มาของปฏิญญาโมนาโกว่ามันถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาลไหม?
ทั้งหมดที่กล่าวมา “เป็นปกติใหม่ของสังคมไทย” ซึ่งต่างกับประเทศที่เพิ่งฟื้นจากสงครามมาเพียง 50 ปี อย่างเวียดนาม ที่พัฒนาเศรษฐกิจล้ำหน้า และปราบทุจริตอย่างจริงจังฉับไวสร้างความมั่นใจต่อการค้าระหว่างประเทศ
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อม กับพวกอีก 4 ถูกขังข้อหารับสินบนและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกใบรับรองตรวจสอบคุณภาพทุเรียนส่งออกผิดกฎหมาย
บลูมเบิร์กรายงานว่า นายฮวง จุง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม หลังจากตำรวจจับยัดห้องขัง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พร้อมกับผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่สมคบกันออกใบรับรองการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนส่งออกผิดกฎหมาย
นายเหงียน กวาง รองหัวหน้าฝ่ายผลิตและควบคุมพืชเกษตร ถูกจับข้อหาเดียวกัน คือละเมิดการควบคุมคุณภาพทุเรียน สร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ผู้ปลูกทุเรียนและธุรกิจส่งออกและรายได้เข้ารัฐ นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงทุเรียนและภาคการเกษตรเวียดนาม
เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯอีกสองคนถูกคุมขังในข้อหาออกเอกสารทางราชการปลอม ตำรวจกล่าวว่านายฮวง จุง ถูกขับออกจากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ตามแถลงการณ์ของกระทรวงความมั่นคงเวียดนาม
การจับกุมรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่เวียดนามแสวงหาลู่ทางเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น การปลอมแปลงเอกสารตรวจสอบคุณภาพทุเรียนจึงถือเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขั้นขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์และถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี
ระหว่างปี 2021 ถึง 2025 เวียดนามส่งออกทุเรียนสดกว่าสามล้านตันและทุเรียนแช่แข็ง 190,000 ตัน 95% ส่งไปจีน
ไทยส่งออกทุเรียนกว่า 1 ล้านตันต่อปี ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปริมาณการส่งออกทะลุเป้า 1 ล้านตันแล้ว คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท
บลูมเบิร์กระบุว่าไทยส่งออกทุเรียนมากกว่าเวียดนามสามเท่า แต่ถ้ามัวแต่ใช้สื่อใช้เอไอแก้ปัญหา ไม่นานจะพบว่าหนามทุเรียนเวียดนามคมกว่าหนามทุเรียนไทย ที่ใช้อินฟลูฯเร่ขาย
สุทิน วรรณบวร

บรรยากาศเศร้า ญาติรับร่าง ฮลุน โซโล่ ถึงบ้านเกิดแล้ว
นายกฯ ชู SME เป็นหัวใจเศรษฐกิจไทย พร้อมเป็น ลมใต้ปีก ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันเติบโตยั่งยืน
บ้านเราเป็นอะไรกันไปแล้ว! อดีตบิ๊กข่าวกรอง ฉะ สส.พรรคส้ม ไร้มารยาทเจ้าบ้าน ต้าน 'มิน ออง ไลง์' เยือนไทย
โซเชียลเม็กซิโกช็อก อินฟลูฯดังถูกประกบยิงระยะเผาขน ดับสยองคาไลฟ์สด
เปิด พลาญหินแปดก้อน พื้นที่ยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา วินธัย ชี้ยังมีทุ่นระเบิดเก่ากว่า 1 พัน ตร.กม.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี