สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล เป็นสำนวนไทยที่บ่งบอกว่า คนนั้นมีพื้นฐานอย่างไร เมื่อนำสำนวนนี้มาใช้กับวลีที่ว่า สันดอนขุดได้ สันดานแก้ไม่หาย สองสำนวนก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย
และเมื่อนำสองสุภาษิตนี้มารวมกันก็พบว่า ผู้ไร้มารยาทต่อแขกบ้านแขกเมืองนั้นไม่รู้ธรรมเนียมที่ว่า “ไทยแท้แต่โบราณใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ”
สุภาษิตสามข้อนี้ใช้กับผู้ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อแขกบ้านแขกเมืองซึ่งอาจเนื่องมาจากสันดานแก้ไม่ได้สำหรับผู้ที่เคยเป็นขบถต่อระบบการปกครองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้ที่เคยมีพฤติกรรมอย่างไรแม้กาลเวลาและสถานะเปลี่ยนไป เชื้อการล้างสมองของฝรั่งที่ฝังลึกอยู่นั้นมันผลักดันให้ลืมธรรมเนียมไทยที่ว่า“ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ”
ความอัปยศหน้าสภา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมนั้นตรงกับสุภาษิตไทยทุกประการโดยเฉพาะที่ว่า สันดอนขุดได้สันดานแก้ไม่หาย ข้อนี้ใช้ได้กับทั้งปัจเจกชนและนิติบุคคล
ปัจเจกชนเคยมีพฤติกรรมอย่างไรสมัยนุ่งกางเกงขาสั้น ก็ยังเป็นเช่นนั้น แม้กาลเวลาและสถานะเปลี่ยนไป นิติบุคคลที่เป็นพรรคการเมืองก็เช่นกัน พรรคที่กระทำการต่อต้านขัดขวางทุกอย่างที่เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยทำเป็นนิสัยจนกลายเป็นสันดาน
เช่นเดียวกับพรรคที่ฝักใฝ่การปล้นพระราชอำนาจและปล้นพระราชทรัพย์ รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่24 มิถุนายน 2475
พรรคนี้มีพฤติกรรมเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันสูงสุดของไทยและกระทำสืบต่อกันมาหลายครั้งจนกลายเป็นสันดาน เมื่อผู้มีอุดมการณ์ตรงกันมาร่วมงานนิสัยถาวรต่อต้านก็เกิดขึ้นหน้าสภาโดยไม่ใส่ใจกาลเทศะ
กรณีประธานาธิบดี มิน อ่อง หล่าย เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะและรู้ธรรมเนียมไทยจะไม่แสดงการพฤติกรรมต่อต้านด้วยการเรียกร้องเสรีภาพเรียกร้องประชาธิปไตยจากประธานาธิบดีมิน อ่อง หล่าย
ถึงไม่โวยวายหน้าสภา ผู้นำพม่าก็รู้ว่าพรรคส้มคลั่งไคล้อเมริกาและสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่า ดังที่ พลเอก โซ วิน ออกแถลงการณ์เตือนคนพม่าว่า
“พรรคก้าวไกลโปรตะวันตก และพวกเขาจะช่วยผู้ก่อการร้าย เราต้องตรวจตราชายแดนและหาข้อมูลการเคลื่อนไหวและกิจกรรมของพวกเขา”
นายพลพม่า ออกแถลงการณ์เตือนชาวบ้านตามแนวชายแดนให้ระวังพรรคก้าวไกล แสดงว่า พม่ารู้ตื้นลึกหนาบางว่า พรรคส้มรับงานฝรั่งมาช่วยเหลือผู้ที่รัฐบาลพม่าขึ้นบัญชีเป็นผู้ก่อการร้าย
พรรคส้มช่วยผู้ก่อการร้ายและฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าหรือไม่ยอมรู้อยู่แก่ใจ ส่วนผู้สื่อข่าวชายแดนที่ทำข่าวความขัดแย้งในประเทศพม่ากว่า 40 ปี และได้เห็นการช่วยเหลือคนพม่าที่ทะลักเข้ามาทางชายแดนหลังพลเอกมิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งปี 2566 หลายฝ่ายมั่นใจว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เครือข่ายพรรคส้มเลยกดดันข้าราชการท้องถิ่นให้ออกบัตรอยู่ในประเทศไทย 10 ปี ให้คนพม่าที่เชื่อว่า เป็นผู้สนับสนุนเอ็นยูจีและพีดีเอฟ กว่าหนึ่งหมื่นคน
“เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมั่วออกบัตรสิบปีให้พม่ากว่าหมื่นคน จนถึงวันนี้ศาลสั่งเพิกถอนได้กว่าเจ็ดร้อยใบ” นักข่าวผู้ติดตามความขัดแย้งพม่ามานาน บอกแนวหน้า
พรรคส้มมองว่ารัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือเอ็นยูจี ฝ่ายนางออง ซาน ซู จี และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือพีดีเอฟ เป็นฝ่ายต่อต้านการยึดอำนาจและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
สถานการณ์ในพม่าเวลานั้น ผู้ติดตามความขัดแย้งพม่ารู้ว่า ซีไอเอจัดตั้งเอ็นยูจีและพีดีเอฟขึ้นมา เพื่อสร้างความปั่นป่วนในพม่าเหมือนกับที่เคยสร้างผู้ก่อการร้ายในประเทศอิรัก ซีเรีย ลิเบีย และอัฟกานิสถาน เพื่อเป็นฐานให้สหรัฐอเมริกายึดครองประเทศที่ซีไอเอ จัดตั้งกองกำลังไว้
แต่พม่าต่างกับ อิรัก ซีเรีย ลิเบีย และอัฟกานิสถาน ตรงที่พม่ามีจีนกับรัสเซียคานอิทธิพลอเมริกาและตะวันตก อเมริกาจึงชนะเฉพาะสงครามข่าวสารและโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น
ตลอดเวลา 5 ปีที่ทหารยึดอำนาจ ชาวโลกรับรู้เหตุการณ์ในประเทศพม่าจากโฆษณาชวนเชื่อของอเมริกาและสื่อตะวันตก ที่สร้างภาพให้พลเอกมิน อ่อง หล่าย เป็นผู้ร้ายและสร้างสถานการณ์ให้ฝ่ายต่อต้านเป็นนักรบเพื่อประชาธิปไตย
คนภายนอกโดยเฉพาะสมุนบริวารอเมริกันไม่รู้ว่า จริงแล้วนางออง ซาน ซู จี เป็นผู้จุดชนวนก่อการร้าย คนภายนอกไม่รู้ว่าขณะที่พลเอกมิน อ่อง หล่าย ประกาศหยุดยิงทั่วประเทศตลอดปี 2564 นั้น ทหารพม่าหยุดยิงตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 10 วันหลังจากนั้นวันที่ 5 พฤษภาคม นางออง ซาน ซู จี ประกาศปฏิวัติประชาชนทั่วประเทศพม่าเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่ ตำบล หยิบฉวยอาวุธที่หาได้ขึ้นมาล้มล้างรัฐบาลจากการยึดอำนาจ
ที่นักวิชาการกล่าวว่าซู จี พลาดอย่างมหันต์ที่จับอาวุธต่อสู้ทหาร อ.ทรงฤทธิ์ โพนเงินนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญอุษาคเนย์ กล่าวว่า“ออง ซาน ซู จี พลาดที่ใช้กำลังต่อสู้ทหารที่ไม่มีทางชนะ หากเลือกต่อสู้ทางการเมือง มีการเลือกตั้งกี่ครั้งเธอก็ชนะแลนด์สไลด์ได้เป็นรัฐบาล แต่มีอำนาจบริหาร 75% เธอจะเอา 100% ซึ่งทหารไม่มีวันยอม..” อ.ทรงฤทธิ์ กล่าว
ผู้ที่เข้าใจบริบทการเมืองและการทหารพม่าย่อมเข้าใจได้ว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพม่าเป็นไปตามบริบทสังคมการเมืองประเทศนั้น ซึ่งคนนอกไม่ควรไปชี้นิ้วสั่งการต้องทำอย่างนั้น
อย่างนี้
ประเทศไทยยึดอำนาจ 13 ครั้งตั้งแต่ปี 2475 พม่าไม่เคยแทรกแซงหรือเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มีแต่อเมริกาที่แทรกแซงกดดันทุกครั้งที่ทหารไทยยึดอำนาจโดยไม่สนใจว่า หากทหารไม่แทรกแซงประเทศไทยอาจกลายเป็นรัฐล้มเหลวไปแล้ว ที่เลวร้ายคือในยุคที่อเมริกาหน้ามืดต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อเมริกันจัดการให้มีการยึดอำนาจเสียเอง
นี่คือความจริงไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นผู้ที่ยังคลั่งไคล้โฆษณาชวนเชื่อของอเมริกาในขณะที่สถานการณ์และภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนไป อาจนำความหายนะมาสู่ประเทศไทย
สื่อตะวันตกบิดเบือนปิดบังความเสียหายของกองทัพสหรัฐในสงครามกับอิหร่านฉันใด สื่อตะวันตกก็บิดเบือนความจริงในพม่าฉันนั้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสื่อตะวันตกรายงานว่า ตั้งแต่พลเอก มิน อ่อง หล่าย ยึดอำนาจคนพม่าตายจากความขัดแย้งแล้วกว่า 100,000 ศพ
ประสบการณ์ตรงทำข่าวความขัดแย้งพม่ากว่า 40 ปี ไม่เคยเห็นคนพม่าตายในสนามรบถึง 100 ศพ จากการติดตามข่าวและข้อมูลรอบด้านจากแหล่งข่าวรู้จักกันมานานทั้งในฝ่ายต่อต้านและฝ่ายรัฐบาล ไม่พบว่ามีการปะทะกันครั้งใดที่มีคนตายถึง 100 คน
ตลอดเวลา 5 ปีมีแต่ข่าวจากฝ่ายต่อต้านกล่าวหาว่า รัฐบาลใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่พลเรือนหมู่บ้านโน้น ตำบลนี้ มีคนตายจำนวนมาก แต่ไม่เคยมีหลักฐานมายืนยันซ้ำร้ายบางครั้งปฏิบัติการข่าวฝ่ายต่อต้านเอาภาพ AI มาประกอบข่าว
ที่น่าขำ คือ ข่าวที่ฝ่ายต่อต้านอ้างว่าทหารพม่าปล้นฆ่าผู้โดยสารรถบัสตาย 40 ศพ ระหว่างเดินทางจากเมืองลอยก่อว์ ในรัฐคะยาไปชายแดน จ.แม่ฮ่องสอนของไทย ที่ขำคือไม่มีรถบัสบริการบนทางเกวียนที่มีแต่รถบรรทุกไม้ซุงเท่านั้นที่แล่นผ่านได้
และน่าประหลาดใจที่คนทั่วไปเชื่อว่าพลเอก มิน อ่อง หล่าย ทำให้คนตายเป็นแสนโดยไม่เอะใจว่า ในพม่าเป็นสงครามจรยุทธ์หรือสงครามกองโจร ที่ปะทะกันครั้งหนึ่งมีคนเกี่ยวข้องเป็นหลักสิบ การปะทะในป่าในเขาอย่างมากก็ตายหลักสิบ การตายเป็นหมื่นเป็นแสนนั้นมันเป็นสงครามเต็มรูปแบบ (Conventional War)
ความขัดแย้งในพม่ามีมากว่า 70 ปีหลังจากพม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษ และการสู้รบในพม่านั้นจำกัดวงในพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ซึ่งชาติพันธุ์ส่วนใหญ่แตกแยกแย่งชิงความเป็นใหญ่ แย่งผลประโยชน์กันเองภายในตลอดมา เลยไม่มีเวลารบกับพม่า
ข่าวที่ออกมาว่า ฝ่ายต่อต้านยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศพม่าได้และรัฐบาลพม่าใกล้ล่มสลายนั้นมันเป็นภาพลวงตาที่สื่อตะวันตกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวโลกเข้าใจว่ารัฐบาลทหารพม่า
เลวร้ายที่ต้องต่อต้านทำลาย
ประเทศพม่าเป็นประชาธิปไตย 75% คือรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิกองทัพแชร์อำนาจนิติบัญญัติ 25% และให้อำนาจกองทัพแต่งตั้งรัฐมนตรีกลาโหม รัฐมนตรีมหาดไทย และรัฐมนตรีกิจการชายแดนโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกรัฐสภา
พม่าไม่เคยแทรกแซง ตำหนิ วิจารณ์ประเทศไทยที่แต่งตั้งวุฒิสภา 250 คนได้ตามความพอใจ และไม่เคยวิจารณ์การฮั้วเลือกตั้ง สว.ในประเทศไทยฉันใด นักการเมืองไทยก็ไม่ควร
ส.ใส่เกือกเรื่องภายในพม่าฉันนั้น
สุทิน วรรณบวร

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี