วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทุกครั้งที่มีข่าวฮั้วประมูล ล็อกสเปกหรือฟอกเงิน เราคงเห็นคนบางกลุ่มถูกชี้เป้าจับกุม และถูกดำเนินคดี จนดูเหมือนว่าตัวการถูกเปิดโปงแล้ว แต่ในหลายกรณีคนที่อยู่หน้าฉากอาจเป็นเพียงปลายทางกระบวนการคอร์รัปชัน ขณะที่ไอ้โม่งตัวจริงยังซ่อนตัวอยู่หลังฉาก คอยสั่งการและฉกฉวยผลประโยชน์อยู่ในเงามืด
สิ่งที่ผู้เขียนจะชวนหาคำตอบจะไม่ใช่แค่ไอ้โม่งมันเป็นใคร แต่จะเน้นไปที่ว่ามันมีช่องว่างตรงไหนที่ทำให้ไอ้โม่งซ่อนตัวได้ การตามรอยคำตอบนี้ผู้เขียนจะพาไปสู่ 2 คำสำคัญที่ทั่วโลกใช้ในการต่อต้านคอร์รัปชัน ได้แก่ PEPs (PoliticallyExposed Persons) หรือบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง และ BO (Beneficial Ownership) หรือเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริง
PEPs ไม่ใช่คนผิด แต่เป็นผู้อยู่ในช่องว่างของระบบที่ควรจับตา
PEPs หรือบุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง ตามแนวทางของ FATF ครอบคลุมผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญของรัฐ รวมถึงบุคคลใกล้ชิดและสมาชิกครอบครัวการเป็น PEPs ไม่ได้หมายความว่ามีความผิด แต่หมายความว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกใช้เป็นช่องทางคอร์รัปชัน ฟอกเงิน หรือแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน ประเทศไทยมีการกำหนดนิยาม PEPs ชัดเจนมากขึ้นแล้วผ่านประกาศของสำนักงาน ปปง. แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การมองเห็นเครือข่ายความสัมพันธ์และผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกันอยู่เบื้องหลัง
หุ้นซ้อนชั้น นอมินีถือแทน กลฉากบังตาของไอ้โม่ง
หาก PEPs คือกลุ่มคนที่ควรถูกจับตา BO หรือ Beneficial Ownershipคือเครื่องมือที่ช่วยตอบคำถามว่า ใครคือผู้ได้รับประโยชน์จากอำนาจนั้นจริงๆ BO หมายถึงบุคคลที่ควบคุมหรือได้รับผลประโยชน์จากบริษัทในท้ายที่สุด แม้ชื่อจะไม่ปรากฏอยู่ในทะเบียนผู้ถือหุ้นก็ตามหลายกรณีมีการใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน(Nominee) หรือใช้บริษัทหลายชั้นถือหุ้นไขว้กันไปมา เพื่อปกปิดผู้ได้รับประโยชน์ตัวจริง เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพราะบริษัทที่เข้าร่วมประมูลอาจดูเหมือนเป็นคนละบริษัท แต่แท้จริงอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์เดียวกันอยู่เบื้องหลัง การมองเห็นเพียงรายชื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นจึงอาจไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่าการแข่งขันนั้นเป็นการแข่งขันที่แท้จริงหรือไม่
กรณีของ เบน สมิธ ซึ่ง ปปง. กล่าวหาและอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การใช้บุคคลและบริษัทหลายทอดเข้าถือครองทรัพย์สิน สามารถทำให้การตามหาผู้ได้รับประโยชน์ตัวจริงมีความซับซ้อน โดย ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทจากข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน แม้กรณีดังกล่าวจะไม่ใช่คดีจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยตรง แต่ก็สะท้อนปัญหาเดียวกันคือ เมื่อไม่สามารถมองเห็น BO ได้อย่างชัดเจน การตรวจสอบเส้นทางผลประโยชน์และเส้นทางเงินก็ยิ่งทำได้ยากขึ้น
ช่องว่างกลายเป็นช่องโหว่ของการหาผลประโยชน์ เมื่อข้อมูลต่อกันไม่ติด
แม้ร่องรอยของผลประโยชน์จะมีอยู่ แต่การตรวจสอบกลับทำได้ยาก เพราะข้อมูลสำคัญกระจัดกระจายอยู่คนละหน่วยงาน ทะเบียนนิติบุคคลและผู้ถือหุ้นอยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างอยู่ที่กรมบัญชีกลาง บัญชีทรัพย์สินอยู่ที่ ป.ป.ช. ธุรกรรมน่าสงสัยอยู่ที่ ปปง. ขณะที่ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ครอบครัว และเครือข่ายธุรกิจบางส่วนกระจายอยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่น หรืออาจไม่ได้ถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลใดเลย
ข้อค้นพบจากการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการเชื่อมโยงข้อมูล PEPs ซึ่ง KRAC และ HAND Social Enterpriseจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนว่า อุปสรรคสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือการที่ข้อมูลยังเชื่อมโยงกันไม่ได้ทำให้มองไม่เห็นภาพรวมของเครือข่ายผลประโยชน์ ไอ้โม่งจึงไม่ได้หายไปไหน หากแต่ซ่อนตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างฐานข้อมูล
3 TIP เพื่อปิดช่องว่างที่ไอ้โม่งใช้หลบซ่อน
T : Transparency (เปิดเผยข้อมูล): เปิดเผยข้อมูลสำคัญตลอดเส้นทางเงินแผ่นดิน รวมถึงข้อมูลของผู้ที่ถูกนิยามว่าเป็น PEPs ให้ครบถ้วนและนำไปใช้ตรวจสอบต่อได้จริง ตั้งแต่ที่มาของการตั้งงบประมาณ รายละเอียดโครงการจัดซื้อจัดจ้าง บัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งและคนใกล้ชิดตามที่กฎหมายกำหนด ไปจนถึงเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงของบริษัทคู่สัญญารัฐ ภายใต้มาตรฐานข้อมูลกลาง (Data Standard) ที่ทำให้หน่วยงานเจ้าของข้อมูลและหน่วยงานตรวจสอบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันได้
ปัจจุบันข้อมูลหลายชุดยังเปิดแบบมีเงื่อนไข เช่น บัญชีทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. เปิดเผยเพียง 180 วัน หรือข้อมูลนิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ที่เปิดให้ดูได้เพียงรายชื่อ ขณะที่ข้อมูลผู้ถือหุ้นต้องเสียค่าธรรมเนียมขอคัดเป็นรายฉบับ สะท้อนว่าปัญหาไม่ใช่ข้อมูลไม่มี แต่อยู่ที่ช่องทางของรัฐยังไม่เอื้อให้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ
I : Integration (บูรณาการข้อมูล): เชื่อมข้อมูลที่กระจายอยู่ในมือหลายหน่วยงานให้มองเห็นเป็นภาพเดียวเพราะการตามรอยผู้ได้รับประโยชน์ตัวจริงต้องอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ทะเบียนนิติบุคคลและผู้ถือหุ้นอยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สัญญาจัดซื้อจัดจ้างอยู่ที่กรมบัญชีกลาง บัญชีทรัพย์สินอยู่ที่ ป.ป.ช. ธุรกรรมน่าสงสัยอยู่ที่ ปปง. เป็นต้น
ปัญหาในปัจจุบันคือข้อมูลสำคัญเหล่านี้ยังเชื่อมถึงกันได้ยาก การขอใช้ข้อมูลส่วนใหญ่ยังเป็นแบบรายกรณี ขณะที่เจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยยังขาดแนวทางกลางที่ทำให้มั่นใจว่าสามารถแบ่งปันข้อมูลได้โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย รัฐบาลจึงควรเร่งผลักดันกลไกอย่าง สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่(องค์การมหาชน) -BDI เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลไปวิเคราะห์ และจัดทำเป็นฐานข้อมูล Big Data สำหรับตรวจสอบและเตือนภัยความเสี่ยงควบคู่กับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและผู้เปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม
P : Participation (การมีส่วนร่วม): เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ประชาชนที่มีสิทธิตั้งคำถามและเข้าถึงข้อมูล ภาคประชาสังคมที่ช่วยแปลงข้อมูลภาครัฐให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจและใช้งานได้ง่าย สื่อมวลชนที่สืบสวนต่อยอด ไปจนถึงผู้แจ้งเบาะแสที่ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง เพราะการต่อจุดข้อมูลที่ซับซ้อนต้องอาศัยหลายสายตา หลายมุมมอง และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม
เมื่อร่องรอยถูกต่อจุด ไอ้โม่งก็ไม่มีที่ซ่อน
ท้ายที่สุด การตามหาไอ้โม่งไม่ใช่เรื่องของการล่าตัวคนเพียงคนเดียว แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ไม่มีใครซ่อนตัวอยู่หลังช่องว่างของข้อมูลได้อีก Transparency จะทำให้เราเห็นข้อมูล Integration ทำให้เราเห็นความเชื่อมโยง Participation ทำให้ทุกภาคส่วนช่วยกันต่อจุด เมื่อข้อมูลเปิดเผย เชื่อมถึงกัน และถูกใช้ตรวจสอบโดยสังคม โอกาสที่ผู้ได้รับประโยชน์ตัวจริงจะซ่อนตัวอยู่หลังนอมินี บริษัทตัวกลาง หรือเครือข่ายผลประโยชน์ที่ซับซ้อนก็จะลดลง เพราะในโลกของคอร์รัปชันไอ้โม่งอาจซ่อนชื่อได้ แต่ไม่อาจซ่อนร่องรอยได้ตลอดไป
รักษ์ป่า อู่สุวรรณ

ยกระดับจุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ความมั่นคงชายแดน
สะเทือนใจคนรักสัตว์ เวียดนามทลายแก๊งขโมยแมวส่งโรงเชือด ช่วยได้กว่า400ตัว
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
ด่วน! ถนนลาดพร้าวทรุดตัวหน้าโลตัสบางกะปิ จราจรติดขัดหนัก แนะเลี่ยงเส้นทาง
น้ำมันลดอีก!!! เบนซิน ลง 75 สตางค์ ดีเซล คงเดิม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี